»
S
I
D
E
B
A
R
«
ความสำคัญของการลงทะเบียนคลังความรู้
Jun 12th, 2011 by supaporn 94 views

จากปฏิญญาเบอร์ลิน (Berlin Declaration (2003 ) ต่อการเข้าถึงอย่างเสรีในองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์  ที่ว่า   “ภารกิจของการเผยแพร่ความรู้จะสำเร็จเพียงครึ่งเดียว ถ้าสารสนเทศเหล่านั้นยังมิได้ถูกเปิดกว้างและสังคมเข้าถึงได้”

การที่จะให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์นี้ คือ การนำแนวความคิด  Open Access (OA) มาใช้ และการสนับสนุนให้นักวิจัยเก็บสำเนาบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ไว้ที่คลังเก็บ หน่วยงานบางแห่งและหน่วยงานที่ให้ทุนสนับสนุนมีการพัฒนาเป็นนโยบายที่ออกบังคับใช้เป็นคลังเก็บสารสนเทศแบบเปิด (OA Depository)

การเติบโตของ OA Repositories อ้างตาม Directory of Open Access Repositories (OpenDOAR) มีหน่วยงาน จำนวน 1,794 แห่ง ขณะที่ Registry of Open Access Repositories (ROAR) มีจำนวน 1,941 แห่ง จำนวนรายการแต่ละแห่งที่สามารถเข้าถึงได้มีเกือบ 9 ล้านรายการ หน่วยงานที่มีคลังเอกสารควรจะพิจารณาการขึ้นทะเบียนคลังเอกสาร  การขึ้นทะเบียนทำให้หน่วยงานอื่นๆ สามารถเรียนรู้จากคลังเหล่านั้นและติดตามเป็นแบบอย่างได้ การขึ้นทะเบียนนี้ ช่วยให้เห็นถึงข้อตกลงของหน่วยงานในการประยุกต์ใช้นโยบายการเก็บถาวรส่วนตัวของหน่วยงาน (Self-archiving) นอกจากนี้ จะได้เห็นนโยบายที่ประกาศในแง่ของรายการที่นำเข้า นโยบายของเนื้อหาที่นำเข้า ประเด็นเมทาดาทา การสงวนรักษาในระยะยาว เป็นต้น  มีหลายแห่งที่สามารถขึ้นทะเบียนได้ ดังนี้

1. ROAR จุดประสงค์ของ ROAR คือ การสนับสนุนการพัฒนา Open access โดยการให้สารสนเทศเกี่ยวกับการเติบโตและสถานภาพของคลังเก็บทั่วโลก ปัจจุบันมี 248 รายการ

2. OpenDOAR เป็นทำเนียบนามทางการของคลังเก็บ OA ปัจจุบันมีการลงทะเบียน 1,704 รายการ

3. Who’s Using DSpace เป็นเว็บพจที่นิยมมากที่สุดบนเว็บไซต์ของ DSpace จุดประสงค์คือ เก็บรายการคลังเก็บเพื่อช่วยในการเชื่อมโยงผู้ใช้และเพื่อให้เกิดความร่วมมือในอนาคต

บรรณานุกรม:

Burnett, Peter. 2010.  The Importance of Registering Your Institutional Repository. INASP (Winter 2010) : 5.

Share
DSpace พระเอกจริงหรือไม่!!!!
Jul 5th, 2010 by Courseware2u 217 views

ค่อนข้างจะรู้สึกกังวลพอสมควรที่เห็นการยก DSpace มาเป็นพระเอกในการจัดเก็บเอกสารดิจิทัลในแทบทุกๆ ระบบงาน ไม่ว่าจะทำคลังเอกสารสถาบัน (IR- Institutional Repository) คลังจดหมายเหตุดิจิทัล (Digital Archives) คลังเอกสารมัลติมีเดียและอีกหลากหลาย จากการศึกษาของ STKS มาระยะหนึ่ง อยากเสนอให้พิจารณาโปรแกรมที่เหมาะสมกับลักษณะข้อมูล ลักษณะความต้องการก่อนน่าจะเป็นแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมที่สุด ดีกว่าเห็นว่าสถาบันนั้น สถาบันนี้ใช้ DSpace เราจึงต้องใช้ด้วย

จุดด้อยของ DSpace มีค่อนข้างมาก และสำคัญที่สุดหน่วยงานที่นำมาใช้แทบจะไม่ได้ใช้ความสามารถแท้จริงของ DSpace เท่าไร เช่น การนำเข้าโดยเจ้าของผลงานผ่าน Workflow อีกทั้งยังไม่สนับสนุนระบบวิเคราะห์ ประมวลผลอันเป็นจุดเด่นที่จะช่วยดึงความสนใจของผู้นำเข้าและผู้บริหารหน่วยงานอีกด้วย ฝากประเด็นนี้ไว้ด้วยครับ

Share
DSpace ในประเทศไทย
Aug 2nd, 2009 by supaporn 706 views

เข้าไปสำรวจใน http://www.dspace.org/index.php/DSpace-Instances/Repository-List.html  เพื่อจะดูว่า ในประเทศไทยมีหน่วยงานใดใช้ DSpace บ้าง

ตอนนี้เพิ่มมากขึ้นแล้วค่ะ เป็นจำนวน 6 แห่ง คือ AIT, จุฬาฯ, สวทช., ม. ชินวัตร, ม. ศรีปทุม และล่าสุด มธ. ค่ะ

Share
การขึ้นทะเบียนคลังความรู้เ็ป็น open access
Aug 2nd, 2009 by supaporn 1,220 views

ประเทศไทยหลายหน่วยงานมีการจัดทำ IR (Institutional Repository) เท่าที่ทราบก็จะมี AIT, จุฬาฯ, สวทช. (โดย ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี), ม. ศรีปทุม ส่วนมากก็จะใช้โปรแกรม DSpace เป็นตัวทำคลังเก็บความรู้ดิจิทัลทางวิชาการของนักวิจัย คณาจารย์ บุคลากรของแต่ละแห่ง แต่เมื่อเข้าไปสืบค้นดูว่าแห่งใดได้ขึ้นทะเบียนเป็น open access repository บ้าง พบว่ามีเพียงแห่งเดียว คือ AIT โดยจดทะเบียนไว้ที่ OpenDOAR (http://www.opendoar.org/) ภายใต้โครงการ KIDS-D

คงเกี่ยวข้องกับอีกหลายหัวข้อ เช่น open access, OAI หรือ Open Archive Initiative เป็นต้น ท่านที่สนใจในการทำคลังความรู้ การทำ IR, การทำ self-archiving จะทยอยเขียนใน NSTDA Blog เรื่อยๆ คอยติดตามอ่านนะคะ

Share
ซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการคลังเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
Jan 6th, 2008 by supaporn 660 views

ปัจจุบันมีการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการคลังเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเป็นจำนวนมาก บางองค์กรหรือหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการสงวนรักษาเนื้อหาที่อาจจะสูญหาย บางหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้มากขึ้น การเลือกใช้ซอฟต์แวร์เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น ควรพิจารณาถึงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ

  • ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศที่ต้องการเก็บ
  • ระยะเวลาของการเก็บ
  • ความเหมาะสมของซอฟต์แวร์
  • ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ
  • ความรู้ด้านเทคนิคพิเศษ

ซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนการจัดการคลังเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ได้แ่ก่ ล็อคคิส (LOCKSS), อีพริ้นท์ (EPrints), ดีสเปซ (DSpace), เฟดอรา (Fedora) เป็นต้น

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa