เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา งานประชาสัมพันธ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ร่วมกับศูนย์ลงทุน สวทช. ได้จัดงาน NECTEC Talk ครั้งที่ 54 และ NIC Forum 2009 ขึ้นร่วมกัน ภายใต้หัวข้อ "R2B สร้างโอกาสธุรกิจจากงานวิจัย: กรณีศึกษา Truehits.net" โดยในการเสวนาได้มีการพูดถึงประเด็นเรื่อง จากนักวิจัยกับโครงการวิจัยในห้องแล็บ ต่อยอดสู่โลกธุรกิจจริง…กรณีศึกษา truehits.net บริการเครื่องมือตรวจสอบสถิติเว็บไซต์สายพันธุ์ไทย

เมื่อพูดถึงเครื่องมือเพื่อใช้ตรวจสอบสถิติเว็บไซต์ เพื่อตอบคำถาม ไม่ว่าจะเป็น มีคนคลิกเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เราเท่าไหร่ ผู้ใช้เข้ามาเว็บไซต์เราเมื่อไหร่ เข้ามาทำอะไร บริการหรือผลิตภัณฑ์ใดบนหน้าเว็บไซต์ที่นักท่องอินเทอร์เน็ตกดเข้ามาก หรือแม้แต่สถานภาพพื้นที่ทางการตลาดออนไลน์ระหว่างเรากับคู่แข่ง เป็นต้น หลายคนโดยเฉพาะผู้ดูแลเว็บไซต์คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับ truehits (ทรูฮิต) บริการเครื่องมือ ตรวจสอบสถิติเว็บไซต์สายพันธุ์ไทย ธุรกิจบริการที่เกิดขึ้นจากผลงานวิจัยในห้องแล็บ

ดร ปิยะ ตัณฑวิเชียร นักวิจัยประจำหน่วยปฏิบัติการวิจัยพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) หัวหน้าทีมวิจัยเจ้าของผลงาน truehits ได้เล่าให้ฟังถึงที่ไปที่มาของ truehits ในเวทีเสวนา NECTEC Talk ครั้งที่ 54 “R2B สร้างโอกาสธุรกิจจากงานวิจัย : กรณีศึกษา truehits.net” เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2552 ว่า

เดิมทีนั้น truehits เป็นโครงการวิจัย ซึ่งเกิดขึ้นจากโจทย์ที่ว่า ระบบให้บริการตรวจสอบสถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่สมบูรณ์และมีคุณภาพนั้น จะมีให้บริการอยู่แต่ในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเว็บไซต์ของไทยต้องการเก็บสถิติก็จำเป็นต้องพึ่งพาระบบของต่างชาติ ส่งผลให้ข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของไทย อยู่ในมือผู้ให้บริการในต่างประเทศ เราจึงไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผล หรือวิเคราะห์เป็นสถิติที่มีประโยชน์ได้ ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากข้อมูลสถิติที่ได้รวบรวมขึ้น จะเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์ความนิยมในเว็บไซต์แล้ว ยังจะกลายเป็นเครื่องมือที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบ การนำเสนอข้อมูลผ่านเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นด้วย

จากแนวคิดนี้เอง ดร ปิยะ และทีมงาน จึงริเริ่มออกแบบ วิจัยและพัฒนาระบบ เพื่อรองรับการเก็บรวบรวมสถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ในไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทยขึ้น และได้เปิดให้ผู้ใช้งานทดลองระบบครั้งแรก เมื่อ 1 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2543 ครั้งนั้น truehits เปิดให้บริการฟรี แต่เมื่อทีมงานสังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้บริการพบว่าส่วนใหญ่เพียงเข้ามาลง ทะเบียนเพื่อขอใช้งานแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทีมงานมองเรื่องการคิดค่าบริการเพื่อโฟกัสกลุ่มผู้ใช้ งานจริง

จุดเริ่มต้นนี้เองบวกกับการมองการณ์ไกลของ ดร.ปิยะ ในที่สุดจึงตัดสินใจแยกตัว (spin off) truehits จากเดิมที่เป็นเพียงผลงานวิจัยในห้องแล็บและเปิดให้บริการฟรี สู่การก่อตั้งบริษัท ศูนย์วิจัยนวัตกรรมอินเทอร์เน็ตไทย จำกัด (Internet Innovation Research Center : IRC) เจ้าของธุรกิจบริการ truehits.net

ในการเสวนาครั้งนี้ ดร.ปิยะ ยังได้แชร์ถึงประสบการณ์โดยเฉพาะองค์ประกอบที่สำคัญของการผันตัวเองจากนัก วิจัยกับผลงานวิจัยเข้าสู่การจัดตั้งเป็นบริษัท ในภาคธุรกิจ คือ

1. Business model ในการดำเนินกิจการ สำหรับ truehits ซึ่งเก็บค่าบริการน้อย แต่เน้นสร้างลูกค้าจำนวนมาก
2. financial forecast เพื่อคาดการณ์กิจการทั้งลู่ทางและความเสี่ยงทางการเงินก่อนตัดสินใจลงทุนเปิดธุรกิจ
3. การสร้างฐานลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อผันตัวเป็นบริษัทจะยังคงมีกลุ่มลูกค้าที่ให้การ สนับสนุน ซึ่งเฉพาะในข้อนี้ ดร.ปิยะ และทีมงาน ใช้เวลาเกือบ 7 ปี เพื่อสร้างฐานลูกค้าในมือ

นอกจากนี้ ดร.ปิยะ ยังเล่าให้ฟังต่ออีกว่าต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ในการเตรียมความพร้อมของทีมงานซึ่งเดิมทำงานวิจัยและพัฒนาในห้องแล็บ แต่ต้องเพิ่มหน้าที่ความรับผิดชอบในการ support ลูกค้า 24×7 ชม. จากการผันตัวสู่ธุรกิจ การสร้างความเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกันภายในทีมงาน โดยเฉพาะคำถามสำคัญที่ว่า “truehits เป็นอย่างไร คุณเป็นอย่างนั้นด้วยหรือไม่”

จากการผันโครงการวิจัยสู่ธุรกิจบริการที่สร้างรายได้จริง อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญซึ่ง ดร.ปิยะ และทีมงาน truehits ได้รับและต้องการเสนอต่อนักวิจัยและแล็บอื่นๆ คือ ความท้าทายที่เกิดขึ้นจากคำถามและความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งเป็นโจทย์จริงๆ สู่การพัฒนาชิ้นงาน แทนการวิจัยที่ตั้งโจทย์และทำเอง แต่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่เป็นอยู่จริง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สังคมคาดหวังจากหน่วยงานวิจัยและพัฒนา ที่มักพูดว่า “วิจัยเสร็จก็ขึ้นหิ้ง”

ดร.ปิยะ ยังได้ให้ข้อคิดทิ้งทายว่า “คิดเยอะๆ ทำเยอะๆ แล้วสิ่งที่ทำก็จะเป็นจิ๊กโซว์ของความสำเร็จ”

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของ truehits พร้อมบริการที่ http://truehits.net

ข้อมูลบางส่วนจากแหล่งข่าว: http://www.stks.or.th/blog/?p=2751&cpage=1#comment-4383