| การรวมกันระหว่างTaxonomy VS. Folksonomy |
| เขียนโดย Supaporn Chaithammapakorn | ||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
การทำดรรชนีเพื่อการสืบค้น เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ดูแลฐานข้อมูล หรือผู้ที่อยู่ในวงการวิชาชีพทางบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ จะมีความคุ้นเคยเป็นอย่างสูง เพราะเป็นหัวใจของการทำให้สามารถสืบค้นฐานข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ที่จัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะมีการถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง หรือบรรณารักษ์ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์สารสนเทศจะกำหนดคำศัพท์ควบคุมเพื่อเป็นตัวแทนของเนื้อหาออกมาเป็นหัวเรื่อง บรรณารักษ์เองก็ยังยึดหลักหรือกฎเกณฑ์ที่ปฏิบัติกันมาอย่างเคร่งครัด แต่ประจวบเหมาะกับการมีเทคโนโลยีเว็บ 2.0 น่าจะเป็นส่วนประสานที่ช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงในการกำหนดคำค้นร่วมกันได้ระหว่างผู้ทำงานอยู่เบื้องหลังและผู้ใช้ที่ต้องการใช้คำที่โดนใจเพื่อต้องการสืบค้น
การกำหนดดัชนีเพื่อการสืบค้นสารสนเทศ (Taxonomy/Controlled vocabulary)
กล่าวได้ว่า การกำหนดคำดัชนีเพื่อการสืบค้นสารสนเทศในปัจจุบัน มาจาก บุคคลในวงการวิชาชีพ คือ บรรณารักษ์ หรือนักเอกสารสนเทศ เป็นผู้กำหนดโดยใช้คำศัพท์ควบคุม (Controlled vocabulary) บรรณารักษ์หรือนักเอกสารสนเทศ ไม่ใช่เจ้าของเนื้อหา แต่เป็นผู้วิเคราะห์สารสนเทศและกำหนดคำเพื่อเป็นตัวแทนของสารสนเทศนั้นๆ เพื่อให้เป็นช่องทางในการเข้าถึงสารสนเทศดังกล่าว ตัวอย่าง การกำหนดหัวเรื่อง หรือ Subject heading ของสารสนเทศประเภทใดๆ ก็ตาม จะมีกระบวนการ โดยสังเขปดังนี้
1. การวิเคราะห์เนื้อหา (Subject analysis) เป็นขั้นตอนที่ยากมากที่สุด การวิเคราะห์เนื้อหาเป็นการบ่งบอกว่า เนื้อหาที่ปรากฏในเอกสารหรือสื่อนั้นๆ เป็นเรื่องอะไร สาขาวิชาใด เมื่อตัดสินได้แล้ว จึงเลือกและกำหนดชื่อ/คำของสิ่งที่ได้จากการตัดสินใจ โดยใช้ถ้อยคำหรือวลีภายในเอกสารนั้นเอง
2. การแปลงคำหรือวลีเหล่านั้นให้เป็นภาษาดัชนี (Indexing language) เมื่อพิจารณาได้ว่า เป็นเอกสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไรแล้ว ต้องมีการแปลงคำเพื่อใช้ในระบบการสืบค้นข้อสนเทศของห้องสมุด บรรณารักษ์/ผู้ทำดัชนี จะต้องมีวิจารณญาณว่า คำที่เลือกมานั้นเป็นตัวแทนที่ดีขององค์ความรู้ในตัวเอกสาร และควรจะมีจำนวนเท่าใด จึงจะพอเหมาะสำหรับการช่วยสืบค้นได้อย่างสมบูรณ์
การแปลงคำเป็นภาษาดัชนีนั้น จะมีคู่มือการกำหนดหัวเรื่องเพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น หัวเรื่องสำหรับภาษาอังกฤษเนื้อหาทั่วไป มักใช้ Library of Congress of Subject Headings ส่วนถ้าเป็นเฉพาะสาชาวิชาก็จะมีหัวเรื่องเฉพาะสาชาวิชานั้นๆ เช่น หัวเรื่องทางการแพทย์ ใช้ Medical Subject Headings ส่วนหัวเรื่องภาษาไทย เช่น หัวเรื่องสำหรับหนังสือภาษาไทย โดยคณะทำงานฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา
ตัวอย่างลักษณะของหัวเรื่อง
เว็บไซต์ NT (Narrower Term-คำที่แคบกว่า) การพัฒนาเว็บไซต์ BT (Broader Term-คำที่กว้างกว่า) ทรัพยากรเครือข่ายคอมพิวเตอร์ NT(Narrower Term-คำที่แคบกว่า) บล็อก
สรุป: Subject headings เป็น Subject Cataloging หรือ Professional Indexing จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีคู่มือ
การกำหนดคำค้นโดยผู้ใช้เป็นผู้กำหนดเอง (Folksonomy/Social Tagging) การเกิดเทคโนโลยีเว็บ 2.0 ทำให้มีเครื่องมือต่างๆ ที่ส่งเสริมหรือเปิดช่องทางให้คนในสังคมมีส่วนร่วมในสังคมเครือข่าย (Social network) มากขึ้น ทุกๆ คนสามารถส่งข้อความ บทความ สามารถใส่คำหรือป้าย (Tag) กำกับเนื้อหาของบทความ หรือข้อความที่ส่งขึ้นไป โดยไม่ต้องใช้คู่มือการกำหนดคำหรือหัวเรื่องมาใช้ และด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ อันได้แก่
คำที่ใส่ ซึ่งเรียกกันว่า Tag เกิดเป็นกลุ่มคำขึ้นมา เรียกว่า Tag Cloud ด้วยเป็นการรวมกลุ่มคำที่ถูกกำหนดขึ้นมานั่นเอง จึงมีการเรียกศัพท์ที่เกิดจากกลุ่มคนที่กำหนดเองนี้ว่า Folksonomy ขึ้น เกิดเป็นความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะ การใช้คำศัพท์ควบคุมหรือ Taxonomy ต้องมีกฎ ระเบียบ ใช้งานยาก ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น จึงจะใช้งานได้ สารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตจึงเพิ่มขึ้นอีกเพราะทำได้ง่ายขึ้น โดยใครก็ได้ เพราะเทคโนโลยีเว็บ 2.0 เปิดโอกาสให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีส่วนร่วมในการสร้างจัดการ และใช้ทรัพยากรสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ได้สะดวกขึ้น และจากจุดเด่นที่สำคัญของ Folksonomy คือ ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ใช้ง่าย ใช้คำที่ผู้ใช้คิดขึ้นได้เลย และใครจะเป็นผู้ใช้หรือผู้ให้ Tag ก็ได้ (ดูรายละเอียดเรื่องของ Tag ได้ที่ Folksonomies โดยผู้เขียนที่ http://www.stks.or.th/web/index.php?option=com_content&task=view&id=2688&Itemid=132)
สรุปสั้นๆ ก็คือ Social tagging เป็น Personal Indexing ผู้สร้างเนื้อหากำหนดเอง ใครก็ได้ ไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญ หรือใช้คู่มือใดๆ
ที่กล่าวมาข้างต้น คงจะพอเห็นภาพหรือมีความเข้าใจที่มาของSubject headings หรือ Subject Cataloging และ Social tagging กันบ้าง ขอใช้ตารางเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างให้ชัดเจนดังนี้
เมื่อนำการกำหนดในทั้ง 2 ลักษณะมารวมกัน น่าจะเป็นการช่วยเพิ่มคุณค่าในการค้นสารสนเทศ เนื่องจากคำที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ (Taxonomy) แต่อาจไม่ตรงกับคำที่ผู้ใช้ค้น และคำที่จากผู้ใช้โดยตรง แต่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ (Folksonomy) เมื่อครั้งที่เทคโนโลยีเว็บ 2.0 เริ่มเป็นที่นิยมใช้ในประเทศไทย ผู้เขียนเคยคิดว่า บรรณารักษ์วิชาชีพหรือผู้ทำดัชนี ถ้าเข้าไปเติมคำศัพท์ควบคุมควบคู่กับ Tag ที่ผู้ใช้กำหนดขึ้น ก็จะมีความเป็นวิชาการอยู่มาก นักวิชาการเองก็สามารถใช้คำศัพท์ควบคุมสืบค้นสารสนเทศได้ แต่คงจะกระทำได้ยาก เพราะคงไม่สามารถกำหนดคำศัพท์ควบคุมได้ทันกับสารสนเทศที่เกิดบนเว็บอย่างรวดเร็วและมีจำนวนมากได้ การใช้ Taxonomy อาจจะไม่เหมาะกับโลกของสื่อดิจิทัล แต่การทำงานร่วมกัน สามารถเกิดขึ้นได้ ระหว่าง Taxonomy และ Folksonomy เมื่อ Folksonomy เกิดจากกลุ่มคน หรือกลุ่มผู้ใช้สารสนเทศเป็นคนกำหนดเอง และตรงกับสิ่งที่คิดขึ้นเอง มากกว่าบรรณารักษ์หรือบุคลากรวิชาชีพทางสารสนเทศเป็นคนกำหนดตามลักษณะของคำศัพท์ควบคุม ให้นำลักษณะของการทำ Tagging นั้นมาปรับใช้กับงานห้องสมุดเพื่อเพิ่มศักยภาพของห้องสมุด โดย
ปัจจุบันมีการนำ Tag มาใช้ร่วมกับ OPAC ของห้องสมุดอย่างค่อนข้างแพร่หลายแล้ว จะยกตัวอย่าง Social Tagging Tools สำหรับใช้กับงานห้องสมุด ได้แก่ LibraryThing: http://www.librarything.com Penn Tags: http://tags.library.upenn.edu
สรุป
การนำทั้ง Taxonomy และ Folksonomy มาหลอมรวมใช้ร่วมกันโดยเฉพาะกับงานการลงรายการบรรณานุกรมของห้องสมุด น่าจะเป็นการเสริมความสามารถในการสืบค้น แต่ไม่ใช่เป็นการนำมาแทนที่การลงรายการของวิชาชีพทางบรรณารักษ์แต่อย่างใด และนับว่าเป็นแนวโน้มของการวิเคราะห์สารสนเทศที่น่าติดตาม ว่าจะมีผลกระทบกับวิชาชีพบรรณารักษ์มากน้อยเพียงใด
รายการอ้างอิง ฺ Baca, Murtha and Shubitowski, Joe. GRI Presentations on Social Tagging and Controlled Vocabularies for Enhanced Access to Online Collections. [Online]. Available: www.getty.edu/research/conducting.../social_tagging.pdf Visited: 29/10/2009. Tennis, Joseph T. Social Tagging and the Next Steps for Indexing. [Online]. Available: http://dlist.sir.arizona.edu/1726/01/sigcr-06tennis.pdf. Visited: 29/10/2009 Smith, Gene. Tagging: People-Power Metadata for the Social Web.. Berkeley. CA. : New Riders, 2008.
Weber, Jonathan. Folksonomy and Controlled Vocabulary in LibraryThing. [Online]. Available: http://jonathanweber.info/samples/2452-Folksonomy.pdf. Visited: 29/10/2009
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 12 November 2009 ) | ||||||||||||||||||||||||||||||||||