|
เขียนโดย Boonlert Aroonpiboon
|
|
หน้า 3 จาก 3 คำนิยม คนไทยที่รักวิทยาศาสตร์และเรียนวิทยาศาสตร์นั้นมีไม่มากที่เรียนจนเป็นนักวิทยาศาสตร์และวิจัยอย่างลุ่มลึกมีน้อย ที่มีความสามารถบริหารจัดการได้ด้วยยิ่งมีน้อยลงไปอีก ยิ่งเป็นทั้งนักวิจัย นักบริหารจัดการวิจัย อีกทั้งเป็นผู้นำกลุ่มวิจัยมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมร่วมสุขร่วมทุกข์กับผู้ยากไร้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย นั้นหายากยิ่งกว่าหาเข็มในมหาสมุทร ศาสตร์จารย์ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นเข็มในมหาสมุทร เป็นเพชรน้ำหนึ่งในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่เฉพาะของคนไทย แต่ของโลกด้วย ผมรู้จัก ดร.ยงยุทธ มาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี นับตั้งแต่ท่านยังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด จากการบอกกล่าวถึงโดย ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข และศาสตราจารย์ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ เมื่อท่านกลับมาประเทศไทย ผมได้ร่วมประชุมในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษาวิทยาศาสตร์บ้าง การพัฒนามหาวิทยาลัยบ้าง ผมทราบอย่างชัดเจนว่าด็อกเตอร์หนุ่มผู้นี้แน่ในฝีมือและในการเสนอความเห็นถกเถียงกัน ผมมีความรู้น้อยเรื่องเกี่ยวกับชีวเคมี แต่ท่านก็สามารถอธิบายงานวิจัยของท่านและที่เกี่ยวข้องได้อย่างง่ายๆ ละเอียดชัดเจน เราได้เคยร่วมทำงานด้วยกันในสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อชื่อของศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ได้รับการเสนอเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นในปีพ.ศ.2527 ชื่อของท่านผ่านทุกรอบ ในการพิจารณาทุกคณะทำงาน และในที่สุดคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ซึ่งผมเป็นประธานในขณะนั้นก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2527 เมื่อ พ.ศ. 2534 ในยุครัฐบาลฯพณฯอานันท์ ปันยารชุน พวกเราที่เป็นนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เป็นรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องการยกเครื่องและปฏิรูปวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมตรี 4 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี ศาสตราจารย์ ดร.อาณัติ อาภาภิรมย์ ศาสตราจารย์ ดร.ไพจิตร เอื้อทวีกุล และผมได้หารือกันว่า เราต้องยกเครื่อง STDB (Science and Technology Development Board) ให้เป็นอิสระจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่ง STDB ฝากตัวอยู่ในขณะนั้น เราต้องทำกฎหมาย เราควรจะหา นักวิจัยฝีมือดีมาช่วยร่าง เราเห็นพ้องต้องกันว่าต้องเชิญศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ เราจึงเชิญท่านมาร่างภายใน 1 - 2 วัน ก็ได้รับร่างแรกประชุมกันอีก 2 - 3 ครั้ง ก็เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีได้ และพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็ผ่านรัฐสภาต่อมาด้วยเวลาอันรวดเร็ว คณะรัฐมนตรีก็แต่งตั้งให้ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ เป็นผู้อำนวยการท่านแรก ซึ่งได้วางรากฐาน สวทช. ให้มั่นคงตลอดมา ในทำนองเดียวกันเมื่อผมเสนอคณะรัฐมนตรี ให้จัดตั้งกองทุนวิจัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) แยกต่างหากจากสภาวิจัยแห่งชาติ รัฐมนตรี 4 ท่าน ก็เชิญศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ มาช่วยร่างอีก ในการร่างแต่ละครั้งเกี่ยวกับหน่วยงานหลัก เราก็ถกเถียงกัน "หน้าดำหน้าแดง" ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกันบ้างแย้งกันบ้าง แย้งกันบ้างฉันท์กัลยามิตร แต่มีเป้าหมายตรงกันภายในเวลาอันสั้น พระราชบัญญัติก็ร่างเสร็จผ่านคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาภายในเวลาอันสั้นๆ ต่อมาศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ก็ยังช่วยเป็นกรรมการนโยบาย ประคับคอง สกว. ในหน้าที่ต่างๆ ตลอดมาจนทุกวันนี้ นอกเหนือ จากบทบาทหลักของผู้อำนวยการ สกว. 2 ท่านคือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช และศาสตราจารย์ ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง แล้วความสำเร็จในการบริหารกิจการ สกว. ต้องให้เครดิตแก่ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ไม่เพียงผลักดัน 2 หน่วยงานหลัก ท่าน ยังช่วยผลักดันให้เกิดการมองอนาคตของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับนานาชาติด้วย โดยได้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ ในอนาคตหรือ Foresight ช่วยวางรากฐานการมองเทคโนโลยีในอนาคต ริเริ่ม Technology Foresight กับ ดร.ชาตรี ศรีไพพรรณ ในระดับ ประเทศไทยและในระดับนานาชาติ ท่านก็เป็นประธานกลุ่ม APEC Technology Foresight ไม่เพียงแต่ด้าน Foresight เท่านั้น ท่านได้กระตุ้นให้ทุกคนได้ตระหนักถึงผลกระทบของโลกาภิวัฒน์ที่ถูกผลักดันโดยเทคโนโลยีจากผู้รู้ต่อผู้ด้อยโอกาสที่ตกขอบพัฒนา จนทำให้เกิดปัญหาติดตามมามากมายกับกลุ่มด้อยโอกาสเหล่านี้ APEC CEOs จะต้องดำเนินการฟื้นฟูพลังของผู้ด้อยโอกาส ที่มีทั้งในประเทศด้อยพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้วด้วย เพื่อผลักดันให้รัฐบาลและสังคมไทยให้ตระหนักเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านก็เป็นแกนนำหลักผลักดันและ จัดตั้งบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่านเองก็เป็นประธาน ช่วยผลักดันงานสำคัญๆ ให้สาธารณชนเข้าใจเรื่องดีเอ็นเอ เรื่องโคลนนิ่ง เรื่องนาโนเทคโนโลยี ฯลฯ ไม่ใช่ว่าเมื่อศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ไปทำงานบริหารจัดการ ทำงานการเมืองและทำงานเผยแพร่แล้ว ท่านจะละวางมือจากการวิจัย ท่านก็ยังคงทำงานเป็นครู เป็นนักวิจัย เป็นผู้นำหัวหน้ากลุ่มวิจัย โดยเฉพาะด้านพยาธิสภาพของโรคมาลาเรีย กลไกทำงานของยาต่อต้านมาลาเรีย กลไกการทำงานของการดื้อยาอันเกิดจากการกลายพันธุ์ของเป้าหมายยา จนกระทั่งพบการจำลองโครงสร้างของเอนไซม์เป้าหมายไปสู่การออกแบบยาใหม่โดยอาศัยดีเอ็นเอเทคโนโลยี กลุ่มวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ กำลังศึกษาอย่างลุ่มลึกที่มุ่งเป้าไปสู่การออกแบบยาใหม่ๆ ถ้าสำเร็จสามารถหาสารที่แทรกแซง สัมผัสระหว่างส่วนต่างๆ ที่ทำให้เอนไซม์ไม่สามารถทำงานได้ สารเหล่านี้จะเป็นตัวยับยั้งชนิดใหม่ และเชื้อมาลาเรียอาจไม่สามารถกลายพันธุ์เพื่อดื้อยาได้ หากเป็นเช่นนี้จริงประตูสู่การสร้างยาที่ป้องกันการดื้อยาของเชื้อโรคก็จะเปิดกว้าง สามารถบรรเทาทุกข์ของผู้ป่วยได้นับล้านคน และคงเป็นผลงานระดับรางวัลโนเบลโดยแท้ ในวัย 60 ปี ของศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ท่านได้ทำงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยใจรัก ด้วยสมอง และด้วยฝีมือ ซื่อสัตย์ สุจริต ขยันหมั่นเพียร ผลงานของท่านจึงมากมายหลายคณานับและโดดเด่นทุกเรื่อง ขอให้พวกเราชาววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จงร่วมจิตอธิษฐาน อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เราเคราพนับถือ จงอภิบาลและดลบันดาลให้ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ และครอบครัว จงประสบแต่ความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ช่วยกันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยและของโลกให้เจริญก้าวหน้าสืบไปอย่างยั่งยืนชั่วกาลนาน ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต พฤษภาคม 2547
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 05 December 2008 )
|