HomepageThai thesesOnline KnowledgesSTKS BlogSTKS WikiS&T NewsContact STKS
หน้าหลัก arrow สารสนเทศวิเคราะห์ arrow ดัชนีวรรรกรรม arrow หน่วยวัดคุณภาพวารสาร (Journal Ranking Metrics)

หน่วยวัดคุณภาพวารสาร (Journal Ranking Metrics) พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Rungsima   
       วารสารวิชาการ (Scholarly Journal)  มีบทบาทที่สำคัญในวงการวิจัยวิทยาศาสตร์ในระดับนานาชาติ ด้วยการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสาร เผยแพร่ ผลงานวิจัยอันเป็นความรู้ใหม่ ข้อเสนอใหม่ ทฤษฎีใหม่ ข้อเท็จจริงใหม่ (new facts) สมมุติฐานใหม่ (new hypothesis) คำอธิบายใหม่ (new explanations) หรือการสังเคราะห์แบบใหม่ (new synthesis)  และ อื่นๆ มายาวนานหลายทศวรรษ ถือว่าข้อมูลที่นำเสนอเป็นข้อมูลชุดแรกสุดที่เผยแพร่ออกมา คือเป็นแหล่งข้อมูลแบบปฐมภูมิ (primary source)  ผู้อ่านที่ต้องการทราบความก้าวหน้าล่าสุดของวงการวิจัย จำเป็นต้องติดตามอ่านจากสื่อประเภทวารสารเป็นหลัก นอกเหนือจากสิ่งพิมพ์ปฐมภูมิประเภทอื่นๆ เช่น รายงานการประชุม สิทธิบัตร (เน้นข้อมูลเทคโนโลยี)

     วารสารวิชาการได้มีการพัฒนาการจากรูปแบบในสื่อกระดาษ ไปสู่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อดิจิทัลในปัจจุบัน   วิธีการคัดเลือกวารสารแบบตามธรรมเนียม (Traditional measure)โดยทั่วไป วัตถุประสงค์เพื่อติดตามอ่านหรือ เสนอลงตีพิมพ์ ขึ้นกับหลายปัจจัย ที่นอกเหนือจากการวัดคุณภาพวารสารเพิ่มขึ้นมาโดยมีเกณฑ์ทั่วๆไป ดังนี้
- วัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร (Objectives & Scope)
- มาตรฐานในการบริหารจัดการของกองบรรณาธิการ (Editorial standards)
- ประเภทของต้นฉบับที่จัดเตรียมเสนอตีพิมพ์ลงวารสาร เช่น บทความวิจัย บทความวิจารณ์ จดหมาย    (Percentage of Research  Articles)
- สาขาวิชาเฉพาะทาง (Specific subject area)
- ความสำคัญของงานวิจัยที่แต่งเพื่อเผยแพร่
- การ ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขา (Peer Review) เป็นเรื่องสำคํญ ที่ช่วยให้ความมั่นใจในความถูกต้อง เชื่อถือได้ ให้แก่ผู้อ่าน ถือเป็นการประเมินคุณภาพขั้นแรก
- ความน่านับถือของบรรณาธิการ ของวารสารชื่อนั้น (Reputation of editor)
- การตรงกำหนด ความเร็วในการผลิตวาสาร (Timeliness)
- กลุ่มชุมชน ผู้อ่านที่ใช้วารสารชื่อนี้  ความกว้างขวางของการเผยแพร่ ในระดับภูมิภาค นานาชาติ (Readership + Circulation)
  การ ประเมินคุณภาพงานวิจัยวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่สำคัญและวงการวิจัยวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจต้องการให้มีระบบหน่วยวัดที่ถูกต้อง โปร่งใส มีเหตุผล โดยที่ผ่านมาหน่วยวัดที่สำคัญคือค่า Impact Factor, IF ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกรู้จักและใช้กันมายาวนานกว่า 40 ปี
จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้มีการคิดค้น นำเสนอหน่วยวัดคุณภาพวารสารวิชาการหลายชุดที่จัดเตรียมให้ชุมชนวิจัยนานาชาติใช้เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยประเมินคุณภาพวารสาร ได้แก่
1. ค่า Impact Factor, IF
2. H-Index
3. Eigenfactor
4. SCImago Journal Rank, SJR
5. SNIP
6. Usage
หน่วยวัดส่วนใหญ่ วัดจากค่าการอ้างอิงเป็นหลัก (Citation Rate)   ซึ่งมีหลักการว่าวัดได้ถึงผลกระทบอิทธิพลของบทความ ผู้แต่ง ชื่อวารสาร จนชุมชนวิจัยวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมีปรากฎการณ์ Citation Fever

บทความนี้ขอนำเสนอหน่วยวัดแต่ละชุด ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1.  ค่า Impact Factor , IF วารสารที่มีค่า IF คือรายชื่อวารสาร เฉพาะในฐานข้อมูล ของ Thomson : ISI เท่านั้น ISI ได้ริเริ่มพัฒนาค่านี้ ถือเป็นค่าที่มีชื่อเสียงเลื่องลือมากที่สุดในวงการวิชาการ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1955 รวมเวลาแล้วมากกว่า 40 ปี  
คำจำกัดความ IF Definition A ratio between citations and recent citable items published in a journal
(It is the average number of citations received per published articles)


   สูตรการคำนวณหาค่า Impact Factor, IF
2008 impact factor = A/B
A = the number of times articles published in 2006 and 2007 were cited by indexed journals during 2008
B = the total number of "citable items" published in 2006 and 2007. ("Citable items" are usually articles, reviews, proceedings, or notes; not editorials or Letters-to-the-Editor.)


ตัวอย่างวารสารชื่อ  : Emerging Infectious Diseases           มีค่า IF ปี 2008 = 5.094
 Cited in 2006 to articles published in:   2006 = 1645    2007 = 1982      รวม  = 3627

 No of articles published in:   2006 = 338   2007 = 374  รวม  = 712

           สูตรคำนวณ  IF =  A/B   =    5.094

 ค่า IF มีจุดด้อย ข้อบกพร่อง 
-      ประเภทบทความ (article type) ค่า IF มีผลอย่างมากต่อประเภทบทความ เช่น Articles, Notes, Reviews (บทความแบบ Review มีแนวโน้มได้รับการอ้างอิงสูงที่สุด หลังจาก 4 ปีไปแล้ว)
- ระยะเวลา ปกติบทความจะได้รับการอ้างอิงต่อเนื่องจาก 2 ปีไปแล้ว ฉะนั้นค่า IF ที่คำนวณ เพียง 2 ปีจึง ไม่สามารถสะท้อนข้อเท็จจริงได้
- สาชาวิชาของบทความ บทความเนื้อหาสาขา Biomedical มักได้รับการอ้างอิงถึงมากกว่าบทความในสาขา Mathematics, Social Science, Material Science
มีผลการศึกษา แสดงความแตกต่างในพฤติกรรมการอ้างอิงในแต่ละสาขาวิชา  แสดงเป็นกราฟ เรียงลำดับ สาขาที่มักได้รับการอ้างอิงเฉลี่ยสูงสุด ไล่เรียงมา คือ Life Science, Neuroscience, Clinical Medicine, Pharmacology, Physics, Chemistry, Earth Science, Environmental Science, Biological Science, Material Science, Social Science, Mathematics & Computer Science

ถึงแม้ว่า Thomson : ISI ได้นำเสนอหน่วยวัดทางเลือกค่าอื่นๆ คือ immediacy index, cited half life เป็นต้น ค่า IF ยังเป็นค่านิยมใช้กว้างขวางมากที่สุด หากการวิจัยวิทยาศาสตร์ใดมีค่า IF สูงจะกลายเป็นเสมือน การมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว
 ค่า IF มีการคำนวณทุกปี ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ บรรณาธิการ สถาบันวิจัยต่าง ๆ มักจะรอคอยอย่างกระวนกระวายใจ เพื่อตรวจสอบสถานภาพตนเอง เทียบกับวงการวิทยาศาสตร์ โดยปราศจากหรือไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนที่ว่าระยะเวลาที่เลือกคำนวณค่า IF อยู่เพียง 2 ปี คือว่าสั้น  มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ ถึง ค่า IF เกิดขึ้นอยู่เสมอตลอดมา ตั้งแต่เริ่มใช้และในช่วงที่ผ่านมาไม่นานมานี้ ยิ่งมีการวิพาษ์วิจารณ์ เพิ่มมากยิ่งขึ้น

STKS ได้เรียบเรียงบทความเรื่อง JCR 2008 แหล่งบริการค่า IF เผยแพร่ที่เว็บ www.stks.or.th หัวข้อสารสนเทศวิเคราะห์


2.ค่า  h –index
นำเสนอโดยนักฟิสิกส์ Jorge Hirsch เมื่อ ปี 2005
เป็นการจัดอันดับ นักวิทยาศาสตร์รายบุคคล รายวารสาร บนหลักการของการตีพิมพ์งานอาชีพ (career publications) เป็นการนับรวมกัน 2 ค่า ทั้งเชิงปริมาณ และ คุณภาพ คือ จำนวนบทความที่ตีพิมพ์กับจำนวนการอ้างอิงที่ได้รับ
คำจำกัดความของค่า  h index as a maximum number of an author’s that have been cited at least h times.
หรือหมายถึง จำนวนการตีพิมพ์บทความสูงสุดของนักวิจัย 1 ชื่อ ที่ได้รับการอ้างอิงเท่ากับค่า h ในทุกๆบทความ  STKS ได้เรียบเรียงบทความเรื่อง h-index ไว้ที่ www.stks.or.th
หากนักวิจัยได้รับค่า h – index = 10 หมายความว่า นักวิจัยผู้นั้นมีผลงานตีพิมพ์ 10 บทความ และได้รับการอ้างอิงอย่างต่ำสุด 10 ครั้ง/บทความ วิธีการคำนวณหาค่า h – index ขั้นต้นคือระบุหาบทความของผู้แต่งในฐานข้อมูลการอ้างอิง   ค่า h – index เป็นวิธีการวัดแบบง่าย นับจากจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ (publications) และจำนวนครั้งที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุดใน 1 บทความ Prof. Hirsch ได้ประมาณการว่านักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพความสำเร็จเมื่อระยะเวลาผ่านไป 20 ปี ควรมีค่า h – index = 20

3. หน่วยวัด  Eigenfactor
   เมื่อปี 2008 นักวิจัยชื่อ Bergstrom, C.T. นักชีววิทยา แห่งมหาวิทยาลัย วอชิงตัน ได้นำเสนอหน่วยวัดชื่อ EigenFactor ที่คำนวณจากทฤษฏีเครือข่าย (Network Theory) ที่จัดอันดับวารสารจากค่า การมีอิทธิพล (Influence) วัดออกมาเป็น 2 ค่า หลัก คือ Eigenfactor  Journal Rank score, EF และ Article Influence score, AI
  STKS ได้เรียบเรียงเรื่องหน่วยวัดค่านี้ แสดงไว้ที่เว็บไซต์ www.stks.or.th  หมวดสารสนเทศวิเคราะห์

4. SCImago Journal Rank, SIR
-  หน่วยวัดคุณภาพวารสารทางเลือกชุดใหม่
-  เป็นหน่วยวัดคุณภาพวารสารแบบเปิดให้ใช้ฟรีแบบออนไลน์               
- พัฒนา คิดค้น นำเสนอ โดยนักวิทยาศาสตร์ ประเทศสเปน
- ใช้แหล่งข้อมูลวารสารอ้างอิงจากฐาน Scopus (ฐานบรรณานุกรมและบทคัดย่อที่ใหญ่ที่สุด)
- ให้ค่า h – index ชื่อวารสารด้วย
- เป็นอัตราส่วนระหว่าง จำนวนการอ้างอิงในปีปัจจุบัน หารด้วยจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ใน 3 ปี ที่ผ่านมาแล้ว
- ค่า citation คิดน้ำหนักให้ตามหลักการ Page Rank ของ Google แตกต่างกับ การคำนวณค่า IF ที่ง่ายมาก (สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นตามที่ต้องการได้) ส่วนค่า SIR มีวิธีคำนวณซับซ้อนมากกว่าค่า IF คือน้ำหนักค่า citation ที่มาจากวารสารชื่อต่าง ๆ ไม่เท่ากัน ขั้นกับการมีชื่อเสียงของวารสารคล้าย Google

SJR เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นงานวิจัยใหม่เกิดขึ้นเพื่อมุ่งหวังพัฒนาหน่วยวัดชุดใหม่ให้เป็นทางเลือกเพิ่มมากขึ้นกว่าหน่วยวัดชุดเดิม โดยไม่เพียงแค่คิดเพียงจำนวนการอ้างอิงในเชิงปริมาณ แต่มุ่งคิดถึงคุณภาพควบคู่ไปด้วย มีการนำอัลกอริธึม Page Rank อันมีชื่อเสียงของ Google ที่ใช้ในการสืบค้นหาหน้าเว็บและให้ผลลัพธ์แบบจัดอันดับมาประยุกต์กับเครือข่ายการอ้างอิงกันไปมาระหว่างวารสาร (Journal Citation Networks) การคิดค่า SIR ใช้หลักการนี้เป็นหลัก โดยใช้ข้อมูลการอ้างอิงจากฐานข้อมูล Scopus เป็นข้อมูลดิบในการคิดคำนวณ (ข้อมูลปี 2007 ในฐานข้อมูล Scopus ประกอบด้วยข้อมูลบทความวิจัย 1,821,744 เรื่อง มีเอกสารการอ้างอิง 22,370,409 รายการ Scopus แบ่งเนื้อหาข้อมูลบทความวิจัยเป็น 26 สาขาวิชาหลัก 295 สาขาวิชาเฉพาะ โดยแบ่งเป็น 4 หมวดหมู่หลัก คือ Life Science > 4,300 ชื่อ, Physical Science > 7,200 ชื่อ, Social Science > 5,300 ชื่อ, Health>8,600 ชื่อ)
ดัชนี SCImago Journal Rank เป็นเครื่องมือใหม่ที่ชุมชนวิจัยทั่วโลกแสดงความยินดีต้อนรับเป็นอย่างดี ใช้ช่วยประเมินวารสารวิทยาศาสตร์ ที่อาจเป็นคู่แข่งสำคัญกับดัชนีชุดเก่าแก่ที่สุด คือ JIF
ในยุคอิเล็กทรอนิกส์นี้ ได้ก่อให้เกิดความสะดวก ง่าย รวดเร็ว ในการคำนวณที่สลับซับซ้อน  จึงสามารถประยุกต์อัลกอริธึมขั้นสูงได้ สามารถช่วยประเมินปฏิสัมพันธ์ระหว่างวารสารชื่อต่างๆ ด้วยข้อมูลการอ้างอิงกันไปมาแสดงในรูปของเครือข่ายขนาดใหญ่ ( huge network) หรือ จักรวาลของสิ่งพิมพ์วิทยาศาสตร์
 (universe of scientific publications)   SJR ใช้วิธีการนี้หาค่า Prestige metric ให้แก่วารสารแต่ละชื่อ
การใช้ค่า SJR เป็นการดูผลกระทบของวารสารโดยไม่นับรวมการอ้างอิงตนเอง (วารสารชื่อเดียวกัน)  
  SJR  มีวิธีการคำนวณ 2 ขั้นตอน คือ
      1.   หาค่า  Prestige SJR = PSJR  =  Similar to Google PageRank  = สูตรที่ซับซ้อน
             อยู่บนหลักการที่ว่า ค่า citation ที่ได้รับ นั้น มีค่าไม่เท่ากัน ขึ้นกับความมีชื่อเสียงของวารสาร
                คำนวณออกมาเป็น ค่า  high prestige และ lower prestige
        2. หาค่า SJR  ตามสูตร  SJR = c x  PSJR j.  / (หารด้วย)  Art j.
          C = ค่าคงที่ constant   เช่น 0.9                            
                Art j = Number of primary items (articles, reviews and conference papers) of journal j.
แสดงตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะต่างๆของ  JCR กับ SJR

 Characteristic Journal Citation Reports, JCRImago Journal and Country Rank 
 Organization Source database Thomson Scientific
Institute for Scientific Information (ISI) Web of Science
 SCImago Research Group
Scopus (Elsevier B.V.)
 Number of journal <7394 ( 6166 science Journals ,
   1768 social science  Journals)
 13,208
 Languages of publication of journals 30 50
 Countries of  publication of journals 71 97
 Countries of research origin Not available 229
 Update Weekly daily
 Main indicator of quality of journals Journal impact factor (IF) SCImago journal rank (SJR)indicator
 Reference period 1 calendar year 3 calendar years
 Citation window / time frame 2 preceding 3 past years
 Journals providing citations “Source” journals (“cited - only” journals excluded) All other journals
 Weight of citations
( Citation Value )
 Equal / Unweight Depending on the “prestige” of the citing journal / Weighted
 Journal self - citations Included Not included
 Articles considered to receive citations “Citable” (research and review articles) All types
 Subject classification 2 Editions (science and social sciences) 224 subject categories 27 subject areas, 295 subject categories
 Access Restricted (paid subscription required after 1 month free use) Open
 Secondary indices, utilities Journal immediacy index, journal cited half-life, unified impact factor, 5-yr impact factor, self-cites, graphical representations H Index, self-cites, country indicators, graphical representations

ตาราง แสดงข้อมูลเปรียบเทียบการจัดอันดับวารสารชั้นนำ 10 ชื่อ ตามค่า  Journal Impact Factor, JIF  และ SCImago journal rank indicator

เรียงลำดับคุณภาพวารสาร ตามค่า JIF  ของวารสารชั้นนำ 10 ชื่อ ด้านซ้ายสุด ตามค่า SJR ด้านขวาสุด

Journal Impact Factor, JIF                                                   SCImago journal rank indicator

 Rank ValueJournal title Value Rank 
 1 63,342 Ca-A Cancer Journal of Clinicians 7,275  19
 2 51,296 New England Journal of Medicine 3,649  51
 3 47,237 Annual Review of Immunology 22,439    1
 4 36,525 Annual Review of Biochemistry 16,100    2
 5 33,508 Reviews of Modern Physics  2,689  79
 6 31,583 Nature Reviews Cancer  9,159    9
 7 31,441 Physiological Reviews  7,866  16
 8 31,354 Nature Reviews Molecular Cell Biology 12,240    6
 9 30,028 Science 5,338  30
 10 29,194 Cell 15,224    3
                                                               
5. หน่วยวัด  SNIP (Source Normalized Impact per Paper) 
      เป็นหน่วยวัดที่นำเสนอโดย  Henk F. Moed แห่งหน่วยงาน  CWTS มหาวิทยาลัย Lieden ประเทศเนเธอร์แลนด์  ที่วัดบนหลักการของ citation potential เป็นหลัก ซึ่งมีปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง คือ ความถี่และความเร็วของการอ้างอิงในแต่ละสาขาวิชา ความครอบคลุมของฐานข้อมูล และ ขอบเขต จุดเด่นของวารสาร
การคำนวณหาค่า SNIP มี 2 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1  คำนวณหาค่า  Journal’s raw impact per paper 2008 (RIP) ซึ่ง เท่ากับ
        # citations in 2008 to papers published in 2005-2007   หารด้วย
        # papers published in 2005-2007
ขั้นตอนที่ 2 คำนวณหาค่า  SNIP  เท่ากับ  RIP / หารด้วย
                   Relative database citation potential in its subject field
ตัวอย่าง ผลการคำนวณ 2 ขั้นตอน ของ วารสาร 3 ชื่อ คือ

 Journal  Title  RIP Citation Potential  SNIP (=RIP/ Cit Pot)
  Invent Math   1.5                  0.4                        3.8
  Molec cell  13.0                  3.2                      4.0
  J. Elec. Material   1.5                  1.5                      1.5     


         
ตัวอย่าง เปรียบเทียบ ค่า SNIP ของวารสารในสาขาที่แตกต่างกัน

  Journal  Title  RIP Citation Potential   SNIP (=RIP/ Cit Pot) Subject Area
  J. Gerontol.- A  3.7                      2.0                                     1.8             Biol&Med Sci
 J. Gerontol – B  2.7                      1.2                          2.3 Psych&Soc.Sci.
 J. Molec Spectr  1.1                      1.0                          1.1 Atom
 Nanoparticle Res.  2.3                      1.9                          1.2 Molec. Physics
 Nature 19.0                      2.5                          7.6Multidisciplinary
 Science 15.4                      2.5                          6.3Multidisciplinary 

 ตาราง แสดงหน่วยวัดคุณภาพวารสาร 10 ชื่อในสาขา วิทยาศาสตร์ทางน้ำ (Aquatic Science)

  Journal title  IF  SJR    Eigenfactor AI         SNIP
 Advances in Marine Biology    1       1                        2           0.25
 Oceanography Marine Biology    2      -                        1              -
 Biofouling    3     10                      40           0.15
 Limnology and Oceanography   4       2                        3           0.25
 Aquatic Toxicology   5       9                      14           0.15
 Fish Shellfish Immunology   6       3                      35            -
 Coral Reefs    7     13                        4           0.1
 Microbial Ecology    8        6                        8           0.2
 Journal of Phycology   9       8                        6           0.2
 Freshwater  Biology   10     18                      11           0.1
 Hydrobiologia   40     43                      48           0.065

      ตัวเลขที่แสดงแบบ หนา ถือว่ามีความเบี่ยงเบนผิดปกติมากที่สุด

6. หน่วยวัด  Journal  Usage Factor
- คือ ความถี่ หรือ จำนวนการใช้บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารชื่อหนึ่งๆ
- เป็นแนวคิดใหม่ที่เสนอให้ใช้วัดถึงคุณภาพ และ ผลกระทบของวารสาร
- ให้นิยามอย่างเป็นแบบฉบับไว้ว่า ทำการนับจำนวนต่อเมื่อมีการดาวน์โหลดหรืออ่าน (viewed) เอกสารฉบับเต็มของบทความวิจัยนั้น
- จัดตั้งเป็นโครงการชื่อ  Counting Online Usage of Networked Electronic Resources Group, Counter ภาคอุตสาหกรรมการพิมพ์ มีความพยายามที่จะรายงานสถิติการใช้ให้เป็นมาตรฐานและเริ่มมีการพัฒนาหน่วยวัดที่ให้ชื่อว่า Usage Factor Metric ซึ่งยังอยู่ในระยะแรกเริ่ม (infancy) ส่วนห้องสมุดได้ใช้หลักการนี้มานานแล้ว คือการเก็บสถิติการใช้สื่อต่าง ๆ รวมถึงผู้แต่งบทความก็สนใจใคร่ทราบว่าผลงานตนเองถูกใช้ไปเท่าไรบ้าง
- ตัวอย่างฐานข้อมูล  Science Direct  จัดทำสถิติการใช้บทความเต็มให้แก่สมาชิก แบบรายเดือน ต่อวารสาร 1 ชื่อ
- กำลังมีการศึกษาและ พัฒนาโดยหน่วยงาน United Kingdom Serials Group, UKSG ร่วมกับ Oxford University Press  ใช้ชื่อหน่วยวัดว่า Usage Factor

สรุป
- หน่วยวัดค่า H-index, SJR, Usage เป็นหน่วยวัดที่เริ่มมีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้น ให้เป็นเครื่องมือในการประเมินคุณภาพวัดออกมาเป็นค่าชี้ถึงผู้แต่งบทความกับวารสาร
- ค่า IF ยังคงเป็นค่ามาตรฐานของอุตสาหกรรม และเป็นหน่วยวัดค่าแรกสุดที่ใช้วัดประเมินถึงความสำคัญของวารสาร
- มีคำแนะนำให้ใช้หน่วยวัด หลายๆชุดในการประเมินคุณภาพวารสาร ไม่แนะนำให้ใช้เพียงหน่วยเดียว


เอกสารอ้างอิง 
1.  Falagas, M. E., et al  (2008). Comparison of SCImago journal rank indicator with journal impact factor. The FASEB Journal, 22(8), 2623-2628

2.  Gonzalez-Pereira B.; et al (2008 ) The SJR indicator: A new indicator of journals’ scientific prestige  (Open Access article from Arxiv.org available at   http://arxiv.org/ftp/arxiv/papers/0912/0912.4141.pdf


3.   Moed, HF. (2010)  Measuring contextual citation impact of scientific journals. A new measure for a new era ? Available at : http://www.journalindicators.com/Moed%20Presentation%20APE%202010%20SNIP.pdf


4. Thomaz, SM.(2009) Alternative metrics to measure journal impacts : entering in a “free market” era. Hydrobiologia V.636 P. 7-10

                        

                                                                                              เรียบเรียงโดย รังสิมา เพ็ชรเม็ดใหญ่

                                                                                                    เมื่อ วันที่ 7 เมษายน 2553 

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 26 April 2010 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >








TIAC Science and Technology Knowledge Services: STKS