HomepageThai thesesOnline KnowledgesSTKS BlogSTKS WikiS&T NewsContact STKS
หน้าหลัก arrow คลังข่าว arrow ข่าว S&T arrow นักวิทย์ไทยถอดรหัสดีเอ็นเอสำเร็จ

นักวิทย์ไทยถอดรหัสดีเอ็นเอสำเร็จ พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Boonlert Aroonpiboon   

ครั้งแรก! นักวิทย์ไทยถอดรหัสดีเอ็นเอสำเร็จแล้ว นำไทยสู่ยุค "จีโนม" เต็มตัว

  • นักวิทย์ฯ ไทยนำประเทศผงาดในกลุ่มผู้นำด้านไบโอเทคของโลก - เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่สามารถถอดรหัสจีโนมได้สำเร็จ
  • นักวิทย์ฯ ไทยจะถอดรหัสจีโนมสาหร่าย สไปรูไลน่า พลาเทนสิส สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก
  • เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมนี้สามารถต่อยอดเพื่อเพิ่มผลผลิตในภาคเกษตรกรรม ฟาร์มกุ้งและปศุสัตว์

กรุงเทพฯ (29 ตุลาคม 2551) – ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ หรือศูนย์ไบโอเทค ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และพันธมิตร ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการเทคโนโลยีชีวภาพไทย จากการที่นักวิทยาศาสตร์ไทยสามารถถอดรหัสพันธุกรรมสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว ได้เป็นครั้งแรก โดยตั้งเป้าเรียงแผนที่พันธุกรรมของสาหร่ายดังกล่าวให้ครบถ้วนภายในต้นปีหน้า

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้นับเป็นการถอดรหัสโครงสร้างพันธุกรรมแรกของไทย อันจะช่วยยกระดับประเทศไทยเข้าสู่กลุ่มประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีชีวภาพของ โลก ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถถอดรหัสและจัดเรียงโครงสร้างทางพันธุกรรม ของสิ่งมีชีวิตได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นครั้งแรกของโลกที่ยังไม่มีประเทศใดทำได้สำเร็จ ในการถอดรหัสโครงสร้างทางพันธุกรรมของสาหร่าย ’สไปรูไลน่า พลาเทนสิส’ ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่พบได้ตามแหล่งน้ำจืดอุ่นๆ

Image

ดร.กัญญวิมว์ กีรติกร ผู้อำนวยการศูนย์ไบโอเทค กล่าวว่า “ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวกระโดดของวงการเทคโนโลยีชีวภาพของไทย โดยจะก่อให้เกิดประโยชน์อีกนานัปการกับเศรษฐกิจของประเทศ จากการที่เราจะสามารถนำเอาเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมสิ่งมีชีวิตนี้ไป ประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลผลิตในภาคเกษตรกรรม และการแพทย์ อาทิ สามารถใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ หรือนำไปประยุกต์ใช้กับฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กุ้งกุลาดำ”

Image


ดร.กัญญวิมว์ กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของศูนย์ไบโอเทค ภายใต้ สวทช. กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

“ความสำเร็จครั้งนี้ถือว่าเป็นชัยชนะร่วมกันของนักเทคโนโลยีชีวภาพ ไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีมากที่จะสะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยง ระดมความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญของนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันต่างๆ มาทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้เกิดการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของประเทศเช่นนี้” ศ.ดร.มรกต ตันติเจริญ กล่าว โดย ดร.มรกต ถือได้ว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศไทย และเป็นผู้ริเริ่มโครงการถอดรหัสจีโนมสิ่งมีชีวิตเมื่อ 3 ปีที่แล้ว อีกทั้ง อาจารย์เพิ่งจะได้รับรางวัลบุคลากรผู้สร้างคุณประโยชน์ด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีระดับอาเซียน ประจำปี พ.ศ. 2551 (2008 ASEAN Science and Technology Meritorious Service Award)     

ทีมวิจัยโครงการถอดรหัสพันธุกรรมสาหร่ายสไปรูไลน่าประกอบไปด้วยนักวิจัย 18 ท่าน และนักวิทยาศาสตร์ 6 ท่าน นำโดย รศ.ดร.สุภาภรณ์ ชีวะธนรักษ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง จากศูนย์ไบโอเทค และ ผศ.ดร.จีรยุทธ ไชยจารุวณิช จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Image

ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการสถาบันจีโนม ศูนย์ไบโอเทค หนึ่งในทีมถอดรหัสสาหร่าย สไปรูไลน่า พลาเทนสิส ที่ได้วิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ กล่าวว่า

“เหตุผลที่เราเลือกถอดรหัสโครงสร้างทางพันธุกรรมของสาหร่าย สไปรูไลน่า พลาเทนสิส เพราะเห็นว่า สไปรูไลน่า พลาเทนสิส เป็นแบคทีเรียที่มีความสลับซับซ้อน และมีพันธุกรรมที่เข้าใจได้ยากมาก เป็นที่สนใจของนานาประเทศซึ่งยังคงต้องศึกษากันต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น หากเราเข้าใจกลไกการทำงานของยีน สไปรูไลน่า พลาเทนสิส เรายังมองไปถึงประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่จะเกิดขึ้นโดยตรงจากการพัฒนาสาหร่าย สไปรูไลน่า ซึ่งเป็นจุลินทรีย์เศรษฐกิจของประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูไลน่าได้เป็นอันดับ 3 ของโลก และได้มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศได้อย่างมาก”

องค์การนาซ่าและสำนักงานอวกาศของยุโรป ได้เสนอให้สาหร่ายสไปรูไลน่าเป็นอาหารสำหรับภารกิจการเดินทางสำรวจอวกาศที่ ใช้ระยะเวลานาน เช่น การสำรวจดาวอังคาร นอกจากนี้ โดยทั่วไปสาหร่ายชนิดนี้ได้นำไปใช้ประโยชน์เป็นสีผสมอาหารธรรมชาติ และที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดก็คือ ใช้ผสมในช็อคโกแลตสมาร์ทตี้สีฟ้า

“เราสามารถถอดรหัสและจัดเรียงแผนที่พันธุกรรมของสาหร่ายสไปรูไลน่าซึ่งมี อยู่ประมาณ 5.8 ล้านคู่เบส สำเร็จไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และก้าวต่อไปของโครงการคือ การตั้งเป้าถอดรหัสแผนที่พันธุกรรมของพืช ซึ่งโดยทั่วไปพืชชนิดหนึ่งจะมีคู่เบสอยู่ประมาณ 1,000 ล้านคู่” ดร.สมวงษ์ กล่าว

“การพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพถือเป็นคลื่นลูกต่อไปของระบบเศรษฐกิจฐานความ รู้ หลังจากการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ขณะนี้เทคโนโลยีชีวภาพกำลังปฏิวัติพลิกโฉมวงการชีววิทยาศาสตร์และการแพทย์ รวมไปถึงภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอื่นๆ การพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะ ช่วยสร้างเสริมให้ไทยมีบทบาทสำคัญบนเวทีโลก และได้ประโยชน์อย่างใหญ่หลวงจากการปฏิวัติชีววิทยาศาสตร์ของโลกในยุคนี้อีก ด้วย” ดร.สมวงษ์กล่าว

ศูนย์ไบโอเทคเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (สวทช.) มุ่งสร้างงานวิจัยพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และร่วมมือสนับสนุนโครงการเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศกับหน่วย งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ กระทรวงต่างๆ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน และในปีนี้ศูนย์ไบโอเทคครบรอบการก่อตั้งมาได้ 25 ปี


# # #

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
สวทช.: พินทิพย์ เอี่ยมนิรัตน์ โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 1466
หรือ บริษัท บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ จำกัด: พรวดี สถิตยางกูร หรือ ปานตา พูนทรัพย์มณี
โทรศัพท์ (02) 664 9500 ต่อ 117 หรือ 116 โทรสาร (02) 664 9515

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Saturday, 15 November 2008 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >








TIAC Science and Technology Knowledge Services: STKS