หัวข้อเรื่อง Semantic web กรณีการประยุกต์ใช้ในห้องสมุด โดย ดร.มารุต บูรณรัช
นักวิจัย ห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาการมนุษยภาษา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
วิวัฒนาการของห้องสมุดยุคแรกที่มีที่เก็บหนังสือ แคตตาล็อก และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่ให้บริการ พัฒนามาเป็นห้องสมุดดิจิทัล ที่ต้องมี เมทาดาทา เครื่องมือช่วยสืบค้นที่ยังมีปัญหาในการสืบค้นอยู่ จึงมีการคิดค้น Smart Search/ Integrated Metadata และ ฺBrowsing เกิด tagging /ontology /Folksonomy /user profiles
สิ่งที่มองว่าห้องสมุดในยุคถัดไปจะมีการพัฒนาไปทางใดและเป็นในรูปแบบใดนั้น เป็นความฝันที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน มีข้อมูลอยู่ในเว็บมากขึ้น ผู้ใช้ข้อมูลเป็นผู้สร้างเมทาดาทาเอง และเป็นที่รวมแหล่งความรู้ให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างถูกต้องตรงตามความต้องการ ซึ่งเป็นความพยายามของ W3C (หน่วยงานที่สร้างมาตรฐานข้อมูลต่าง ๆ )โดยใช้เทคโนโลยีเชิงความหมาย หรือ Semantic web บูรณาการข้อมูลที่มีเมทาดาทาต่างกันให้เป็นข้อมูลเดียวกันได้ โดยมีกลุ่มมาตรฐานข้อมูล ชื่อ RDF, OWL , SKOS, SPARQL ตัวอย่างเช่น วิกิเชิงความหมาย ระบบห้องสมุดดิจิทัล ช่วยในการบูรณาการที่ใช้มาตรฐานแตกต่างกัน เช่น Dublin Core , MARC21 เป็นต้น
RDF หรือ Resource Description Framework เป็นมาตรฐานที่อิงมาจากภาษา XML แต่มีโครงสร้างรูปแบบหลากหลายกว่า XML แบบจำลองของ RDF เมทาดาทาอยู่บนพื้นฐานของความคิดในการสร้างข้อความที่มี 3 ส่วนประกอบกันได้แก่ ประธาน ความสัมพันธ์ และกรรม หรือ “Subject-Predicate-Object” โดยจะมี URI (Uniform Resource Identifier ) แทนของ 1 สิ่งเสมอ ยกตัวอย่าง เช่น เราต้องการสร้างข้อมูลเกี่ยวกับประเทศ ในทวีปแอฟริกา เราก็จะใช้ URI แทนที่ข้อมูลประเทศ แล้วสร้าง Label ให้สร้างเป็นเอกสาร XML ไว้ก็จะเกิดกลุ่มข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันขึ้นเรื่อยๆ
Semantic web กับการประยุกต์ใช้ในงานห้องสมุด มี 2 ส่วนคือ
- Linked Data ส่งเสริมให้มีการแบ่งปันข้อมูล ในแบบของข้อมูล RDF (โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สามารถนำไปใช้งานได้ง่ายกว่าในปัจจุบัน) เป็นลักษณะข้อมูลดิบจะเกิดข้อมูลที่สามารถนำไป Integrate ได้ ปัจจุบันมีการแบ่งเป็นกลุ่มๆ ที่ใหญ่ที่สุดคือในส่วนของสำนักพิมพ์และห้องสมุด
- Faceted Search (การค้นหาตามมิติ) จากปัญหาการสืบค้นของห้องสมุดดิจิทัล ยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ใช้ จึงมีการติดค้นวิธีการสืบค้น เกิด Faceted Search ที่สามารถกรองข้อมูลตามมิติต่าง ๆ ได้ (หรือตามเขตข้อมูลของเมทาดาทา) เครื่องมือที่ช่วยในการค้นโดย Faceted Search ได้แก่ Exhibit , Fedora Commons
โดยสรุป Semantic web หมายถึงการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันให้เป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกันได้ ปัจจุบันยังมีการใช้น้อยมาก คาดว่าในอีก 2-3 ข้างหน้า Semantic web จะเป็นที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย ด้วยความสามารถที่ฉลาดกว่า