หอสมุดแพทย์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Library of Medicine, NLM) เป็นหน่วยงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Institutes of Health, NIH) ตั้งอยู่ที่เมือง Bethesda รัฐแมรี่แลนด์ เป็นห้องสมุดด้านการแพทย์ใหญ่ที่สุดในโลก ทำหน้าที่รวบรวม จัดเก็บและให้บริการข้อมูลด้านการแพทย์ทั่วโลก
ผู้อำนวยการ NLM คนปัจจุบันคือ นายแพทย์ Donald A.B. Lindberg กล่าวว่า "ในทุกๆวัน บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต NLM ได้ให้บริการจัดส่งข้อมูลด้านสุขภาพที่สำคัญมาก เป็นจำนวนปริมาณสูงมากถึง แสนล้านไบต์ (trillion bytes) ที่นำไปช่วยรักษาชีวิตของมนุษย์นับหลักล้านคนทั่วโลก " เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2011 NLM ได้ประกาศเฉลิมฉลองครบรอบการดำเนินงาน 175 ปี โดยเริ่มต้นในปี ค.ศ.1836 จากห้องสมุดเล็กๆ ที่ US. Army Surgeon General ที่มีหนังสือบริการเพียง 1 ชั้นบริการ จนถึงปัจจุบัน NLM มีเอกสารบริการราว 17 ล้านฉบับ ในภาษาต่างๆ มากกว่า 150 ภาษา
บริการสารสนเทศ และโครงการวิจัยของ NLM ได้ให้บริการแก่ชุมชนด้านสุขภาพทั่วโลก ช่วยให้เกิดการสนับสนุนการค้นพบทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ งานวิจัยด้านคลินิก การศึกษา เกิดการส่งมอบวิธีการดูแลรักษาสุขภาพ เกิดการตอบสนองด้านสาธารณสุข และการแนะนำให้ประชาชนปรับปรุงรักษาสุขภาพด้วยตนเอง จนถึงศตวรรษที่ 21 นี้ NLM ได้นำนวัตกรรมสารสนเทศ ในด้านการคำนวณและการสื่อสาร เพื่ออำนวยความสะดวก ขยายฐานการเข้าถึงสารสนเทศด้านสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพแก่สาธารณชน
ฐานข้อมูลลำดับเบสดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต (DNA Sequence database) ถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญหนึ่งของ NLM ที่มีความเป็นมาคือ เมื่อปี 1986 คณะกรรมการบริหาร NLM เห็นความสำคัญ ของข้อมูลสาขาวิชาชีววิทยาระดับโมเลกุล ที่สามารถปฏิวัติวิทยาศาสตร์รวมถึงเกิดความต้องการข้อมูลเฉพาะทางในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก วุฒิสภาได้อนุมัติให้จัดตั้งศูนย์ National Center for Biotechnology Information, NCBI เมื่อเดือนพฤศจิกายน 1988 เปิดให้บริการมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 20 ปี มีการเข้าใช้ข้อมูลจีโนมิคนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดมา โดยทุกๆวันมีผู้เข้าใช้เว็บไซต์ เกือบ 2 ล้านคน
NLM จัดบริการสารสนเทศด้านสุขภาพ การแพทย์ที่กว้างขวางมากที่สุด ประกอบด้วยฐานข้อมูลที่จัดบริการมากกว่า 200 ฐานข้อมูล ตัวอย่าง เช่น
- ฐานข้อมูล AIDSINFO
- ฐานข้อมูล American Indian Health
- ฐานข้อมูล Amino Acid Explorer
- ฐานข้อมูล Asian American health
- ฐานข้อมูล Bioassay Services
- ฐานข้อมูล Bioethics
- ฐานข้อมูล BLAST Database (Sequence database)
- ฐานข้อมูล Cancer Chromosome
- ฐานข้อมูล Genotype & Phenotype
- ฐานข้อมูล Genome project
- ฐานข้อมูล HIV/AIDS Resources
- ฐานข้อมูล Influenza Virus resources
- ฐานข้อมูล Medline/PubMed
- ฐานข้อมูล NCBI Glossary
- ฐานข้อมูล PubMed Central
- ฐานข้อมูล Single Nucleotide Polymorphism (dbSNP)
- ฐานข้อมูล Viral Genomes
- ฐานข้อมูล Whole genome Shotgun Sequences
etc.
รายละเอียดชื่อฐานข้อมูลที่ NLM จัดบริการทั้งหมด อยู่ที่ www.nlm.nih.gov/databases
NLM เฉลิมฉลองการครบรอบการดำเนินการ 175 ปี ด้วยการจัดตั้งเว็บไซต์ เฉลิมฉลอง www.nlm.nih.gov/175 นำเสนอข้อมูลรายละเอียดการดำเนินงานของ NLM ในอดีต ปัจจุบัน และนวัตกรรมสารสนเทศ ที่ได้ช่วยเปลี่ยนวิถีทางในสารสนเทศวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งในเรื่อง การรวบรวม การจัดเก็บ การเข้าถึง และการเผยแพร่ โดยมีคำหลักว่า 175 years A Fantastic Voyage และมีโลโก้เป็นรูปโลกแสดงพร้อมด้วยตัวเลข 175th 1836-2011
เว็บไซต์นี้มีการนำเสนอข้อมูลสำคัญ 3 ส่วนคือ
- ข้อมูลแสดงเรื่องเหตุการณ์สำคัญที่เกิดผลงานสำเร็จของ NLM (Milestones)
- ชุดข้อมูลประวัติศาสตร์ที่สำคํญของ NLM (Our Historical Collections)
- ข้อมูลเหตุการณ์ใหม่ที่จะเกิดในปี 2011 (What's happening 2011)
ข้อมูลเหตุการณ์สำคัญของ NLM เป็นข้อมูลที่น่าสนใจยิ่ง ช่วยให้เห็นภาพพัฒนาการของการบริการสารสนเทศของ NLM ซึ่งมีการนำเสนอเหตุการณ์สำคัญใน 4 ช่วง คือ
ช่วงที่ 1 การพัฒนาการในช่วงปี 1836-1956
| ปี 1836 | ก่อตั้งห้องสมุดด้านศัลยกรรมทั่วไปของกองทัพ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี |
| ปี 1865 | พันโท นายแพทย์ John Shaw Billings อายุ 27 ปี ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าห้องสมุด ถือเป็นผู้นำสำคัญในการพัฒนาแหล่งสารสนเทศวิชาการด้านการแพทย์ อยู่ในตำเหน่งนี้มายาวนานถึงปี 1895 รวมเป็นเวลา 30 ปี |
| ปี 1879 | NLM ตีพิมพ์ดัชนีคำศัพท์ด้านการแพทย์ (Index Medicus) เล่มแรกถือเป็นการค้นพบใหม่ วิธีการใหม่ เพื่อใช้ในการจัดทำดัชนีบทความวารสาร ด้านการแพทย์ให้เป็นระบบเป็นครั้งแรกของโลก |
| ปี 1951 | NLM ตีพิมพ์ระบบการจัดหมวดหมู่ของห้องสมุดด้านการแพทย์ (Medical Library Classification) ชุดแรก ใช้ในการจัดเรียงหนังสือด้านการแพทย์ โดยออกแบบให้เชื่อมโยงได้กับ ระบบการจัดหมวดหมู่สิ่งพิมพ์ของรัฐสภาอเมริกา (Library of Congress Classification, LC) |
ช่วงที่ 2 การพัฒนาการในช่วงปี 1957-1979
| ปี 1960 | เปิดบริการสิ่งพิมพ์ชุดที่ 1 ของหัวเรื่องด้านการแพทย์ (Medical Subject Heading, MESH) เพื่อนำไปใช้ในการให้ดัชนีและหัวเรื่อง ถือเป็นอรรถาภิธานชุดสำคัญ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างระบบบรรณานุกรมแบบอัตโนมัติอิเล็กทรอนิกส์ มีการพัฒนาจนถึงปัจจุบัน MESH ยังคงถูกนำไปใช้ในการสร้างดัชนีและช่วยการค้นคืน รายการข้อมูลบรรณานุกรมในฐานข้อมูล PubMed |
| ปี 1963 | NLM ได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์ Minneapolis - Honeywell 800 เพื่อนำมาใช้ในการจัดเก็บ จัดทำดัชนีแบบอัตโนมัติ รวมถึงจัดทำรายการสิ่งพิมพ์ (แคตตาล็อก) |
| ปี 1964 | มีการพัฒนาระบบ The Medical Literature Analysis and Retrieval System, MEDLARS ที่เป็นความร่วมมือ ทำสํญญาว่าจ้างบริษัท GE |
| ปี1971 |
เปิดบริการ MEDLINE หรือ MEDLAR Online เริ่มดำเนินการในระดับชาติ ถือเป็นความสำเร็จที่เป็นความร่วมมือระหว่างระบบฐานข้อมูลออนไลน์ขนาดใหญ่ (เช่น DIALOG) กับเครือข่ายโทรคมนาคม ที่ทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ NLM เริ่มมีการจัดอบรม แนะนำวิธีการสืบค้น วิธีการเชื่อมคำแบบ Boolean Logic ให้แก่บรรณารักษ์ และนักเอกสารสนเทศ ที่เป็นผู้ทำหน้าที่เป็นคนกลางสืบค้นแทนให้แก่นักวิจัย หรือ แพทย์ ที่ยื่นคำขอให้สืบค้นให้ และในปีนี้ NLM มีบริการให้บอกรับฐานข้อมูล Medline ในรูปแบบเทปแม่เหล็ก |
| ปี1973 | เริ่มคิดค่าบริการการสืบค้นฐานข้อมูล Medline แบบเชิงพาณิชย์ ด้วยอัตราค่าบริการเล็กน้อย ที่รวมถึงค่าการสื่อสารด้วย |
ช่วงที่ 3 การพัฒนาการในช่วงปี 1980-199
| ปี 1986 |
NLM เฉลิมฉลองครบรอบการดำเนินงาน 150 ปี มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การบรรยาย งานเลี้ยงรื่นเริง การแสดงดนตรี รวมถึงประธานาธิบดีโรนัลด์ รีแกน และวุฒิสมาชิก ส่งจดหมายแสดงความยินดี มีการริเริ่มโครงการวิจัยและพัฒนา Unified Medical Language System, UMLS ที่มุ่งหวังเพื่อช่วยให้คอมพิวเตอร์เข้าใจในความหมายของเนื้อหาชีวการแพทย์ |
| ปี 1988 | รัฐสภาอเมริกา สั่งให้จัดตั้ง National Center for Biotechnology Information, NCBI เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศใช้กับข้อมูลดีเอ็นเอ ของสิ่งมีชีวิต เพื่อประยุกต์ใช้ในการสาธารณสุขเพื่อรักษาโรคต่างๆ ซึ่งต่อมาเป็นส่วนสำคัญของโครงการ Human Genome |
| ปี 1993 | NLM เริ่มปฏิบัติการเปิดบริการเว็บไซต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ชุดแรกของหน่วยงานของรัฐบาลกลาง สหรัฐอเมริกา เว็บได้กลายเป็นสื่อที่สำคัญ ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สนใจ ในการเข้าถึงข้อมูลของ NLM และสื่อมัลติมีเดียต่างๆ ด้วย |
| ปี 1997 | ในเดือนมิถุนายน ฐานข้อมูล MEDLINE เปิดบริการฟรีบนเครือข่าย www ด้วยการสนับสนุนของวุฒิสมาชิก และรองประธานาธิบดี อัล กอร์ ที่ได้กล่าวว่า ความก้าวหน้าและความสำเร็จใครั้งนี้อาจมีส่วนช่วยในการปฏิรูป และ ปรับปรุงคุณภาพในการดูแลสุขภาพของประเทศสหรัฐอเมริกาได้มากกว่าที่ใด ในโลกนี้ ซึ่ง NLM ได้มีการพัฒนาการมาอย่างยาวนาน |
| ปี 1998 | NLM เปิดแนะนำบริการ MedlinePlus ให้แก่สาธารณชนทั่วไป (แหล่งข้อมูลสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป) |
ช่วงที่ 4 การพัฒนาการในช่วงปี 2000-2011
| ปี 2000 | NLM เปิดบริการ PubMed Central เป็นครั้งแรก ที่เป็นคลังเอกสารสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและชีวการแพทย์แบบดิจิทัลฉบับเต็ม ที่มีจำนวนมากกว่า 2 ล้านเรื่อง ที่ทำการดิจิไทซ์ วารสารการแพทย์ย้อนหลังไปในช่วงต้นปี 1800s |
| ปี 2001 | NLM เริ่มดำเนินการให้บริการ Turning the Pages ซึ่งเป็นชุดหนังสือเก่าหายากที่ดิจิไทซ์ สามารถให้เปิดหน้าของหนังสือแต่ละหน้าได้ |
| ปี 2003 | NLM ได้รับความสำเร็จในการสรุปข้อตกลงในการอนุญาตระบบอรรถาภิธาน (ชุดคำศัพท์ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน) Metathesaurus ชุด Unified Medical Language System, UMLS ที่ประกอบด้วยชุดคำศัพท์ควบคุมและรหัสมาตรฐาน เพื่อช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการแพทย์ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐอเมริกา |
| ปี 2008 | NLM เปิดเว็บไซต์ ศูนย์วิจัยการบริหารจัดการสารสนเทศภัยพิบัติ (Disaster information Management Research Center, DIMRC) ซึ่งให้ข้อมูลในทุกขั้นตอนของการเกิดภัยพิบัติ คือ การเตรียมการ การตอบสนอง การบรรเทา และการฟื้นฟูสู่สภาพเดิม |
| ปี 2009 |
เดือนมกราคม NLM เปิดแนะนำแมกกาซีน MedlinePlus ที่เป็นภาษาอังกฤษ-สเปน ถือเป็นแมกกาซีนเล่มแรกที่ให้ข้อมูลด้านสุขภาพทั่วไปแก่ผู้อ่านทั่วไปในภาษาสเปน เดือน สิงหาคม MedlinePlus เริ่มปฏิบัติการส่งข้อมูลทวิตเตอร์ในชื่อ MedlinePlus4you ที่เป็นวิถีทางที่ NLM เริ่มเข้าสู่โลกสังคมออนไลน์ (Social Media) |
| ปี 2010 |
NLM เริ่มเปิดบริการ Mobile MedlinePlus เป็นบริการใหม่ ส่งข้อมูลให้แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือมือ ที่มีกลุ่มผู้ติดตามเพิ่มขึ้นตลอดเวลา NLM ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมโครงการ Medical Heitage Project ที่มีมูลค่าของโครงการ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเจ้าภาพ Open Knowledge Commons ที่มีจุดมุ่งหวังเพื่อทำการดิจิไทซ์ข้อมูลอันเป็นสมบัติที่มีค่าของห้องสมุดผู้นำด้านการแพทย์ของโลก ที่เป็นเอกสารย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 17 NLM เริ่มดำเนินการให้บริการชุดข้อมูลเรื่อง Emergency Access Initiative, EAI ที่ประกอบด้วยวารสารด้านการแพทย์มากกว่า 200ชื่อและหนังสืออ้างอิงราว 65 ชื่อ เพื่อเป็นการจัดเตรียมบริการ ให้แก่เหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินต่างๆ เช่น การเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ ในเดือนมกราคม 2011 เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ประเทศปากีสถาน และ การระบาดอหิวาตกโรคในเฮติด้วย |
และในปี 2011 NLM เฉลิมฉลองครบรอบ 175 ปี ของการให้บริการและนวัตกรรมสารสนเทศ
อ้างอิง :
U.S. National Library of Medicine, National Institutes of Health 175th - 1836-2011 : Information Innovation
Available at : www.nlm.nih.gov/175 as of 23 May 2011






