สวทช. ร่วมทุนกับนักวิจัยตั้งบริษัท เลิร์นเทค จำกัด เพื่อต่อยอดธุรกิจการเรียนรู้แบบออนไลน์
  • เกิดจากแปรรูปโครงการการเรียนรู้แบบออนไลนแห่ง สวทช. ซึ่งประสบความสำเร็จจากการทดลองดำเนินงานในเชิงพาณิชย์ภายใต้ สวทช. ไปดำเนินงานในรูปบริษัทจำกัด (Spin-off)
  • เร่งรัดการขยายผลของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวมไม่ต่ำกว่า  250 โครงการ รวมทั้งให้บริการเรียนรู้แบบออนไลน์ในลักษณะบุคคลไม่ต่ำกว่า 2,000 คน  สำหรับการดำเนินงานในช่วง 4 ปีแรก
  • บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 24 – 30 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด e-Learning ประมาณ 10%
ปทุมธานี (7 มกราคม 2553)  - ดร.ศักรินทร์  ภูมิรัตน ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาร่วมทุนของบริษัทเลิร์นเทค จำกัด (LearnTech Co., Ltd.)  ระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช.  ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับกลุ่มผู้ร่วมทุน ซึ่งเดิมเป็นนักวิจัยและพนักงานของโครงการการเรียนรู้แบบออนไลนแห่ง สวทช.(NSTDA Online Learning Project: NOLP) ซึ่งเป็นโครงการที่ให้บริการ online learning ที่ทดลองดำเนินงานในเชิงพาณิชย์ภายใต้ สวทช.  ที่ผ่านมานักวิจัยและพนักงานกลุ่มนี้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานและพัฒนาโครงการ NOLP ให้ประสบผลสำเร็จ  บริษัท เลิร์นเทค จำกัด ที่จัดตั้งขึ้นจากการ spin-off นี้จะดำเนินธุรกิจบริการทางการศึกษา   การฝึกอบรม และการพัฒนาสื่อการสอนออนไลน์แบบครบวงจร (e-Learning Total Solutions) โดยให้บริการ e-Learning และระบบที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งในรูปแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) รวมถึงการให้เช่าใช้บริการ (Application Service Provider) บริษัทร่วมทุน “LearnTech” นี้นับว่าเป็นบริษัทที่เกิดจากการแปรรูปโครงการฯ เป็นบริษัทที่ 3 ภายหลังจากที่ สวทช. ได้ประกาศนโยบายการแปรรูปโครงการเป็นบริษัท (spin-off)  เมื่อเดือนมกราคม 2551 เป็นต้นมา โดยการแปรรูปโครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกลไกของการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทาง สวทช. ผลักดันและสนับสนุนให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเต็มที่

  

การร่วมทุนของ สวทช. ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการช่วยเร่งรัดการขยายผลของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ โดยจะสามารถขยายฐานผู้ใช้เทคโนโลยี e-Learning ได้กว้างขวางและรวดเร็วขึ้นจากความคล่องตัวในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี e-Learning ได้อย่างรวดเร็วขึ้นจากการดำเนินงานในรูปแบบเอกชนเพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน  รวมทั้งเป็นการช่วยสร้างตลาด e-Learning ให้เพิ่มมากขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรม e-Learning อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการกระจายความรู้ในหลายสาขาวิชาผ่านระบบ e-Learning ไปสู่ผู้เรียนได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว

 

ที่ผ่านมาโครงการ NOLP ได้พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการการเรียนการสอน หรือ Learning Management System หรือเรียกสั้นๆ ว่า LMS ขึ้นเอง จนได้รับการรับรองมาตรฐานสากลคือ SCORM 1.2,  SCORM 2004 Version 2, และ SCORM 2004 Version 3 มาตามลำดับ นอกจากนี้ NOLP ยังได้พัฒนาโปรแกรมสร้างสื่อการเรียนการสอนที่สามารถใช้งานพร้อมกันได้หลายคนบน Website โดยทั้งสองโปรแกรมดังที่ได้กล่าวถึง คือ LMS และ โปรแกรมสร้างสื่อการเรียนการสอนนี้ เป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาระบบ e-Learning และได้นำไปใช้ในการดำเนินการพัฒนาโครงการ e-Learning ให้แก่หน่วยงานราชการและเอกชนต่างๆ  โดยที่ผ่านมาโครงการประสบความสำเร็จและได้รับชื่อเสียงจากการทำงานในหลายโครงการ เช่น Virtual Academy ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. และเว็บไซด์ www.bkkelearning.com ของวิทยาลัยชุมชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากและมีผู้เข้าใช้งานมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ NOLP เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากความสามารถที่มีบริการที่หลากหลาย  โดยบริษัทร่วมทุนจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก สวทช. ในด้านโปรแกรมบริหารจัดการการเรียนการสอน (LMS) และโปรแกรมสร้างและประกอบเนื้อหาบทเรียน (CAMS) ซึ่งได้รับรองตามมาตรฐานสำหรับใช้ดำเนินงาน

ทั้งนี้ในช่วง 4 ปีแรกของการดำเนินงาน คาดว่าบริษัท เลิร์นเทค จำกัด จะสามารถให้บริการลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ต่ำกว่า  250 โครงการ รวมทั้งให้บริการเรียนรู้แบบออนไลน์ในลักษณะบุคคลไม่ต่ำกว่า 2,000 คน   คิดเป็นมูลค่าการให้บริการกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถลดต้นทุนในการฝึกอบรม การเรียนการสอน  การประชาสัมพันธ์-เผยแพร่ความรู้ผ่านระบบออนไลน์  รวมทั้งพัฒนาระบบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก 

บริษัท เลิร์นเทค จำกัด จะจัดตั้งขึ้นโดยมีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท โดย สวทช. จะร่วมลงทุน 1.6 ล้านบาท คิดเป็น 40% และกลุ่มผู้ร่วมทุนจะร่วมลงทุนจำนวน 2.4 ล้านบาท คิดเป็น 60% โดยสำนักงานจะตั้งอยู่ที่อาคารเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (Software Park) จังหวัดนนทบุรี และพร้อมเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนมกราคม 2553  บริษัทฯ คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 24 – 30 ล้านบาทต่อปี จากมูลค่าตลาดของบริการ e-Learning ของประเทศไทยซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 100-400 ล้านบาทต่อปี โดยบริษัทฯ จะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% ผลิตภัณฑ์-บริการของบริษัทฯ จะมีลักษณะเป็น Project Based โดยจะเสนอผลิตภัณฑ์-บริการตามความเหมาะสมในการใช้งานของลูกค้า ประกอบด้วย  1) e-Learning Solution เป็นงานโครงการประเภทที่มีการวางระบบ e-Learning ทั้ง Hardware Network และ Software รวมถึงการสร้างสื่ออิเล็กทรอนิกส์  2) LMS Hosting เป็นบริการ Hosting เพื่อให้เช่าใช้เครื่องแม่ข่าย และเช่าใช้โปรแกรมการจัดการการเรียนการสอนโดยใช้โปรแกรม NOLP LMS  3)     Content Services เป็นบริการผลิตสื่อ Digital Content ทั้งที่ใช้ในการเรียนผ่านออนไลน์ในระบบ LMS สื่อความรู้ทาง website และสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบ Offline  4) mylearntime.com เป็น website ที่เป็นแหล่งรวมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ e-Learning ในทุกสาขาวิชา โดยเป็นความร่วมมือกับสถาบันฝึกอบรม หรือสถาบันการศึกษาที่นำหลักสูตรฝึกอบรม/สอน มาให้บริการออนไลน์ และ 5) Content Development Consulting เป็นบริการอบรมและเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาสื่อ e-Learning ที่มีการออกแบบสื่อเพื่อการเรียนการสอน (Instructional Design) 

  ###