|
ปัจจุบันมีการพัฒนาสื่อการเีรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) อย่างแพร่หลาย ซึ่งมีทั้งที่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากเว็บไซต์ e-Learning ที่มีในปัจจุบันเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 มีข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการ ที่น่าจะช่วยเป็นข้อมูลเื้บื้องต้นสำหรับหน่วยงานที่สนใจพัฒนา e-Learning
รูปแบบการพัฒนา e-Learning ในประเทศไทย สามารถแบ่งได้ 3 ลักษณะ คือ - รูปแบบเอกสารเว็บ คือ การสร้างเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาวิชาต่างๆ ทั้งที่อยู่ในรูปลักษณะสื่อความรู้ทั่วไป และความรู้จากระบบการเรียนการสอน เช่น นำสไลด์ที่สร้างจาก MS PowerPoint ไฟล์เอกสารจาก MS Word หรือวีดิทัศน์ที่บันทึกระหว่างการบรรยายรวบรวมและเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ โดยไม่มีระบบบริหารจัดการการเรียนการสอน มักจะพบ e-Learning รูปแบบนี้ในสถานศึกษาต่างๆ ระดับภาควิชา หรือคณะ โดยเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินทราเน็ต หรือสถานศึกษาขนาดเล็กที่ยังไม่มีความพร้อมเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์
- รูปแบบ LMS คือ การออกแบบที่ใช้ความสามารถของซอฟต์แวร์บริหารจัดการการเรียนการสอน (Learning Management System: LMS) สถานศึกษาขนาดใหญ่ หรือองค์กรต่างๆ ที่มีความพร้อมนิยมใช้รูปแบบนี้มาก โดย LMS ที่เลือกใช้มีทั้งที่พัฒนาขึ้นมาเอง ซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Black board, Edugator, Learning Space) หรือเลือกใช้ซอฟต์แวร์ในกลุ่มโอเพ่นซอร์ส (LearnSquare, Autotor, Moodle) ทั้งนี้ระบบ e-Learning ในประเทศไทยโดยการใช้ LMS นับเป็นรูปแบบที่พบได้มากที่สุดในปัจจุบัน
- รูปแบบอิงมาตรฐานทั้งระบบและเนื้อหา นับเป็นรูปแบบที่มีความซับซ้อนมากที่สุด แต่สามารถแก้ไขปัญหาการโอนย้าย ปรับเปลี่ยนระบบ และการแลกเปลี่ยนเนื้อหาบทเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมาตรฐาน e-Learning ที่นิยมใช้กันได้แก่ SCORM (Sharable Content Object Reference Model) และรองรับการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนการสอนที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ แต่พบว่าในประเทศไทยยังไม่ได้ใช้ระบบนี้เต็มระบบ เช่น Moodle แม้นว่าจะมีจุดเด่นในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนออนไลน์ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ความรู้ด้วย Module สำเร็จรูปพร้อมใช้งน แต่ก็ติดที่พฤติกรรมการเรียนจริงของครูและนักเรียนไทย ยังขาดแรงกระตุ้น ประกอบกับความเร็วของสัญญาณการสื่อสาร อีกทั้งยังขาดคุณสมบัติการสร้างบทเรียนที่อิงมาตรฐาน SCORM เป็นต้น
การเรียนการสอนด้วยสื่อ e-Learning
การเรียนการสอนด้วยสื่อ e-Learning จากการศึกษาข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ พบว่าสถานศึกษาต่างๆ หรือองค์กรต่างๆ ที่ดำเนินการพัฒนา e-Learning ส่วนมากมีความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ จึงเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินทราเน็ตของตนเอง หรือผ่านระบบสมาชิก ไม่ได้เปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ ที่รองรับการพัฒนาบุคลากรของประเทศไทยในภาพรวม หากนับคลังความรู้ออนไลน์ในรูปแบบอีเลินนิ่งที่เปิดเผยเนื้อหาเกือบ 100% และมีจำนวนเนื้อหามาก ก็คงนับว่า NECTEC e-Learning (http://elearning.nectec.or.th ) เป็นเว็บไซต์ลำดับต้นๆ ของประเทศไทยที่ให้บริการ นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ STKC (Science & Technology Knowledge Center : http://www.stkc.go.th ) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกเว็บที่นับเป็นศูนย์รวมเนื้อหาอีเลินนิ่งจากหน่วยงานต่างๆ ภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีจุดเด่นในการนำเสนอบทเรียนในรูปแบบมัลติมีเดีย ปัญหาใหญ่ของการจัดการเรียนการสอนด้วยสื่อ e-Learning ของสถานศึกษาส่วนใหญ่ น่าจะมาจากพฤติกรรมของผู้สอน และผู้เรียน เช่น ผู้สอนก็นำเนื้อหาในฟอร์แมตที่ต้นมีเข้าสู่ระบบ โดยไม่ได้ปรับแต่งให้เหมาะสมกับการเรียนแบบออนไลน์ (ส่ง word 100 หน้าขึ้นเว็บ) ผู้เรียนก็ไม่อยากเรียนหรืออ่านเนื้อหาที่มีอยู่เดิม หรือผู้เรียนใช้ช่องทางสื่อสาร ช่องทางกิจกรรมออนไลน์ (e-Mail, Webboard, Chat) แต่ผู้สอนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนในรูปแบบออนไลน์ (อาจจะด้วยไม่มีเวลาหรือยังไม่คุ้นเคยกับการสื่อสารออนไลน์) นอกจากนี้ยังมีจุดสำคัญในการวัดและประเมินผลการเรียนการสอนผ่าน e-Learning ที่ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นหรือเชื่อถือว่าได้ผลสัมฤทธิ์หรือเกิดประสิทธิภาพจริง ดังนั้นกระบวนการวัดและประเมินการเรียนจำเป็นต้องใช้แนวทางอื่นประกอบด้วย รูปแบบเนื้อหาสำหรับระบบ e-Learning เนื้อหาที่นำเสนอผ่านระบบ e-Learning พบว่าเนื้อหาในฟอร์แมตต้นฉบับ ไม่ว่าจะเป็น .doc .xls .ppt .wav .wmv นับเป็นฟอร์แมตที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้อาจจะด้วยความสะดวก รวดเร็ว เพราะผู้สอนส่วนมากมักจะตั้งต้นการสร้างสื่อในฟอร์แมตต่างๆ และเมื่อมีระบบ e-Learning ก็นำเข้าสู่ระบบได้เลย อย่างไรก็ตามเนื้อหาลักษณะก็มีจุดอ่อนหลายด้าน เช่น การเป็นแหล่งเผยแพร่ไวรัส (โดยเฉพาะ Macro virus ที่ติดมากับเอกสาร) การเรียกดูที่เครื่องปลายทางต้องติดตั้งโปรแกรมที่ตรงเวอร์ชั่นกับฟอร์แมตเอกสาร หรือสูงกว่า ไม่สามารถป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่น่าสนใจ ไม่เร้าใจให้เกิดการเรียนรู้ สำหรับเนื้อหาสำหรับ e-Learning ที่ออกแบบพัฒนาโดยเฉพาะ เช่น บทเรียนในรูปแบบ Interactive Multimedia Content ยังมีน้อยมาก ด้วยข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ (อย่างต่ำ 100,000 ต่อ 1 ชุดการเรียนรู้) ความรู้ของผู้พัฒนา และเวลาในการพัฒนา อีกทั้งเนื้อหาที่เผยแพร่ในปัจจุบันยังขาดแนวคิดการออกแบบอิงมาตรฐานโดยเฉพาะ SCORM ทำให้เกิดปัญหาการแลกเปลี่ยนเนื้อหา การพัฒนาซ้ำซ้อน หน่วยงานหลายๆ หน่วยงานน่าเสียดายที่ว่ามีการลงทุนพัฒนาระบบและเนื้อหาด้วยงบประมาณที่สูง แต่มีจำนวนเนื้อหาที่เผยแพร่ไม่กี่เรื่อง และจำกัดให้เฉพาะสมาชิกเข้าไปดู
สรุปภาพรวม
- ปัจจุบันมีการพัฒนา e-Learning อย่างแพร่หลาย แต่ไม่เป็นไปในองค์รวม (ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ แม้อยู่ในองค์กรเดียวกัน)
- รูปแบบเว็บไซต์ e-Learning มักจะเป็นเพียงคลังเก็บสื่อการเรียนการสอนต้นฉบับ มากกว่าบทเรียนออนไลน์ที่ผ่านการออกแบบด้วยกระบวนการออกแบบการเรียนการสอนสำหรับสื่อออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน (Instructional System Design: ISD)
- บทเรียนและระบบ e-Learning ยังไม่ได้มาตรฐาน SCORM เกิดปัญหาการแลกเปลี่ยนเนื้อหา การพัฒนาซ้ำซ้อน และการติดตามพฤติกรรม/ข้อมูลการเรียนของผู้เรียน
- พัฒนา/ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู และกระบวนการเรียนของนักเรียนผ่าน e-Learning ที่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันยังไม่สอดรับกัน เกิดปัญหาด้านปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเรียนการสอน
- ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือในระบบวัด/ประเมินผลด้วยสื่อ e-Learning ยังมีน้อยหรือยังไม่ได้รับการยอมรับ
- ควรสนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์ LMS ในกลุ่ม Open source ให้มากขึ้น เพื่อประหยัดงบประมาณการจัดซื้อจัดหา
- พัฒนาระบบเชื่อมประสานระบบที่แตกต่างกันให้เป็นระบบเดียว (องค์กรเดียว แต่เลือกใช้ LMS หลายค่าย)
ข้อมูลการพัฒนา e-Learning ด้วยระบบต่างๆ จากการสำรวจเว็บไซต์ e-Learning 172 เว็บ พบว่ามีการพัฒนา e-Learning หลากหลายรูปแบบ ทั้งการใช้ LMS, LCMS และพัฒนาด้วย Web Programming ต่างๆ ดังนี้ | Atutor | 4 | | Blog | 1 | | Claroline | 2 | | CWTools | 1 | | Education Sphere | 1 | | Edugator | 4 | | LearnSquare | 43 | | MaxLearn | 1 | | Moodle | 58 | | NOLP | 26
| | PHP | 20 | | HTML | 21 | |