ท่องแดนวิทยาศาสตร์
เขียนโดย Boonlert Aroonpiboon   

ท่องแดนวิทยาศาสตร์
ท่องแดนวิทยาศาสตร์
ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์
โครงการสร้างสรรค์วรรณกรรมสู่สาธารณชน
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาต

เนื้อเรื่อง

คำนำ 

ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ หรือ อดีต ด.ช.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เจ้าของผลงานที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ คือใคร สำคัญอย่างไรต่อสังคมไทย

ถ้าถาม ดร. ยงยุทธ และใช้ทฤษฎีแห่งการถ่อมตัว คาดว่าเจ้าตัวจะตอบว่า "เป็นคนธรรมดาไม่สำคัญ แต่บางครั้งช่างสงสัย ชอบคิดอะไรที่แปลกไปจากคนทั่วไป"

สำหรับวงการวิทยาศาสตาร์ในประเทศไทย ดร.ยงยุทธ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น เป็นนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับทั่วโลก เป็นอาจารย์มีลูกศิษย์มากมาย และได้ผลักดันให้การก่อตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประสบผลสำเร็จ จนกระทั่ง "วิทยาศาสตร์" ได้รับการยอมรับว่ามีบทบาทสำคัญ และความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ขึ้นอยู่กับผลงานวิจัย และเป็นเครื่องชี้วัดให้เห็นศักยภาพของการพัฒนาประเทศไทย

งานเขียนนี้ได้รวบรวมจากผลงานของ ดร.ยงยุทธ ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ โดยนำเสนอในแนว "เบา สบายไม่หนักสมอง พร้อมเกร็ดสาระส่วนตัวน่าสนใจ" เพื่อจุดประกายให้เด็กชายและเด็กหญิง ให้นักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีท่านอื่นๆ ที่เคยเป็นเด็กชายและเด็กหญิงสร้างสรรค์และถ่ายทอดความคิดจากประสบการณ์หรือความฝัน (ที่เป็นจริงและยังไม่เป็นจริง) สู่ผลงานวรรณกรรมทำนองเดียวกัน ด้วยความหวังว่าประเทศไทยน่าจะมี ด.ช. / ดร.ยงยุทธ อีก หลายๆคน

ประดิษฐา ศิริพันธ์
ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี
พฤษภาคม 2547

คำนิยม

คนไทยที่รักวิทยาศาสตร์และเรียนวิทยาศาสตร์นั้นมีไม่มากที่เรียนจนเป็นนักวิทยาศาสตร์และวิจัยอย่างลุ่มลึกมีน้อย ที่มีความสามารถบริหารจัดการได้ด้วยยิ่งมีน้อยลงไปอีก ยิ่งเป็นทั้งนักวิจัย นักบริหารจัดการวิจัย อีกทั้งเป็นผู้นำกลุ่มวิจัยมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมร่วมสุขร่วมทุกข์กับผู้ยากไร้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย นั้นหายากยิ่งกว่าหาเข็มในมหาสมุทร ศาสตร์จารย์ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นเข็มในมหาสมุทร เป็นเพชรน้ำหนึ่งในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่เฉพาะของคนไทย แต่ของโลกด้วย

ผมรู้จัก ดร.ยงยุทธ มาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี นับตั้งแต่ท่านยังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด จากการบอกกล่าวถึงโดย ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข และศาสตราจารย์ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ เมื่อท่านกลับมาประเทศไทย ผมได้ร่วมประชุมในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษาวิทยาศาสตร์บ้าง การพัฒนามหาวิทยาลัยบ้าง ผมทราบอย่างชัดเจนว่าด็อกเตอร์หนุ่มผู้นี้แน่ในฝีมือและในการเสนอความเห็นถกเถียงกัน ผมมีความรู้น้อยเรื่องเกี่ยวกับชีวเคมี แต่ท่านก็สามารถอธิบายงานวิจัยของท่านและที่เกี่ยวข้องได้อย่างง่ายๆ ละเอียดชัดเจน เราได้เคยร่วมทำงานด้วยกันในสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

เมื่อชื่อของศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ได้รับการเสนอเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นในปีพ.ศ.2527 ชื่อของท่านผ่านทุกรอบ ในการพิจารณาทุกคณะทำงาน และในที่สุดคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ซึ่งผมเป็นประธานในขณะนั้นก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2527 เมื่อ พ.ศ. 2534 ในยุครัฐบาลฯพณฯอานันท์ ปันยารชุน พวกเราที่เป็นนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เป็นรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องการยกเครื่องและปฏิรูปวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมตรี 4 ท่าน  ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี ศาสตราจารย์ ดร.อาณัติ  อาภาภิรมย์ ศาสตราจารย์ ดร.ไพจิตร เอื้อทวีกุล และผมได้หารือกันว่า เราต้องยกเครื่อง STDB (Science and Technology Development  Board) ให้เป็นอิสระจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่ง STDB ฝากตัวอยู่ในขณะนั้น เราต้องทำกฎหมาย เราควรจะหา นักวิจัยฝีมือดีมาช่วยร่าง เราเห็นพ้องต้องกันว่าต้องเชิญศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ เราจึงเชิญท่านมาร่างภายใน 1 - 2 วัน ก็ได้รับร่างแรกประชุมกันอีก 2 - 3 ครั้ง ก็เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีได้ และพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็ผ่านรัฐสภาต่อมาด้วยเวลาอันรวดเร็ว คณะรัฐมนตรีก็แต่งตั้งให้ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ เป็นผู้อำนวยการท่านแรก ซึ่งได้วางรากฐาน สวทช. ให้มั่นคงตลอดมา ในทำนองเดียวกันเมื่อผมเสนอคณะรัฐมนตรี ให้จัดตั้งกองทุนวิจัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  แยกต่างหากจากสภาวิจัยแห่งชาติ รัฐมนตรี 4 ท่าน ก็เชิญศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ มาช่วยร่างอีก ในการร่างแต่ละครั้งเกี่ยวกับหน่วยงานหลัก เราก็ถกเถียงกัน "หน้าดำหน้าแดง" ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกันบ้างแย้งกันบ้าง แย้งกันบ้างฉันท์กัลยามิตร แต่มีเป้าหมายตรงกันภายในเวลาอันสั้น พระราชบัญญัติก็ร่างเสร็จผ่านคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาภายในเวลาอันสั้นๆ ต่อมาศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ก็ยังช่วยเป็นกรรมการนโยบาย ประคับคอง สกว. ในหน้าที่ต่างๆ ตลอดมาจนทุกวันนี้ นอกเหนือ จากบทบาทหลักของผู้อำนวยการ สกว. 2 ท่านคือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช และศาสตราจารย์ ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง แล้วความสำเร็จในการบริหารกิจการ สกว. ต้องให้เครดิตแก่ศาสตราจารย์  ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ไม่เพียงผลักดัน 2 หน่วยงานหลัก ท่าน ยังช่วยผลักดันให้เกิดการมองอนาคตของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับนานาชาติด้วย โดยได้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ ในอนาคตหรือ Foresight ช่วยวางรากฐานการมองเทคโนโลยีในอนาคต ริเริ่ม Technology Foresight กับ ดร.ชาตรี ศรีไพพรรณ ในระดับ ประเทศไทยและในระดับนานาชาติ ท่านก็เป็นประธานกลุ่ม APEC Technology Foresight ไม่เพียงแต่ด้าน Foresight เท่านั้น ท่านได้กระตุ้นให้ทุกคนได้ตระหนักถึงผลกระทบของโลกาภิวัฒน์ที่ถูกผลักดันโดยเทคโนโลยีจากผู้รู้ต่อผู้ด้อยโอกาสที่ตกขอบพัฒนา จนทำให้เกิดปัญหาติดตามมามากมายกับกลุ่มด้อยโอกาสเหล่านี้ APEC CEOs จะต้องดำเนินการฟื้นฟูพลังของผู้ด้อยโอกาส ที่มีทั้งในประเทศด้อยพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้วด้วย เพื่อผลักดันให้รัฐบาลและสังคมไทยให้ตระหนักเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านก็เป็นแกนนำหลักผลักดันและ จัดตั้งบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่านเองก็เป็นประธาน ช่วยผลักดันงานสำคัญๆ ให้สาธารณชนเข้าใจเรื่องดีเอ็นเอ เรื่องโคลนนิ่ง เรื่องนาโนเทคโนโลยี ฯลฯ ไม่ใช่ว่าเมื่อศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ไปทำงานบริหารจัดการ ทำงานการเมืองและทำงานเผยแพร่แล้ว ท่านจะละวางมือจากการวิจัย ท่านก็ยังคงทำงานเป็นครู เป็นนักวิจัย เป็นผู้นำหัวหน้ากลุ่มวิจัย โดยเฉพาะด้านพยาธิสภาพของโรคมาลาเรีย กลไกทำงานของยาต่อต้านมาลาเรีย กลไกการทำงานของการดื้อยาอันเกิดจากการกลายพันธุ์ของเป้าหมายยา จนกระทั่งพบการจำลองโครงสร้างของเอนไซม์เป้าหมายไปสู่การออกแบบยาใหม่โดยอาศัยดีเอ็นเอเทคโนโลยี กลุ่มวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ กำลังศึกษาอย่างลุ่มลึกที่มุ่งเป้าไปสู่การออกแบบยาใหม่ๆ ถ้าสำเร็จสามารถหาสารที่แทรกแซง สัมผัสระหว่างส่วนต่างๆ ที่ทำให้เอนไซม์ไม่สามารถทำงานได้ สารเหล่านี้จะเป็นตัวยับยั้งชนิดใหม่ และเชื้อมาลาเรียอาจไม่สามารถกลายพันธุ์เพื่อดื้อยาได้ หากเป็นเช่นนี้จริงประตูสู่การสร้างยาที่ป้องกันการดื้อยาของเชื้อโรคก็จะเปิดกว้าง สามารถบรรเทาทุกข์ของผู้ป่วยได้นับล้านคน และคงเป็นผลงานระดับรางวัลโนเบลโดยแท้

ในวัย 60 ปี ของศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ท่านได้ทำงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยใจรัก ด้วยสมอง และด้วยฝีมือ ซื่อสัตย์  สุจริต ขยันหมั่นเพียร ผลงานของท่านจึงมากมายหลายคณานับและโดดเด่นทุกเรื่อง ขอให้พวกเราชาววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จงร่วมจิตอธิษฐาน อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เราเคราพนับถือ จงอภิบาลและดลบันดาลให้ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ  และครอบครัว จงประสบแต่ความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ช่วยกันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยและของโลกให้เจริญก้าวหน้าสืบไปอย่างยั่งยืนชั่วกาลนาน

ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต
พฤษภาคม 2547


 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 05 December 2008 )