»
S
I
D
E
B
A
R
«
ความล้มเหลวในโรคเบาหวาน
Aug 2nd, 2011 by rungsima 83 views

ข่าววิทยาศาสตร์ล่าสุดจากวารสารเนเจอร์  ฉบับวันที่ 28 กรกฎาคม 2554
ข่าวหมวดธุรกิจ – Diabetes setback .
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม คณะกรรมการที่ปรึกษา ขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ( US Food and Drug Administration, FDA) ได้ลงคะแนนเสียง ในเรื่องที่ องค์กรไม่ควรให้การอนุมัติ ยารักษาโรคเบาหวานที่ชื่อ Dapagliflozin ที่เป็นยาเบาหวานชนิดแรก ทำหน้าที่ช่วยเร่งการเพิ่มน้ำาตาลในร่างกาย ซึ่งเป็นการประชุมเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของยา   ยา Dapagliflozin นี้พัฒนาและผลิตโดยบริษัทยายักษ์ใหญ่ Bristol-Myers Squibb ที่มีฐานอยู่ที่กรุงนิวยอร์ค และบริษัท AstraZeneca ฐานที่ตั้งที่กรุงลอนดอน
ปกติผู้ที่ควบคุมกฎระเบียบ มักไม่ค่อยยอมปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะกรรมการที่ปรึกษา  องค์กรอาหารและยา คาดว่าการตัดสินใจในเรื่อง ยา  Dapagliflozin นี้ จะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมนี้

อ้างอิง :    Diabetes setback .  (2011). Seven days : The News in  brief. Nature., 475 (7357), 423-429.

http://www.nature.com/news/2011/110727/pdf/475428a.pdf

Share
มาตรการด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลประธานาธิบดีโอบามา
Mar 28th, 2011 by tipparat 22 views

มาตรการแรกคือ มาตรการที่มีผลกระทบต่อวิสาหกิจที่ใช้วิทยาศาสตร์คือ การขยายระยะเวลาการลดภาษีไปจนถึงปี 2010 และขยายไปถึงการลดภาษีธุรกิจ รวมทั้งมีการออกแบบ tax credit เพื่อส่งเสริมการลงทุนด้าน R&D ให้มากขึ้น มาตรการที่สองคือ วุฒิสภาได้ผ่านกฎหมายอาหารปลอดภัยในสหรัฐฯ ซึ่งไปปรับปรุงกฎหมาย FDA Food Safety Modernization Act ขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA และทำให้ FDA มีอำนาจใหม่ในการป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร มาตรการต่อมาได้ให้อำนาจแก่ the America Competes Act ซึ่งเป็นกฎหมายที่เน้นการเพิ่มงบประมาณแก่ National Science Foundation-NSF, the National Institute of Standards & Technology-NIST, Office of Science ของ Department of Energy-DoE นอกจากนี้ยังผ่านมาตรการในเรื่องการจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องทำให้หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ได้รับงบประมาณสนับสนุนในปี 2010

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/457—–22554

Share
U.S. FDA หันมาให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยจากเทคโนโลยีนาโน
Dec 13th, 2010 by titima 72 views

จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์และยาซึ่งเป็นผลผลิตจากเทคโนโลยีนาโนในสหรัฐฯ ทำให้องค์การอาหารและยาสหรัฐ (Food and Drug Administration : FDA) หันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

โดยจัดตั้งคณะทำงานศึกษาเพื่อให้ข้อเสนอแนะ จากรายงาน Nanotechnlogy Task Force Report เสนอให้ FDA จัดทำแนวทางและการมีบทบาทมากขึ้นในการชี้ประโยชน์และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีนาโน เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้รายงานได้สรุปประเด็นด้านกฎหมายและด้านวิทยาศาสตร์

ประเด็นด้านกฎหมาย FDA มีหน้าที่ควบคุมดูแลผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุนาโน ดังนั้น FDA มีความสามารถในการชี้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุนาโนได้หรือไม่ หรือขอบเขตในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึง FDA ควรกำหนดให้มีการติดฉลากหรือการขออนุญาตเพื่อติดฉลากผลิตภัณฑ์ ขณะที่ด้านวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของเทคโนโลยีนาโนเพื่อให้มั่นใจว่าการควบคุมดูแลมีประสิทธิภาพจริง

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/367—-82550

Share
สัตว์ดัดแปลงพันธุกรรม
Nov 1st, 2010 by tipparat 163 views

หน่วยงานของสหรัฐฯ สองแห่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแลสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรมได้แก่ องค์กรอาหารและยา (Food and Drug Administration (FDA)) และกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (United States Department of Agriculture (USDA)) องค์กรอาหารและยามีหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับการรับรองความปลอดภัยของสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรมที่จะนำมาใช้เป็นอาหารของมนุษย์ ในขณะที่กระทรวงเกษตรมีหน้าที่ควบคุมดูแลการนำเข้าสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรม ศาสตราจารย์มาร์กาเรต เมลลอน (Margaret Mellon) ผู้อำนวยการด้านอาหารและสิ่งแวดล้อมของสหภาพนักวิทยาศาสตร์ที่มีจิตสำนึกทางสังคม (Union of Concerned Scientists) กล่าวว่าปัจจุบันผู้บริโภคสนใจในเรื่องต้นกำเนิดกระบวนการผลิตอาหาร รวมทั้งสิทธิ์ที่จะรู้ข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาหารมากขึ้น ดังนั้นผู้มีอำนาจควรจะเข้ามาจัดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบขององค์การฯ ให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตอาหาร ศาสตราจารย์เมลลอนได้กล่าวอีกว่าการปฏิเสธไม่ให้ผู้บริโภครับรู้ข่าวสารอาจทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกต่อต้าน ดังนั้นความโปร่งใสรวมทั้งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการทางกฎหมายจึงมีความสำคัญต่อการยอมรับของผู้บริโภคเกี่ยวกับสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรม ในท้ายที่สุดเพื่อที่จะให้ผู้บริโภคยอมรับในเทคโนโลยีนี้ประเด็นปัญหาต่างๆ ในด้านสังคม จริยธรรม และศาสนาที่ไม่ได้อยู่ในการดูแลขององค์กรอาหารและยาจะต้องมีการยกขึ้นมาชี้แจง ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่าสภาคองเกรสจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมและให้อำนาจแก่องค์กรอาหารและยาเพิ่มขึ้นในการออกระเบียบให้ผู้จำหน่ายมีการติดฉลากแสดงว่าผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายได้รับมาจากสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกและตัดสินใจว่าจะซื้อผลิตภัณฑ์นั้นหรือไม่

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/262—-22552

Share
องค์กรอาหารและยาของสหรัฐฯอนุญาตให้ใช้เซลล์ต้นตอในการทดสอบทางคลีนิก
Nov 1st, 2010 by tipparat 66 views

องค์กรอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration (FDA)) ได้อนุญาตให้บริษัทเจรอน (Geron Corp.) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพขนาดเล็กตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ทำการทดลองฉีดเซลล์ต้นตอซึ่งผลิตจากตัวอ่อนมนุษย์ให้กับผู้ป่วยที่บาดเจ็บที่ไขสันหลัง การทดลองที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงฤดูร้อนของปีพ.ศ. 2552 นี้จะเป็นการทดลองถึงความปลอดภัยของเซลล์ต้นตอที่ได้มาจากตัวอ่อนมนุษย์ในการรักษาผู้ป่วยเป็นครั้งแรกของโลก โดยผลิตภัณฑ์จากเซลล์ต้นตอที่นำมาใช้ในการทดลองครั้งนี้มีชื่อว่า GRNOPC-1 ซึ่งถ้าผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัย จะเหมือนเป็นการยอมรับในการนำเซลล์ต้นตอมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยจากโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวานในเด็ก (Juvenile Diabetes) และโรคมะเร็ง (Cancer) การอนุญาตให้มีการใช้เซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนทดสอบในมนุษย์ขององค์กรอาหารและยาของสหรัฐฯ ในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการได้รับการสนับสนุนงานวิจัยด้านเซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนจากองค์กรของรัฐ และผู้สนับสนุนอีกหลายฝ่ายยังเฝ้ารอคำสั่งของประธานาธิบดีโอบามาในการเพิกถอนข้อกำหนดและข้อจำกัดต่างๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวกับการให้ทุนงานวิจัยที่ใช้เซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนมนุษย์

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/262—-22552

Share
อันตรายจากสารตะกั่วในปลา
Sep 29th, 2010 by waree 224 views

ปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ทุกเพศและทุกวัย แต่ปัญหาสารพิษที่ตกค้างอยู่ในเนื้อปลา โดยเฉพาะสารตะกั่วที่แพร่กระจายไปในน้ำ แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ภายในน้ำจะเปลี่ยนสารตะกั่วให้อยู่ในรูปของ methylmercury ซึ่งเป็นพิษมากขึ้น

การศึกษานี้ได้มุ่งเน้นที่ปลาทูน่า ซึ่งเป็นปลาที่นิยมบริโภคมากในประเทศสหรัฐ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียได้เก็บตัวอย่างปลาทูน่า จากร้านค้า ร้านอาหาร โดยเฉพาะปลาทูน่าชนิด bigeye bluefine และ yellowfin ที่ใช้ทำซูชิ พบว่ามีปริมาณสารตะกั่วที่กำหนดของ Environmental Protection Agency (EPA) ที่กำหนดไว้ที่ 0.5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม (ppm) และกำหนดปริมาณสารตะกั่วขององค์การอาหาร และยาสหรัฐฯ (FDA) อยู่ที่ 1 ppm

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/238—-52553

Share
การเก็บรักษาและการดูแลไข่อย่างไรให้ถูกสุขลักษณะ
Sep 28th, 2010 by ratana 79 views

องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐฯ (FDA) ได้มีข้อกำหนดเพื่อป้องกันโรคที่มาจากไข่ไก่ โดยผู้เลี้ยงไก่ที่ได้รับใบรับรองการปลอดเชื้อ Samonella เท่านั้น และเลี้ยงไก่ภายในโรงเรือนที่ปราศจากสัตว์จำพวกใช้ฟันแทะ (rodents) และสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่เป็นพาหะนำเชื้อ อีกทั้ง โรงเลี้ยงไก่ต้องถูกตรวจสอบเชื้อ Samonella เป็นระยะๆ ไข่ไก่ที่ได้จะต้องเก็บภายใต้อุณหภูมิที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของ Samonella นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดที่สำคัญในการป้องกันโรคจากไข่ไก่ โดยเริ่มตั้งแต่
การเลือกซื้อ – ไข่ที่เก็บรักษาในภาชนะที่รักษาความเย็น และสะอาดไม่มีรอยแตก
การเก็บรักษา – นำใส่ตู้เย็นทันทีหลังซื้อมา และทานให้หมดภายใน 3 สัปดาห์
การประกอบอาหาร - ประกอบอาหารจนไข่แดงและไข่ขาวสุก ทำความสะอาดมือ ช้อนส้อม จาน
การเสริฟอาหาร – ที่มีไข่ไก่ ควรเสริฟทันทีหลังประกอบอาหารเสร็จ เพราะแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิ 5-60 องศาเซลเซียสการเก็บรักษาระหว่างการเดินทาง ควรเก็บในถังน้ำแข็ง

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/241—-62553

Share
FDA เผ้าติดตามการทดสอบด้านพันธุกรรม
Sep 27th, 2010 by Valaiporn Changkid 41 views

Mercury News เป็นแหล่งข่าวทางฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐฯ ได้รายงานว่า US Foods and Drug-FDA กำลังวางแผนในการเผ้าติดตามการซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลจากการทดสอบทางพันธุกรรมกับผู้บริโภค ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ได้แก่ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังต้องการการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ ในหนังสือที่ FDA ส่งไปถึงบริษัทได้ระบุว่า ข้อมูลที่บริษัทยื่นเสนอไปได้แสดงผลการทดสอบทางคลินิกและการวิเคราะห์ที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นข้อมูลที่บริษัทสามารถนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขายเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่อาจจะเกิดขึ้นและสามารถควบคุมดูแลตนเองได้มากขึ้น แต่หนังสือของ FDA ไม่มีข้อความใดระบุว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ของบริษัท จะเป็นอันตรายต่อประชาชน จดหมายดังกล่าวยังระบุว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวควรที่จะมีการทดสอบทางคลินิกและการวิเคราะห์ที่แน่นอนเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนในข้อมูลของผลการทดสอบ ทั้งนี้ยังมีบริษัทบางแห่งออกมายอมรับว่าได้มีความผิดพลาดทางห้องปฏิบัติการอย่างน่าละอาย โดยมีลูกค้าจำนวน 96 รายได้รับและเห็นข้อมูลพันธุกรรมที่ไม่ใช่ของตนเอง จึงควรมีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดอย่างนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/244—-72553

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa