»
S
I
D
E
B
A
R
«
ความสำคัญของการลงทะเบียนคลังความรู้
Jun 12th, 2011 by supaporn 92 views

จากปฏิญญาเบอร์ลิน (Berlin Declaration (2003 ) ต่อการเข้าถึงอย่างเสรีในองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์  ที่ว่า   “ภารกิจของการเผยแพร่ความรู้จะสำเร็จเพียงครึ่งเดียว ถ้าสารสนเทศเหล่านั้นยังมิได้ถูกเปิดกว้างและสังคมเข้าถึงได้”

การที่จะให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์นี้ คือ การนำแนวความคิด  Open Access (OA) มาใช้ และการสนับสนุนให้นักวิจัยเก็บสำเนาบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ไว้ที่คลังเก็บ หน่วยงานบางแห่งและหน่วยงานที่ให้ทุนสนับสนุนมีการพัฒนาเป็นนโยบายที่ออกบังคับใช้เป็นคลังเก็บสารสนเทศแบบเปิด (OA Depository)

การเติบโตของ OA Repositories อ้างตาม Directory of Open Access Repositories (OpenDOAR) มีหน่วยงาน จำนวน 1,794 แห่ง ขณะที่ Registry of Open Access Repositories (ROAR) มีจำนวน 1,941 แห่ง จำนวนรายการแต่ละแห่งที่สามารถเข้าถึงได้มีเกือบ 9 ล้านรายการ หน่วยงานที่มีคลังเอกสารควรจะพิจารณาการขึ้นทะเบียนคลังเอกสาร  การขึ้นทะเบียนทำให้หน่วยงานอื่นๆ สามารถเรียนรู้จากคลังเหล่านั้นและติดตามเป็นแบบอย่างได้ การขึ้นทะเบียนนี้ ช่วยให้เห็นถึงข้อตกลงของหน่วยงานในการประยุกต์ใช้นโยบายการเก็บถาวรส่วนตัวของหน่วยงาน (Self-archiving) นอกจากนี้ จะได้เห็นนโยบายที่ประกาศในแง่ของรายการที่นำเข้า นโยบายของเนื้อหาที่นำเข้า ประเด็นเมทาดาทา การสงวนรักษาในระยะยาว เป็นต้น  มีหลายแห่งที่สามารถขึ้นทะเบียนได้ ดังนี้

1. ROAR จุดประสงค์ของ ROAR คือ การสนับสนุนการพัฒนา Open access โดยการให้สารสนเทศเกี่ยวกับการเติบโตและสถานภาพของคลังเก็บทั่วโลก ปัจจุบันมี 248 รายการ

2. OpenDOAR เป็นทำเนียบนามทางการของคลังเก็บ OA ปัจจุบันมีการลงทะเบียน 1,704 รายการ

3. Who’s Using DSpace เป็นเว็บพจที่นิยมมากที่สุดบนเว็บไซต์ของ DSpace จุดประสงค์คือ เก็บรายการคลังเก็บเพื่อช่วยในการเชื่อมโยงผู้ใช้และเพื่อให้เกิดความร่วมมือในอนาคต

บรรณานุกรม:

Burnett, Peter. 2010.  The Importance of Registering Your Institutional Repository. INASP (Winter 2010) : 5.

Share
การขึ้นทะเบียนคลังความรู้เ็ป็น open access
Aug 2nd, 2009 by supaporn 1,218 views

ประเทศไทยหลายหน่วยงานมีการจัดทำ IR (Institutional Repository) เท่าที่ทราบก็จะมี AIT, จุฬาฯ, สวทช. (โดย ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี), ม. ศรีปทุม ส่วนมากก็จะใช้โปรแกรม DSpace เป็นตัวทำคลังเก็บความรู้ดิจิทัลทางวิชาการของนักวิจัย คณาจารย์ บุคลากรของแต่ละแห่ง แต่เมื่อเข้าไปสืบค้นดูว่าแห่งใดได้ขึ้นทะเบียนเป็น open access repository บ้าง พบว่ามีเพียงแห่งเดียว คือ AIT โดยจดทะเบียนไว้ที่ OpenDOAR (http://www.opendoar.org/) ภายใต้โครงการ KIDS-D

คงเกี่ยวข้องกับอีกหลายหัวข้อ เช่น open access, OAI หรือ Open Archive Initiative เป็นต้น ท่านที่สนใจในการทำคลังความรู้ การทำ IR, การทำ self-archiving จะทยอยเขียนใน NSTDA Blog เรื่อยๆ คอยติดตามอ่านนะคะ

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa