HomepageThai thesesOnline KnowledgesSTKS BlogSTKS WikiS&T NewsContact STKS

คำนวณอายุใน Excel พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Boonlert Aroonpiboon   

การคำนวณอายุใน Excel โดยปกติจะคำนวณอายุ (ปี) ด้วยสูตร =year(today()) - year(เซลล์ที่เก็บค่าวัน/เดือน/ปี เกิด) เช่น =year(today())-year(a2) กรณีที่บันทึกวันเกิดในเซลล์ A2

แต่ถ้าต้องการผลการคำนวณระดับว่ามีอายุกี่ปี กี่เดือน และกี่วัน จะต้องใช้สูตร

=DATEDIF(BirthDate,TODAY(),"y")&" years "&DATEDIF(BirthDate,TODAY(),"ym")&" months "&DATEDIF(BirthDate,TODAY(),"md")&" days" 

ทั้งนี้ให้แทนที่คำว่า BirthDate เป็นตำแหน่งเซลล์ที่เก็บค่าวันเกิดนั่นเอง

ทั้งนี้ฟังก์ชัน datedif( ) จะใช้หาจำนวนที่แตกต่างของวันที่ 2 จำนวนในรูปแบบ

=DATEDIF("วันที่เริ่มต้น", "วันที่สิ้นสุด", ประเภทของระยะเวลา)

ประเภทของระยะเวลา  สามารถเลือกได้  ดังนี้

  • “Y” สำหรับ นับระยะเวลาเป็นปี
  • “M” สำหรับ นับระยะเวลาเป็นเดือน
  • “D” สำหรับ นับระยะเวลาเป็นวัน
  • “YM” สำหรับ นับจำนวนเดือนแบบปีชนปี
  • “YD” สำหรับ นับจำนวนวันแบบปีชนปี
  • “MD” สำหรับ นับจำนวนวันแบบเดือนชนเดือน

การคำนวณอีกรูปแบบก็ทำได้โดยการคำนวณทีละครั้ง ดังนี้

เซลล์ A1 ป้อนวันปัจจุบันด้วยฟังก์ชัน =today()

เซลล์ A2 ป้อนวันเดือนปีเกิด เช่น 4/10/1970

เซลล์ A4 คำนวณจำนวนปีเกิด ด้วยสูตร  =INT(A1-A2)/365.25

เซลล์ A5 คำนวณเดือน ด้วยสูตร =(MOD((A1-A2),365.25)/30.25)

เซลล์ A6 คำนวณวัน ด้วยสูตร =MOD(MOD((A1-A2),365.25),30.25)

ยังไงลองศึกษาความหมายดูแล้วกันน่ะครับ

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 11 December 2008 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >








TIAC Science and Technology Knowledge Services: STKS