|
เขียนโดย Titima Thumbumrung
|
|
ผัดถั่วงอก ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวน้ำ-แห้ง เกาเหลา ต้มจืดถั่วงอก...หลากเมนูที่มีถั่วงอกเป็นส่วนประกอบ เชื่อว่าคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นอกจากความอร่อยแล้วถั่วงอกยังประโยชน์ที่เราอาจไม่เคยรู้
สมัยเป็นเด็ก โดยเฉพาะในวิชาวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าทุกท่านต้องเคยผ่านการทดลอง "การเพาะถั่วงอก" ทั้งที่เพาะลงดินหรือลงสำลี ทั้งที่อยู่ในกระป๋องน้ำ กระป๋องนม รวมถึงจาน จากเมล็ดถั่วเล็กๆ รดน้ำเพียงไม่กี่วัน ใช้เวลาไม่กี่ข้ามคืน ก็ได้เป็นถั่วงอกสีขาว อวบ ชวนรับประทาน ซึ่งต่อมาก็ถูกนำไปเป็นส่วนประกอบในอาหารหลากเมนูในแต่ละครัวเรือน
จากกระบวนการงอกของเมล็ดถั่วที่นำมาเพาะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในเมล็ดถั่วขึ้นเพื่อสร้างอาหารมาหเลี้ยงต้นอ่อนที่กำลังค่อยๆ งอกโตขึ้น ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับถั่วงอกซึงเรามักจะเจอกันก็คือการอาการท้องอืดเนื่องจากทานถั่วงอกดิบ ซึ่งสาเหตุนั้นก็เกิดจากเมล็ดถั่วสดมีสารต่อต้านการย่อยนั่นเอง (อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ถั่วงอกไม่สูญพันธุ์)
ไม่ใช่เพียงคุณสมบัติที่ปลูกง่าย โตวัย เพียงเท่านั้น ถั่วงอก ยังเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน จากการงอกของเมล็ดถั่วทำให้มีปริมาณวิตามินซีมากกว่าเดิม 3-5 เท่า นอกจากนี้ถั่วงอกยังอุดมด้วยวิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ รวมถึงวิตามินเอ และวิตามินบี 17 สารเลซิติน (Lecithin) ซึ่งช่วยบำรุงประสาทและการทำงานของสมอง สารแอนซินัน (Anxinon) ช่วยต้านความแก่ นอกจากนี้น้ำและออกซิเจนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทำให้องค์ประกอบเชิงซ้อนในเมล็ดถั่วเปลี่ยนไป คือ ไขมันเชิงซ้อนได้แตกตัวเป็นกรดไขมัน แป้งเชิงซ้อนแตกตัวเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยว และกรดอะมิโนที่ได้จากการแตกตัวของโปรตีน ความน่าสนใจคือ ปริมาณโปรตีนในเมล็ดถั่วเขียวเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 48% หลังจากที่เป็นถั่วงอก รวมถึงโฟเลต พลังงาน เส้นใย และธาตุเหล็ก สารอาหารทั้งหมดนี้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะเพื่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และทำให้ร่างกายแข็งแรง คราวนี้มาเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการของถั่วงอกระหว่างถั่วงอกเขียว และถั่วงอกเหลืองกัน ถั่ว
| พลังงาน (แคลอรี่) | โปรตีน (กรัม)
| เส้นใย% | วิตามินซี%
| ธาตุเหล็ก%
| โฟเลต% | | ถั่วงอกเขียว | 26 | 2.5 | 4 | 23 | 4 | 9 | | ถั่วงอกเหลือง | 86 | 9.0 | 3 | 17 | 8 | 90 |
ในยุคที่ข้าวยากมากแพงหากเราสามารถผลิตอาหารเพื่อรับประทานเองได้ในบ้านก็ดีไม่น้อยโดยเฉพาะกับสตางค์ในกระเป๋า ว่าแล้วก็มาปลูกถั่วงอกรับประทานกันดีกว่า เริ่มจาก คัดเลือกเมล็ดถั่วเขียว หรือ ถั่วเหลือง ที่สมบูรณ์ ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ต่อด้วยแช่น้ำเปล่าที่สะอาด อุณหภูมิห้อง ไม่ต้องร้อน/เย็น ระหว่างนี้ก็หาภาชนะที่จะใช้เพาะ ต้องเหมาะสมกับปริมาณเมล็ดถั่วที่จะโต ขยายขึ้น โดยอาจเลือกเป็น กระป๋อง หรือจาน ซึ่งอาจจะเพาะลงบนดิน หรือลงบนสำลี อยากที่เคยทดลองปลูกเมื่อสมัยเรียน ที่สำคัญคือต้องเจาะรูที่ก้นภาชนะด้วย เพื่อให้น้ำที่รดนั้นสามารถไหลผ่านได้สะดวก รดน้ำสม่ำเสมอ ตั้งไว้ในที่ที่แดดส่องไม่ถึง ไม่ต้องการแดด เพียง 3-5 วัน ก็จะได้ถั่วงอกพร้อมรับประทาน
ที่มาข้อมูล : ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์. "เพาะถั่วงอกเพาะความคิด." สารคดี. 25, 289 (มี.ค. 2552) : 177-179. มีสพิมพ์ใจ วัชรานุรักษ์. ถั่วงอก..…..เพาะกินเองในบ้าน. http://computer.act.ac.th/education/pimjai/nut.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2552. http://www.pkw.ac.th/vichakan/performent_teacher/bean/mean.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2552. |
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 21 April 2009 )
|