Cheap Microsoft Visual Studio 2012 Professional OEM
What Is Cialis
Office 2010 Pro Price
Buy MS Office 2013 Cheap
Word 2010 Discount
Buy Algor Simulation Pro
Buy Adobe Cs5 Master Collection
Buy Microsoft Office 2007 Home And Student
Buy Microsoft Visio Professional 2013
Cheap Autodesk AutoCAD Design Suite Premium 2013
Download Autodesk Softimage 2012 OEM
Buy Corel Draw for Mac
Discount 3ds Max 2012

บรรณารักษ์กับกฎหมายลิขสิทธิ์

E-mail Print

ใน FB กลุ่ม Librarian in Thailand มีการถกกันเรื่อง eBook กับประเด็นลิขสิทธิ์ มีหลายท่านที่ทำงานบรรณารักษ์และอาจารย์สายสารสนเทศมาแสดงความเห็นกันหลากหลาย เช่น

  • ถ้าเราทำแล้วไม่ขึ้นเว็บ ใช้บริการแบบ off line ภายในห้องสมุดเท่านั้น ไม่น่าจะผิดนะคะ ก็เหมือนกับสมัยก่อนเราถ่ายเก็บเป็นไมโครฟิช ไมโครฟิล์ม เพื่ออนุรักษ์ คือแค่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น
  • ควบคุมให้อยู่ในขอบเขตได้ ก็ไม่น่ามีปัญหา ใช้พวก DRM ช่วย อย่าง pdf ตอนนี้ ถ้าหา solution ดีๆ สามารถกำหนดวันหมดอายุของไฟล์ได้ กำหนดรหัสผ่านได้ พิมพ์ได้ แต่ copy ต่อไม่ได้อะไรพวกนี้นะครับ
  • ถ้าเราควบคุมการเผยแพร่ได้ ให้สามารถเปิดใช้ได้เฉพาะภายในห้องสมุด มีระบบ DRM ที่ดี เช่นเดียวกับฐานข้อมูลเมืองนอก มันก็ไม่เกินขอบเขตที่เหมาะสม ก็ยังเชื่อได้ว่า ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าหากเผยแพร่แบบ Internet โต้งๆ ใครๆ ก็เข้าไปเปิดได้ ขาดการควบคุม ผู้ใช้ copy เผยแพร่ต่อ ผลของเจตนาที่ดีของบรรณารักษ์ก็กลายเป็นละเมิดลิขสิทธิ์ในทันที
  • ตามหลักของ First sale ถ้าซื้อมาแล้วก็เป็นสิทธิ์ของเราครับ ที่จะทำอะไรก็ได้ตราบใดที่ไม่ละเมิดข้อตกลงใดๆที่กระทำร่วมกันก่อนที่เราจะคลิกซื้อ (เพราะงั้นดูเงื่อนไขดีๆ ก่อนที่จะคลิก I accept ใดๆ) ปัจจุบันมีเทคโนโลยี DRM ที่ไฟล์ดิจิทัลใดๆที่ซื้อหรือโหลดมาจะเปิดได้เฉพาะบนเครื่องนั้นๆเท่านั้น ซึ่งจะเอามาอุดช่องโหว่ของการโอนไฟล์ให้กันและกันนี่แหละครับ การส่งลิงค์ไม่มีปัญหา แต่การส่งไฟล์นี่อย่าลืมว่าเป็นการทำสำเนาอย่างหนึ่งนะครับ คงต้องดูเป็นเงื่อนไขไปว่าเจ้าของลิขสิทธิ์เค้าโอเคหรือเปล่า แต่ไฟล์สองไฟล์โทษน้อยมาก อย่าซีเรียสเลยครับ

จากกลุ่มพูดคุย แสดงให้เห็นว่า "เป็นการให้ความเห็นด้วยความคิดเห็นส่วนตัว" และมักจะใช้คำว่า "ไม่น่าจะมีปัญหา" อันเป็นการสร้างความเสี่ยงให้ตนเอง เพราะการฟ้องร้องลิขสิทธิ์ เกิดจากผู้ฟ้องร้องซึ่งมักจะเป็นเจ้าของสิทธิ์ดำเนินการฟ้องร้อง เราไม่สามารถไปห้ามเค้าได้ ดังนั้นคำว่า "ไม่น่าจะมีปัญหา" จึงอาจจะกลายเป็น "ดาบ" กลับมาหาคนที่พูดก็ได้ และอาจจะไม่เตรียมพร้อมตั้งรับหากเกิดการฟ้องร้องขึ้นมาจริง

หากลองพิจารณาตัวบทกฎหมายจริงๆ แล้ว จะพบว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้กล่าวถึง "บรรณารักษ์" ไว้ในมาตรา 34 คือ

"การทำซ้ำโดยบรรณารักษ์ของห้องสมุดซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากการทำซ้ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้

            (1) การทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น
            (2) การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา"

โดยจากการพูดคุยพบว่า หลายท่าน จะตัดตอนเฉพาะข้อ 1 และ ข้อ 2 มาใช้ คือ สามารถทำได้เมื่อเป็นการทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น และเมื่อเป็นการทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา โดยลืมไปว่า วรรคแรกของมาตรา 34 ได้กล่าวถึงวรรคแรกของมาตรา 32 ด้วย ซึ่งมีใจความ ดังนี้

"มาตรา 32 การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์"

โดยคำสำคัญของวรรคแรกในมาตรา 32 ที่เจ้าของสิทธิ์มักจะนำมาใช้ในการฟ้องร้องคือ คำว่า "ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์....ตามปกติ" และ "ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิ...เกินสมควร" 

ซึ่งจากคำสำคัญข้างต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ได้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องโดยจัดทำ "คู่มือการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม" ขึ้นมาหลายฉบับ โดยจุดสำคัญของคู่มือคือ หลักเกณฑ์การพิจารณาการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม ซึ่งมีใจความสำคัญคือ 

" พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ได้บัญญัติเรื่องข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ไว้ในมาตรา 32 โดยกำหนดให้การใช้งานลิขสิทธิ์ในบางลักษณะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะถือว่าเป็นการใช้ที่เป็นธรรม เช่น การใช้งานในการเรียนการสอน การเสนอรายงานข่าว หรือการใช้งานโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด เป็นต้น แต่การใช้งานลิขสิทธิ์ดังกล่าวตามที่พระราชบัญญัติกำหนดไว้จะต้องอยู่ภายใต้หลักการสำคัญ 2 ประการ ประกอบกันคือ

1) ต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และ
2) ต้องไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร"

ดังนั้นหากบรรณารักษ์ท่านใด อ่าน พรบ.ลิขสิทธิ์ เฉพาะมาตรา 34 โดยไม่โยงไปวรรคแรกของมาตรา 32 ก็คงเป็นการสร้างความเสี่ยง "จากการตีความเข้าข้างตนเอง" ได้ 

Last Updated on Thursday, 01 November 2012 12:38 Read more...
 

ปัจจัยหลักเกี่ยวกับ Insourcing และ Outsourcing โครงการไอที (ตอนจบ)

E-mail Print

ในตอนที่แล้วได้นำเสนอถึงเหตุผลสำคัญในการพิจารณาเลือก Insourcing คือ การรักษาความสามารถหลัก (Core competency) ขององค์กร องค์กรมีความพร้อมด้านบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และการมีอำนาจในการควบคุมและตรวจสอบโครงการ สำหรับบทความนี้จะขอนำเสนอเหตุผลสำคัญในการพิจารณาเลือก Outsourcing และปัจจัยเสี่ยงที่ควรพิจารณา

Last Updated on Friday, 02 November 2012 09:59 Read more...
 

13 - 14 ธ.ค.55 การประชุมเชิงปฏิบัติการห้องสมุด

E-mail Print

bcp-plan


สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิต, ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), และสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม
 
ขอเชิญบุคลากรของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการห้องสมุด  รายละเอียดเพิ่มเติม

  • ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการเข้าร่วมประชุม
  • สงวนสิทธิผู้เข้าร่วมประชุมฯ สถาบันละ 2 ท่าน
  • รับสมัครจำนวนจำกัด 150 ท่าน
  • ปิดรับสมัครการลงทะเบียนออนไลน์ ภายในวันที่ 7 ธันวาคม 2555
     
Last Updated on Thursday, 13 December 2012 09:25
 

ปัจจัยหลักเกี่ยวกับ Insourcing และ Outsourcing โครงการไอที

E-mail Print

Outsourcing คือ การว่าจ้างบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกเพื่อดำเนินงาน (บาง) โครงการแทนบุคลากรภายในองค์กร กลายเป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้นหลังจากกรณีความสำเร็จของบริษัท Kodak เมื่อปี 1989 (Loh and Venkatraman, 1991) อย่างไรก็ตามมิใช่ทุกกรณีของ Outsourcing ที่จะประสบความสำเร็จ มีหลายกรณีของความล้มเหลวที่ถูกอ้างถึงในวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีของ London Ambulance Service’s Computer Aided anihulance Dispatch (Avison and Fitzgerald, 2006) ดังนั้นก่อนตัดสินใจ Outsource หรือไม่นั้น องค์กรจำเป็นต้องมีการประเมินข้อดีและข้อจำกัดระหว่าง Outsourcing และ Insourcing เพื่อพิจารณาว่าทางเลือกได้คือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กร

Last Updated on Wednesday, 31 October 2012 10:10 Read more...
 

4 ปัจจัยเสี่ยงของการดำเนินโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ

E-mail Print

ในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ ระบบสารสนเทศนับเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญขององค์กร องค์กรส่วนใหญ่ตระหนักว่าระบบสารสนเทศนั้นสามารถช่วยเพิ่มผลิตผลและความสามารถในการแข่งขันให้แก่องค์กร ดังนั้นหลายองค์กรจึงลงทุนจำนวนมากในการพัฒนาระบบสารสนเทศ อย่างไรก็ตามมิใช่ทุกองค์กรจะประสบความสำเร็จในการพัฒนาดังกล่าว เนื่องจากระบบสารสนเทศส่วนใหญ่นั้นมีความยุ่งยากและซับซ้อน ตัวอย่างการศึกษาของ McManus and Wood-Harper (2008) อ้างว่า มีเพียง 1 ใน 8 ของ 214 โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศในสหภาพยุโรปที่ประสบความสำเร็จ (พิจารณาจากเวลาที่ดำเนินโครงการ งบประมาณ และการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้)

ส่วนใหญ่การจัดการระบบสารสนเทศมักมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และอยู่บนความเสี่ยงหลายประเด็น (Kolltveit, Hennestad and Gronhaug, 2007 ; Cadle and Yeates, 2001) บางประเด็นไม่สามารถเลี่ยงได้ แต่อาจจัดการด้วยการตระหนักและเตรียมการรับมือล่วงหน้า ที่ผ่านมามีการศึกษาปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศด้วยวิธีการศึกษาที่แตกต่าง เช่น การสำรวจ (Yeo, 2002; Ropponen and Lyytinen, 2000) กรณีศึกษา ( Buehler, Freeman and Hulme, 2008; Dey, 2001) รวมถึงการสัมภาษณ์ผู้จัดการโครงการ (Taylor, 2006) หรือ ผู้บริหารระดับสูง (Poon and Wagner, 2001) ซึ่งมีหลายปัจจัยเสี่ยงได้ถูกหยิบยกขึ้น โดยที่สรุปได้ คือ การพึ่งพาอาศัย ความต้องการ การบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม และ การขาดแคลนความรู้

Last Updated on Monday, 29 October 2012 12:20 Read more...
 


Page 7 of 17

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik