สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงละหรือ เท่าที่ผ่านมานับล้านปี มนุษย์อยู่กันได้อย่างไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากนัก มนุษย์คิดค้นเทคโนโลยีขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีพเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ทุกคนชื่นชมกับความสำเร็จของวิทยาการแผนใหม่ ประเทศต่างๆ ที่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมได้สำเร็จร่ำรวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประเทศด้อยพัฒนาต่างทะเยอทะยานที่จะเปลี่ยนสังคมของตน จากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม แต่แล้วในทันทีราวกับไฟไหม้ป่า มีคนตะโกนร้องว่า พอลลูชั่น แล้วต่างก็ตระหนกตกใจกัน มีผู้ประณามยาฆ่าแมลงว่าทำให้นกพันธุ์ที่หายากต้องสาบสูญไป โดยลืมประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ยาเหล่านี้ที่เพิ่มผลผลิตทางเกษตร และลดโรคภัยไข้เจ็บที่มีแมลงเป็นสื่อไปชั่วขณะ บางคนทิ้งผงซักฟอกหันกลับไปใช้สบู่ บ้างก็เลิกกินผงชูรส บ้างก็โทษเครื่องปรับอากาศว่าทำให้อากาศในกรุงร้อนขึ้น หลายคนวิเคราะห์ว่าสังคมอุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา และเป็นห่วงสิ่งแวดล้อมในประเทศอุตสาหกรรม หลายคนเสนอว่าวิธีเดียวที่จะให้มนุษยชาติรอดอยู่ได้ คือต้องหันกลับไปทำนากันใหม่ กลับไปสู่สังคมเกษตรกรรมกันดังเดิม มิฉะนั้นมนุษย์จะต้องประสบภัยพิบัติอย่างไม่มางแก้ไขจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในสังคมอุตสาหกรรม
ข้อขัดแย้งระหว่างปรัชญาของการพัฒนาประเทศในแนวของอุตสาหกรรม กับการหวงแหนรักษาสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามธรรมชาติทำให้ผู้ที่อยู่ในสังคมี่กำลังพัฒนารู้สึกอึดอัด ถ้าต้องการจะใช้ไฟฟ้าก็ต้องยอมให้น้ำท่วมป่าเวลาสร้างเขื่อน แต่ใครเล่าจะเป็นผู้ตัดสินว่าระหว่างไฟฟ้ากับป่าไม้ อะไรจะสำคัญกว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมในสังคมอุตสาหกรรมเป็นปัญหาที่น่าวิตกแต่มันจะเลวร้าย จนกระทั่งทำให้ไม่สมควรจะมีสังคมอุตสาหกรรมเลยละหรือ
เรื่องสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณาก่อนจะตัดสินลงไปว่าสังคมอุตสาหกรรมเป็นที่พึงประสงค์หรือไม่นั้น คือ อันตรายที่เกิดจากการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมว่าจะมีมากแค่ไหน และจะคงทนถาวรเพียงใด หรือจะเป็นอันตรายซึ่งจะแก้ได้โดยอาศัยการพัฒนาทางอุตสาหกรรมนั่นเอง อันตรายที่มองเห็นได้ชัดมีอยู่มากมาย บางอย่างพอจะคาดได้ว่าเป็นอันตรายที่แก้ไขได้ หากสามารถพัฒนาสังคมให้เจริญถึงขั้นหนึ่งอย่างรวดเร็วทันการเช่นปัญหาการเพิ่มของประชากร น่าจะลดความน่ากลัวลง ถ้าเทคโนโลยีพัฒนาถึงขั้นที่จะทำให้ประชาชนทุกคนจะมีความรู้และความสามารถที่จะควบคุมขนาดครอบครัวได้ เห็นได้ชัดว่าประเทศที่พัฒนาด้านอุตสาหกรรมแล้ว จะประสบปัญหาประชากรน้อยกว่าประเทศที่ด้อยพัฒนาอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงในบางด้านก็อาจจะไม่น่าวิตกมากนัก เช่น อากาศเสียจากรถยนต์ในอนาคต อาจจะน้อยลงไปเมื่อสามารถผลิตเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ ดังที่ขณะนี้บริษัทรถยนต์ทั้งหลายในสหรัฐฯ กำลังทำการวิจัยอยู่แล้ว ปัญหาว่าแหล่งน้ำมันเชื้อเพลิงในโลกร่อยหรอลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ก็อาจจะไม่น่าวิตกมากไปกว่าปัญหาถ่านหินร่อยหรอไปเมื่อครึ่งศตวรรษมาแล้ว เป็นที่คาดกันว่าในอนาคตแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดจะต้องเป็นเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ปัญหาการทำลายแหล่งน้ำโดยโรงงานอุตสาหกรรมก็อาจจะแก้ได้ถ้ามีเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ประกอบกับกฎหมายที่เคร่งครัด ตัวอย่างเช่น การที่อังกฤษสามารถแก้ปัญหาแม่น้ำเทมส์สกปรกได้ในศตวรรษที่แล้ว โดยการออกกฎหมายควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมไม่ให้ทิ้งน้ำเสียลงแม่น้ำ ยาหรือกรรมวิธีใหม่ๆ ที่จะควบคุมแมลงที่ไม่ต้องการได้โดยไม่กระทบกระเทือน สิ่งมีชีวิตอื่นๆ จนเกินไป คงจะมาแทนที่ ดีดีที และยาฆ่าแมลงอื่นๆ ที่เป็นอันตราย ผงซักฟอกแบบใหม่ซึ่งสลายตัวได้หลังจากใช้แล้ว กำลังเข้าแทนที่ผงซักฟอกแบบเก่าซึ่งทำให้น้ำเสียอย่างไรก็ดี การจะแก้ปัญหาที่เกิดจากเทคโนโลยีได้นั้น ต้องมีการร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งจากนายทุน วิศวกร นักวิทยาศาสตร์และผู้บริหาร และปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ แรงกระตุ้นจากมวลชน ดังนั้น ถึงแม้ว่าโลกจะไม่สลายลงภายในศตวรรษนี้ ดังที่นักอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อมป่าวประกาศ การที่เขาเหล่านี้ส่งเสิยงดังก็อาจจะได้ผลดีในทางอ้อม ตรงที่ทำให้มหาชนได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องรับแก้ปัญหาที่แก้ได้เหล่านี้ อย่างไรก็ดีการที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายคนฉวยโอกาสเรียกเสียงสนับสนุนจากประชาชน โดยขู่ว่าวันโลกาวินาศใกล้เข้ามาเต็มทีแล้วนั้น อาจก่อให้เกิดความระส่ำระสายและปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ได้ ประชาชนทั่วไปหรือแม้ผู้นำสังคมหลายคนเริ่มประณามเทคโนโลยีทั้งหมดว่าเป็นตัวก่อความวุ่นวายขึ้น แทนที่จะก้าวไปข้างหน้า โดยการสนับสนุนเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเพิ่งกำลังจะเริ่ม นักอนุรักษ์เหล่านี้กลับพยายามหยุดความเปลี่ยนแปลงได้ แล้วชักชวนให้ประชาชนวิ่งทวนเวลากลับไปหายุคซึ่งผ่านพ้นไปแล้ว
แต่เมื่อพิจารณาอย่างสุขุมแล้ว ยังเห็นได้ว่ามีอันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ว่าร้ายแรงแค่ไหน และแก้ได้หรือไม่ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศของโลกที่เกิดจากกิจกรรมอุตสาหกรรมมีมาน้อยแค่ใด คาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้จะกลายเป็นเสมือนผ้าห่มดูดความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้จนโลกร้อนขึ้นมากเกินไปจริงหรือ กัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่มนุษย์ก่อขึ้นจะมากจนเกิดอันตรายหรือไม่ และมีทางใดที่จะขจัดให้พ้นไปจากโลกของแหล่งอันตรายบางอย่างซึ่งจะต้องหาทางแก้ไขให้ได้ หรือถึงแก้ไขไม่ได้ก็ต้องศึกษาให้รู้ชัดถึงธรรมชาติของอันตรายเหล่านี้เพื่อหาทางหลีกเลี่ยง อันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ต้องการการศึกษาอย่างใกล้ชิดและเป็นเวลานาน ผู้ที่มีความห่วงใยในสิ่งแวดล้อมน่าจะเข้าใจได้แล้วว่าการจะอนุรักษ์ให้สิ่งแวดล้อมคงเดิมอยู่ หรือกลับไปเหมือนกับสมัยก่อนการปฏิวัตอุตสาหกรรมนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้และไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนาด้วย สิ่งที่กระทำได้และพึงปรารถนา คือ การรักษาสมดุลย์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยีในขณะเดียวกันด้วย