|
แผนที่งานวิจัย สามารถแสดงได้ถึงศักยภาพและสถานภาพงานวิจัยวิทยาศาสตร์ เปรียบเทียบได้ทั้งในระดับ ภูมิภาค ประเทศ หน่วยงาน สถาบัน และ นักวิทยาศาสตร์รายบุคคล โดยใช้หลักการของ การศึกษา Bibliometrics (บรรณามิติ) ที่ทำการวัด นับจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์จากวารสารวิชาการคุณภาพชั้นนำเป็นหลัก ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่หน่วยงานนโยบายวิทยาศาสตร์ ทั่วโลก ใช้หลักการนี้ ประวัติความเป็นมา บริษัท ISI ได้ริเริ่มคิดค่า Impact Factor, IF จากหลักการ citation analysis มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 โดยเริ่มส่งเสริม กระตุ้นให้แก่ชุมชนวิจัยทั่วโลก ใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ในนักวิทยาศาสตร์แต่ละคน (research performance measurement) ในปี ค.ศ.1983 ต่อมามีการใช้หลักการของ ISI อย่างแพร่หลาย กระจาย ทั่วในชุมชนวิจัยนานาชาติตลอดมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าในช่วงหลังนี้มีคำวิพากษ์วิจารณ์ ISI อย่างมาก เช่น ค่า Impact Factor ที่สำนักพิมพ์ทำการปรับเปลี่ยนค่า IF (Manipulation of IF) โฆษณาขายสิ่งพิมพ์ด้วยค่า IF เป็นต้น รวมถึงมีการเกิดขึ้นของ แหล่งข้อมูลแบบ ดัชนีการอ้างอิง (citation index) เพิ่มมากขึ้น เช่น ฐานข้อมูล Elsevier : Scopus , IEEE เป็นต้น ทำให้เกิดแหล่งข้อมูลดิบเป็นทางเลือกใหม่ในการประเมินศักยภาพงานวิจัยมากยิ่งขึ้น
การวิจัยวิทยาศาสตร์ มีวัตถุประสงค์หลัก คือ การผลิตความรู้ใหม่ และทำการเผยแพร่ความรู้ใหม่ด้วยการตีพิมพ์ผลงานวิจัย ในสิ่งพิมพ์วิชาการ เช่น บทความวารสาร การนับจำนวนบทความวิจัย (Number of Research Publications) จึงสามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดถึงความรู้ใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่ผลิตโดยนักวิจัยในระดับบุคคล ระดับหน่วยงาน และ ระดับประเทศ ส่วนผลกระทบของความรู้ใหม่ สามารถวัดได้จากจำนวนครั้งที่บทความตีพิมพ์นั้นได้รับการอ้างอิงจากนักวิจัยในงานวิจัยที่ต่อเนื่องมา (Number of Times Cited) รวมถึงหน่วยวัด ค่า h-index ที่วัดรวมทั้งแบบเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณเป็นค่าหน่วยเดียว
ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ STKS ขอนำเสนอรายงานแผนที่งานวิจัยไทยเพื่อแสดงถึงศักยภาพและสถานภาพงานวิจัยวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ประจำปี 2009 โดย STKS ได้นำเสนอรายงานศักยภาพวิทยาศาสตร์ไทย ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2002 ใช้แหล่งข้อมูลจากฐานข้อมูล Thomson : ISI Web of Science (สืบค้นด้วยโจทย์ Affiliation address = Thailand AND Year = 2009 สืบค้น ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2253) ผลลัพธ์คือบทความวิจัยตีพิมพ์ที่มีผู้แต่งบทความจากประเทศไทยเฉพาะปี ๒๐๐๙ พบว่าประเทศไทยมีการผลิตงานวิจัยด้วยการตีพิมพ์และเผยแพร่ในระดับสากล จำนวน 6,019 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาตลอดมา โดยยังครองอันดับที่ 2 รองจากประเทศ สิงคโปร์ จากผลการสืบค้น พบจำนวนบทความวิจัยไทย 6,019 บทความ จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูล (ดิบ) 6,019 รายการชุดนี้ ด้วยซอฟต์แวร์ Data mining ชื่อ Vantage Point แสดงผลลัพธ์การวิเคราะห์ เป็นแผนที่วิจัยประเทศไทย ด้วยรูปภาพแบบต่างๆ เพื่อเข้าใจได้รวดเร็ว และง่ายขึ้น ดังรายละเอียดต่อไปนี้ รายงานส่วนที่ 1 เปรียบเทียบระดับประเทศ ตารางแสดง จำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์ ของกลุ่มประเทศอาเซียนหลัก 6 ประเทศ | ประเทศ | 2009
| 2008
| 2007
| 2006
| 2005
| 2004
| 2003
| 2002
| 2001 | Singapore | 9,435 | 8,853 | 7,886 | 7,854 | 7,346 | 6,580 | 5,723 | 5,024 | 4,590 | | Thailand | 6,019 | 5,217 | 4,409 | 3,824 | 3,074 | 2,553 | 2,399 | 1,957 | 1,605 | | Malaysia | 4,819
| 3,422 | 2,484 | 2,111 | 1,797 | 1,524 | 1,376 | 1,088 | 1,036 | | Indonesia | 1,218 | 976 | 842 | 846 | 698
| 621
| 578 | 548
| 542
| | Vietnam | 1,130 | 1,083 | 887
| 733
| 646
| 506
| 549
| 416
| 388
| | Philippines | 954
| 918 | 768 | 716
| 712
| 569
| 562
| 527
| 404
|
อ้างอิง จากฐานข้อมูล ISI : Web of Science - August 2010 รูปกราฟที่ 1 แสดงจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์ ของ 6 ประเทศกลุ่มอาเซียน ปี 2009
ตารางแสดง จำนวนการได้รับการอ้างอิง (No. of Times cited) กับค่า h-index ของประเทศอาเซียน ประเทศ
| ค่า h-index
| total times cited
| | Singapore | 30
| 16,546
| | Thailand | 18 | 6,366
| | Malaysia | 15
| 4,452 | | Indonesia | 14
| 1,492
| | Vietnam | 11
| 1,066 | | Philippines | 13
| 133 |
อ้างอิง จากฐานข้อมูล ISI : Web of Science - August2010 รูปภาพที่ 2 แสดงค่า h-indexของ 6 ประเทศกลุ่มอาเซียน ของปี2009 รายงาน ส่วนที่ 2 เปรียบเทียบระดับหน่วยงานวิจัย ของประเทศไทย
ตารางแสดงการจัดอันดับหน่วยงานวิจัยไทยผู้นำ 30 อันดับแรก อันดับที่ # Records # Instances Author Affiliations (Name Only) (Cleaned) Top 1 1421 2087 Mahidol Univ 2 1253 1775 Chulalongkorn Univ 3 669 900 Chiang Mai Univ 4 439 653 Prince Songkla Univ 5 424 656 Khon Kaen Univ 6 344 441 Kasetsart Univ 7 305 321 Natl Sci & Technol Dev Agcy 8 229 262 Thammasat Univ 9 216 258 King Mongkut Univ Technol Thonburi 10 167 212 Minist Publ Hlth 11 163 213 King Mongkut Inst Technol Ladkrabang 12 157 159 Asian Inst Technol 13 131 152 Naresuan Univ 14 124 135 Suranaree Univ Technol 15 112 134 Silpakorn Univ 16 111 127 Srinakharinwirot Univ 17 89 111 Mahasarakham Univ 18 60 74 Phramongkutklao Hosp 19 56 61 Armed Forces Res Inst Med Sci 20 52 70 Burapha Univ 21 50 53 Mae Fah Luang Univ 22 49 53 King Mongkut Univ Technol N Bangkok 23 48 67 Chulabhorn Res Inst 24 47 47 Hua Chiew Hosp 25 46 49 Maejo Univ 26 31 35 Mahanakorn Technol Univ 27 29 33 Walailak Univ 28 28 37 Ramkhamhang Univ 29 27 31 Rangsit Univ 30 26 26 Thai Red Cross AIDS Res Ctr 31 24 26 Ubon Ratchathani Univ 32 16 16 Rajamangala Univ Technol 33 16 16 Thaksin Univ # Record = จำนวนบทความวิจัย ที่ผลิตจากแต่ละสถาบัน # Instance = จำนวนคำของชื่อสถาบัน ที่ปรากฎรวมในทุกบทความ (หมายความว่าใน 1 บทความ มีผู้แต่งจากสถาบันเดียวกันมากกว่า 1 ชื่อ) (ขอรับรองความถูกต้องผลการวิเคราะห์ เรื่องนี้ 95 % เนื่องด้วย ชื่อสถาบัน 1 แห่ง มีการเขียนหลากหลายไม่เป็นมาตรฐาน เช่น Mahidol Univ. / Siriraj Hospital / Ramathibodi Hospital หรือ หน่วยงาน สวทช.ที่มีการเขียนชื่อหน่วยงานภายใต้ทั้งหมด เกือบ 10 ชื่อ) รูปภาพที่ 3 แสดงจำนวนบทความวิจัยที่ผลิตโดยหน่วยงานวิจัยไทยหลัก ปี 2009
รายงานส่วนที่ 3 การวิเคราะห์ระดับรายชื่อนักวิทยาศาสตร์ ไทย
ตารางแสดง รายชื่อนักวิทยาศาสตร์ไทย ( ผู้แต่งลำดับที่ 1 ) ผู้นำ 30 อันดับ # Records Authors (1st) 1 55 Kittisupamongkol, W 2 47 Wiwanitkit, V 3 13 Apisarnthanarak, A 4 11 Boonchom, B 5 11 Phuruangrat, A 6 10 Chantrapromma, S 7 10 Maude, R J 8 9 Thongtem, T 9 9 Tiamkao, S 10 8 Lohsiriwat, V 11 8 Rattanachaikunsopon, P 12 8 Sawanyawisuth, K 13 8 Wongmaneerung, R 14 7 Janjai, S 15 7 Rerkasem, K 16 7 Tummaruk, P 17 6 Bongkarn, T 18 6 Futrakul, N 19 6 Laosiritaworn, Y 20 6 Manosuthi, W 21 6 Naphon, P 22 6 Prachayasittikul, S 23 6 Soodchomshom, B 24 6 Tangjitgamol, S 25 6 Thounthong, P 26 6 Yupapin, P P 27 5 Aramwit, P 28 5 Baruah, S 29 5 Boonsarngsuk, V 30 5 Cha-um, S ตัวอย่าง รายการบรรณานุกรม 1 เรื่อง ของผู้แต่ง ชื่อ Kittisupamongkol, W (โรงพยาบาลหัวเฉียว) ที่ได้รับการอ้างอิง 1 ครั้ง (TC=Times cited = 1)
PT J AU Kittisupamongkol, W AF Kittisupamongkol, W. TI Pyridoxine in pregnant women receiving antituberculous drugs SO BJOG-AN INTERNATIONAL JOURNAL OF OBSTETRICS AND GYNAECOLOGY LA English DT Letter C1 Hua Chiew Hosp, Bangkok, Thailand. RP Kittisupamongkol, W, Hua Chiew Hosp, Bangkok, Thailand. NR 3 TC 1 PU WILEY-BLACKWELL PUBLISHING, INC PI MALDEN PA COMMERCE PLACE, 350 MAIN ST, MALDEN 02148, MA USA SN 1470-0328 J9 BJOG JI BJOG PD AUG PY 2009 VL 116 IS 9 BP 1274 EP 1274 DI 10.1111/j.1471-0528.2009.02188.x PG 1 SC Obstetrics & Gynecology GA 469EY UT ISI:000267879700021 รูปภาพที่ 4 แสดงรายชื่อผู้แต่งไทย (ลำดับที่ 1) 10 อันดับแรก รูปภาพที่ 5 แสดงรายชื่อกลุ่มประเทศ ที่มีความร่วมมือกับงานวิจัยไทย ปี 2009 รูปภาพที่ 6 แสดงรายชื่อวารสาร 10 อันดับแรก ที่นักวิจัยไทยทำการตีพิมพ์สูงสุดในปี 2009
รูปภาพที่ 7 แสดงหมวดหมู่วิชาตามระบบของ ISI ของบทความวิจัยไทยปี 2009 แสดงบทความวิจัยไทย ปี 2009 ที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุด 115 ครั้ง ( ณ สิงหาคม 2010)
PT J AU Mok, TS ; Wu, YL; Thongprasert, S; Yang, CH; Chu, DT; Saijo, N; Sunpaweravong, P; Han, BH; Margono, B; Ichinose, Y; Nishiwaki, Y; Ohe, Y; Yang, JJ; Chewaskulyong, B; Jiang, HY; Duffield, EL; Watkins, CL; Armour, AA; Fukuoka, M TI Gefitinib or Carboplatin-Paclitaxel in Pulmonary Adenocarcinoma. SO NEW ENGLAND JOURNAL OF MEDICINE LA English DT Article ID CELL LUNG-CANCER; RECEPTOR GENE-MUTATIONS; PROSPECTIVE PHASE-II; EGFR MUTATIONS; FUNCTIONAL ASSESSMENT; 1ST-LINE GEFITINIB; TREATED PATIENTS; NEVER-SMOKERS; THERAPY; ERLOTINIB AB Background: Previous, uncontrolled studies have suggested that first-line treatment with gefitinib would be efficacious in selected patients with non-small-cell lung cancer. Methods: In this phase 3, open-label study, we randomly assigned ……………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….. C1 [Thongprasert, Sumitra; Chewaskulyong, Busyamas] Chiang Mai Univ, Maharaj Nakorn Chiang Mai Hosp, Chiang Mai 50000, Thailand. [Sunpaweravong, Patrapim] Prince Songkla Univ, Hat Yai, Thailand. NR 32 TC 115 PU MASSACHUSETTS MEDICAL SOC PA WALTHAM WOODS CENTER, 860 WINTER ST,, WALTHAM, MA 02451-1413 USA SN 0028-4793 JI N. Engl. J. Med. PD SEP 3 PY 2009 VL 361 IS 10 DI 10.1056/NEJMoa0810699 PG 11 SC Medicine, General & Internal UT ISI:000269480400004 รูปภาพที่ 8 กราฟแสดงความสัมพันธ์ ระหว่าง หน่วยงานวิจัยไทย X หมวดหมู่วิชา รูปภาพที่ 9 แสดงแผนที่ แบบ Cross Correlation Map แสดงความสัมพันธ์ ระหว่าง หน่วยงานวิจัยชั้นนำไทย 32 แห่ง กับ คำศัพท์สำคัญ (keyword plus) หน่วยงานที่มีเส้นโยงเชื่อมกัน หมายความว่ามีการใช้คำศัพท์ในบทความเหมือนกัน ส่วนหน่วยงานที่ไม่มีเส้นโยงหมายความว่า ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ
รูปภาพที่ 10 Matrix แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างหน่วยงานผู้นำการวิจัยไทย X คำวลีในชื่อเรื่องของบทความวิจัย รูปภาพที่ 11 Profile ของหน่วยงานวิจัยไทย 5 อันดับแรก
ตารางแสดง แสดงจำนวนครั้งที่ได้รับการอ้างอิง (Times cited) ของบทความวิจัยไทยปี 2009 อธิบายได้ว่า ลำดับที่ 1 มี 1 บทความ ที่ได้รับการอ้างอิงรวม 115 ครั้ง ลำดับที่ 2 มี 1 บทความ ที่ได้รับการอ้างอิงรวม 65 ครั้ง ลำดับที่ 11 มี 3 บทความ ที่ได้รับการอ้างอิงบทความละ 16 ครั้ง ....................................................................................
# Records Times Cited 1 1 115 2 1 65 3 1 43 4 1 36 5 2 29 6 1 27 7 2 26 8 1 24 9 1 23 10 1 17 11 3 16 12 4 15 13 2 14 14 2 13 15 4 12 16 8 11 17 17 10 18 14 9 19 14 8 20 25 7 21 43 6 22 87 5 23 118 4 24 241 3 25 412 2 26 998 1 27 4009 0
รูปภาพ 13 แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างหน่วยงานวิจัยไทยผู้นำไทย 30 แห่ง กับ จำนวนครั้งการได้รับการอ้างอิง ( Affiliations X Times Cited)
รายงานโดย รังสิมา เพ็ชรเม็ดใหญ่ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 21 ตุลาคม 2553 ดาวน์โหลดบทความ |