|
เขียนโดย Boonlert Aroonpiboon
|
หลายๆ ท่านคงไม่ปฏิเสธที่จะให้เว็บไซต์ที่ตนพัฒนาหรือหน่วยงานของเราติดอันดับต้นๆ ของผลลัพธ์สืบค้นจาก Search Engine เนื่องจากผู้สืบค้นมักจะเลือกดูผลลัพธ์จากการสืบค้นเพียง 30 รายการแรกๆ เท่านั้น (คิดว่าไม่น่าจะเกินกว่านี้) ดังนั้นหากเว็บไซต์ที่เราพัฒนาหรือดูแลไม่ปรากฏใน 30 รายการแรกคงจะไม่ใช่ผลดีแน่นอน
หลักการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆ ของการสืบค้น มีหลักการเบื้องต้นดังนี้
- ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่เป็นข้อความมากกว่าภาพกราฟิก หรือสื่อมัลติมีเดีย ดังนั้นเว็บไซต์ที่ออกแบบด้วยกราฟิกทั้งหน้า หรือ Flash ทั้งหน้าย่อมจะถูกลดความสำคัญลงแน่นอนครับ อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ที่ออกแบบด้วยกราฟิกหรือ Flash ควรกำหนดข้อความกำกับ (Alternate Text) ด้วย
- กำหนดคำค้น (Keyword) ให้กับเอกสารเว็บ โดยคำค้นควรใช้วิธีพูดคุยกันหลายๆ คนและร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าเนื้อหาที่จะนำเสนอนี้ หากแต่ละคนต้องการสืบค้นจะใช้คำค้นว่าอะไร แทนที่จะคิดเพียงคนๆ เดียว และควรใช้คำที่ง่าย ไม่ซับซ้อน และได้จากการคิดเห็นร่วมกัน เมื่อได้รายกาคำมาแล้วควรนำคำดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับประวัติการสืบค้นจาก Keyword Tracker เช่น
- http://freekeywords.wordtracker.com/
- http://truehits.net
- http://www.digitalpoint.com/tools/keywords/
- http://www.webmaster-gadgets.com/ytracker/
- http://www.gorank.com/
- http://freekeywords.wordtracker.com/gtrends/
- เลือกคำที่เหมาะสมระบุไว้ในรายการต่อไปนี้ให้เหมาะสม ไม่ควรใช้คำซ้ำหลายๆ ที่หรือมากเกินไป
- URL
URL ประกอบด้วย Domain, Directory และ Filename ดังนั้นการจด domain การตั้งชื่อโฟลเดอร์ที่เก็บเอกสาร ตลอดจนชื่อเอกสาร ควรเป็นคำที่สื่อความหมาย ไม่ควรใช้อักขระพิเศษหรือตัวเลขเพียงอย่างเดียวและด้วยเทคโนโลยี CMS มักจะมีโหมดการแสดงผลเอกสารเว็บแบบ SEO ซึ่งควรกำหนดให้เปิดใช้งานด้วย - Title Tag
เอกสารเว็บทุกเว็บจะต้องกำหนดชื่อเรื่องของเว็บให้สื่อความหมาย และไม่ควรยาวเกิน 50 ตัวอักษร แนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก - Meta Tags (Keywords, Descriptions, etc.)
ส่วนนี้อาจจะยากในการระบุสำหรับผู้พัฒนามื่อใหม่ แต่ก็สามรถใช้เครื่องมือช่วยในกลุ่ม Web Meta Generator และการระบุในส่วน Keyword Meta tag ควรระบุในช่วง 150 - 250 ตัวอักษร และข้อความที่ระบุใน Description จะเป็นคำอธิบายย่อของเว็บ จึงควรเขียนให้เหมาะสมในลักษณะพารากราฟ และจะเป็นส่วนที่ Google ใช้นำเสนอบนหน้าผลลัพธ์การสืบค้นด้วย - Headers (H1-H6)
การทำหัวเรื่องให้ใช้ H<n2> กำกับ และเป็นคำที่สั้น สื่อความหมายชัดเจน หลีกเลี่ยงการใช้ภาพกราฟิก หรือการกำหนดฟอร์แมตด้วย <B> หรือ <I> - Body Text
Keywords should appear at least 5 times on home page and 2-3 times on inner pages. - Text Links (A HREF)
- Alt Tags
Alt เป็นส่วนสำคัญในการอธิบายภาพหรือสื่อมัีลติมีเดียดังนั้นภาพและสื่อทุกชิ้นในเอกสารเว็บควรระบุข้อความกำกับด้วย
- การระบุคำค้นใน Meta tags มีเครื่องมือช่วยหลากหลาย เช่น
- http://www.scrubtheweb.com/abs/builder.html
- http://vancouver-webpages.com/META/mk-metas.html
- http://developers.evrsoft.com/metagen.shtml
- http://www.addme.com/meta.htm
- เผยแพร่หน้าเว็บที่ระบุคำค้นแล้วเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต จากนั้นตรวจสอบอีกครั้งด้วย Web Analyzer เพื่อปรับปรุงคำค้นให้เหมาะสมในแต่ละรายการ เช่น
- http://www.submitexpress.com/analyzer
- http://www.seocentro.com/tools/search-engines/metatag-analyzer.html
- http://www.websiteoptimization.com/services/analyze/
- ส่งรายการ URL ของหน้าเว็บที่ปรับปรุงแล้วไปลงทะเบียนกับ Search Engine เช่น
- http://www.google.com/addurl/
- สร้าง Sitemap ให้กับเอกสาร หรือใช้เครื่องมือสร้างที่มาพร้อมกับ CMS เช่น
- http://www.xml-sitemaps.com/
- ติดตามผลการสืบค้นและปรับปรุงคำค้นอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะหน้าแรกของเว็บไซต์ (Homepage) ควรมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ Search Engine และผู้ชมเว็บแวะเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ
หลักการที่แนะนำข้างต้นนับเป็นหลักสำคัญที่ Web Master หรือเจ้าของเว็บควรให้ความสำคัญและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ |
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Saturday, 20 December 2008 )
|