ค่อนข้างจะรู้สึกกังวลพอสมควรที่เห็นการยก DSpace มาเป็นพระเอกในการจัดเก็บเอกสารดิจิทัลในแทบทุกๆ ระบบงาน ไม่ว่าจะทำคลังเอกสารสถาบัน (IR- Institutional Repository) คลังจดหมายเหตุดิจิทัล (Digital Archives) คลังเอกสารมัลติมีเดียและอีกหลากหลาย จากการศึกษาของ STKS มาระยะหนึ่ง อยากเสนอให้พิจารณาโปรแกรมที่เหมาะสมกับลักษณะข้อมูล ลักษณะความต้องการก่อนน่าจะเป็นแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมที่สุด ดีกว่าเห็นว่าสถาบันนั้น สถาบันนี้ใช้ DSpace เราจึงต้องใช้ด้วย
จุดด้อยของ DSpace มีค่อนข้างมาก และสำคัญที่สุดหน่วยงานที่นำมาใช้แทบจะไม่ได้ใช้ความสามารถแท้จริงของ DSpace เท่าไร เช่น การนำเข้าโดยเจ้าของผลงานผ่าน Workflow อีกทั้งยังไม่สนับสนุนระบบวิเคราะห์ ประมวลผลอันเป็นจุดเด่นที่จะช่วยดึงความสนใจของผู้นำเข้าและผู้บริหารหน่วยงานอีกด้วย ฝากประเด็นนี้ไว้ด้วยครับ
รวมคู่มือและซอฟต์แวร์สำหรับการติดตั้งโปรแกรมจัดการคลังเอกสารสถาบัน (IR – Institutional Repository) อย่าง DSpace ที่พัฒนาบนพื้นฐาน Open Source Software โดยเนื้อหาแนะนำการติดตั้งขั้นต้นสำหรับผู้สนใจบนระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows XP เชิญดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ STKS – ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ และการติดตั้งบนระบบปฏิบัติการอื่น ผู้สนใจศึกษาได้ที่เว็บไซต์ของ DSpace นะครับ
STKS ได้พัฒนา Extension ในรูปแบบ Plug-ins สำหรับ Joomla เพื่อปรับฟังก์ชันสืบค้นของ Joomla ให้สืบค้นทะลุไปยังคลังความรู้สถาบันที่พัฒนาด้วย DSpace โดยได้กำหนดต้นแหล่งให้สืบค้นไปที่ NSTDA IR ของ สวทช. ซึ่งผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Source code แล้วปรับแก้ไข URL ของคลังความรู้สถาบันที่พัฒนาด้วย DSpace ให้ตรงกับแหล่งข้อมูลของท่านได้ต่อไป
ในระยะหลังมีการริเริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการคลังเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเป็นจำนวนมาก บางองค์กรหรือหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการสงวนรักษาเนื้อหาที่อาจจะสูญหายได้ บางหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้มากขึ้น ความเคลื่อนไหวที่ให้ใช้ได้อย่างเปิดกว้างนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนานี้ขึ้น การริเริ่มเอกสารดิจิทัล เช่น เอกสารก่อนการจัดพิมพ์ (pre-print) เอกสารหลังการจัดพิมพ์ (post-print) และเซิร์ฟเวอร์สำหรับจัดเก็บเอกสาร (document servers) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางใหม่ในวงการพิมพ์ เนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมราคาของวารสารได้ โดยเฉพาะวารสารของหน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคนิค และ การแพทย์ อีกทั้งจำนวนผู้เขียนและมหาวิทยาลัยที่มีความกระตือรือร้นที่จะมีส่วนในการพิมพ์และสงวนรักษาด้วยตนเองมีมากขึ้น ๆ ตัวอย่างโปรแกรมที่ช่วยสนับสนุนงานด้านนี้ได้เป็นอย่างดี ได้แ่ก่ ล็อคคิส (LOCKSS) อีพริ้นท์ (EPrints) และ ดีสเปซ (DSpace) สามารถอ่านศักยภาพของทั้ง 3 โปรแกรมได้ที่
http://www.stks.or.th/web ล็อคคิส
http://www.stks.or.th/web อีพริ้นท์
http://www.stks.or.th/web ดีสเปซ
ปัญหาของหน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีระบบฐานข้อมูลหลายฐาน คือ การบริการสืบค้นจากทุกฐานข้อมูลร่วมกัน โดยเฉพาะการสืบค้นจากเว็บไซต์ที่มีรูปแบบการทำงานแตกต่างกัน แต่ด้วยเทคโนโลยี OAI-PMH ซึ่งเป็นมาตรฐานชนิดใหม่ที่ช่วยในการเก็บเกี่ยวเมทาดาทาของข้อมูลในฐาน ข้อมูลระบบเปิด (Open Archives) ทำให้การพัฒนาระบบสืบค้นออนไลน์จากหลากหลายฐานข้อมูลเป็นเรื่องง่าย สะดวก เช่น การพัฒนา Online One Search ด้วยเครื่องมือ The PKP Open Archives Harvester
ห้องสมุด สถานศึกษาชั้นนำหลากหลายทั้งในและต่างประเทศ ได้เลือกใช้ซอฟต์แวร์จัดการเอกสารดิจิทัลที่รองรับมาตรฐาน OAI-PMH เช่น DSpace, E-Prints, Open Journal System, Open Conference System ทำให้การจัดทำเว็บไซต์สืบค้นกลางจากเว็บที่พัฒนาด้วยเครื่องมือข้างต้นเป็น เรื่องง่ายขึ้น โดย The PKP Open Archives Harvester เป็นผู้ช่วยชั้นเยี่ยม
รายละเอียดเพิ่มเติม
เข้าไปสำรวจใน http://www.dspace.org/index.php/DSpace-Instances/Repository-List.html เพื่อจะดูว่า ในประเทศไทยมีหน่วยงานใดใช้ DSpace บ้าง
ตอนนี้เพิ่มมากขึ้นแล้วค่ะ เป็นจำนวน 6 แห่ง คือ AIT, จุฬาฯ, สวทช., ม. ชินวัตร, ม. ศรีปทุม และล่าสุด มธ. ค่ะ
ประเทศไทยหลายหน่วยงานมีการจัดทำ IR (Institutional Repository) เท่าที่ทราบก็จะมี AIT, จุฬาฯ, สวทช. (โดย ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี), ม. ศรีปทุม ส่วนมากก็จะใช้โปรแกรม DSpace เป็นตัวทำคลังเก็บความรู้ดิจิทัลทางวิชาการของนักวิจัย คณาจารย์ บุคลากรของแต่ละแห่ง แต่เมื่อเข้าไปสืบค้นดูว่าแห่งใดได้ขึ้นทะเบียนเป็น open access repository บ้าง พบว่ามีเพียงแห่งเดียว คือ AIT โดยจดทะเบียนไว้ที่ OpenDOAR (http://www.opendoar.org/) ภายใต้โครงการ KIDS-D
คงเกี่ยวข้องกับอีกหลายหัวข้อ เช่น open access, OAI หรือ Open Archive Initiative เป็นต้น ท่านที่สนใจในการทำคลังความรู้ การทำ IR, การทำ self-archiving จะทยอยเขียนใน NSTDA Blog เรื่อยๆ คอยติดตามอ่านนะคะ
กระแสการสร้างคลังเอกสารดิจิทัลด้วยโปรแกรม Open Source จาก MIT คือ DSpace ได้รับความนิยมสูงมากทำให้หลายๆ สถาบัน หลายหน่วยงานให้ความสำคัญ และสนใจใช้ DSpace กันอย่างมาก และมีคำถามมาที่ STKS เกี่ยวกับแนวทางการใช้โปรแกรม ตลอดจนให้ STKS แนะนำแนวทางการพัฒนาอยู่เสมอ ในส่วนของผู้เขียนเองอยากให้ข้อมูลว่าการพัฒนาระบบใด ไม่ควรไหลตามกระแส ควรจะเริ่มจากวิเคราะห์ความต้องการคลังเอกสารดิจิทัลของท่านก่อน ว่าท่านต้องการะบบอย่างใด จากนั้นจึงเลือกระบบที่เหมาะสม โดยโปรแกรมอีกหลายตัวที่นำมาใช้สร้างคลังเอกสารดิจิทัลได้ เช่น Joomla + Docman (Extension) หรือ Gallery2 หรือ Greenstone โดยแต่ละโปรแกรมจะนำมาให้ข้อมูลในโอกาสต่อไปครับ
โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ที่มีประโยชน์สำหรับการใช้งานในห้องสมุด มีหลายโปรแกรมด้วยกัน แบ่งเป็น
Library management system ก็จะมี Koha, PMP, PhpMyLibrary, OpenBiblio
Digital Library Software เช่น Greenstone
Content management system ได้แก่ Membo, eZ publish, Phone
Courseware tools เช่น Moodle, Spaghettilearning, Claroline
Online journal publishing software: Open Journal System
Institutional archiving software คือ Eprints และ DSpace
ในที่สุด STKS ก็ติดตั้ง DSpace และเปิดใช้งานได้เสียทีจากที่ลองมาหลายปี หลายรอบ โดยขณะนี้ STKS ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งาน DSpace ไว้ที่เว็บไซต์ DSpace เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศไทย ต่อจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศรีปทุม
ต่อจากการร่วมสัมมนาชมรมห้องสมุดเฉพาะ ประจำปี ’51 ภาคบ่ายของวันที่ 2 (วันที่ 29 ส.ค. 51) เป็นช่วงของการศึกษาดูงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สายให้เลือก คือ เมืองหนังสือแห่งแรกของประเทศไทย และอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จากการสำรวจพบว่าสายหลังนี้ได้รับความสนใจเกินกว่าครึ่งถึงขนาดปิดรับลงทะเบียนก่อนวันเปิดสัมมนาเสียอีก เนื่องจากสมาชิกที่เข้าต่างสนใจ Koha DSpace และ Greenstone โดยเฉพาะระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha ซึ่งเป็น Open Source Software นอกจากคุณสมบัติของการใช้งานแล้ว ที่สำคัญคือช่วยประหยัดงบประมาณในการติดตั้ง และการบำรุงรักษา เป็นต้น Read the rest of this entry »
รายชื่อหน่วยงานที่ใช้โปรแกรม IR ค่ะ
Digital Commons (http://www.umi.com/products_umi/digitalcommons/
DSpace (http://wiki.dspace.org/DspaceInstances)
Fedora (http://www.fedora.info/community)
SDL : Search Digital Libraries (http://drtc.isibang.ac.jn/sdl/archives.php)
OAI Scotland Information Service (http://hairst.cdlr.strath.ac.uk/oaisis/Repositories.htm)
Public Knowledge Project, Open Archives Harvester (http://pkp.sfu.ca/harvester/archives.php)
Digital Academic Repositories (http://www.darenet.nl/en/page/language.view/repositories)
Open Language Archives Community (http://www.language-archives.org)
ดีสเปซ หรือ DSpace เป็นโอเพ่นซอร์สซอฟต์แวร์อีกตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมากในบทบาทของการเ็ป็น IR – Institutional Repository เป็นโปรแกรมที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าอีพรินท์ เนื่องจากมีจุดประสงค์ในการเก็บถาวร เนื้อหาที่สามารถเก็บได้มีความหลากลาย เ็ก็บสารสนเทศดิจิทัลได้ทุกประเภท ดีสเปซเป็นสมาชิกในโครงการริเริ่มเก็บถาวรแบบเปิด (OAI – Open Archives Initiative) อีกด้วย
ดีสเปซเป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนมาก คือ มีการส่ง (submit) สารสนเทศจากหลาย ๆ แห่ง/หน่วยงานที่มีความแตกต่างกัน หรือ ชุมชน (community) โดยเจ้าของผลงานต้องใส่เมทาดาทาตามเค้าร่างของดับลินคอร์ (Dublin Core)
ดีสเปซมีระบบให้สิทธิแก่ผู้ใช้ ผู้ดูแลระบบสามารถเจาะจงผู้มีสิทธิในการส่งผลงาน (submitter) ผู้ประเมิน (Reviewer) ผู้แก้ไข เป็นต้น ก่อนที่ผลงานจะถูกเก็บลงในคลังเอกสารจะต้องผ่านกระบวนการประเมิน (review process) กระแสงานในดีสเปซมีการประเมินหลายระดับ ผู้ประเมิน (reviewer) สามารถตีคืนผลงานที่พิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสม ผู้รับรอง (approver) เป็นผู้ตรวจสอบกระบวนการส่งผลงาน ในเรื่องของการผิดพลาดในด้านต่าง ๆ เ่ช่น การลงเมทาดาทา และบรรณธิกรณ์เมทาดาทา (metadata editor) เป็นผู้มีิสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเมทาดาทา
ปัจจุบันมีการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการคลังเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเป็นจำนวนมาก บางองค์กรหรือหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการสงวนรักษาเนื้อหาที่อาจจะสูญหาย บางหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้มากขึ้น การเลือกใช้ซอฟต์แวร์เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น ควรพิจารณาถึงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ
ซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนการจัดการคลังเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ได้แ่ก่ ล็อคคิส (LOCKSS), อีพริ้นท์ (EPrints), ดีสเปซ (DSpace), เฟดอรา (Fedora) เป็นต้น