»
S
I
D
E
B
A
R
«
แหล่งกำเนิดก๊าซมีเทน
Sep 10th, 2012 by pornpan 454 views

แหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศจากต้นไม้ที่เป็นโรค

คณะนักวิจัยจาก Yale School of Foresty & Environmental Studies โดย Kristofer Covey ผู้นำการศึกษาและเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่ Yale ได้ค้นพบว่าต้นไม้ที่ป่วยเป็นโรคในผืนป่าอาจเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนที่สำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ต้นไม้ที่ผลิตก๊าซมีเทนส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 80-100 ปี และป่วยเป็นโรคจากการติดเชื้อราที่พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ แม้ว่าลักษณะภายนอกของต้นไม้เหล่านี้ดูเหมือนว่าพวกมันมีสุขภาพที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกมันกำลังถูกบั่นทอนสุขภาพอย่างช้า ๆ จากเชื้อราโดยการกัดกินลำต้นของต้นไม้อย่างช้า ๆ ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้ออำนวยในการสร้างก๊าซมีเทนให้กับกลุ่มจุลินทรีย์ที่เรียกว่า methanogens หรือจุลินทรีย์ที่ผลิตก๊าซมีเทน

Read the rest of this entry »

Share
สถานการณ์น้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็ว
Aug 7th, 2012 by wanutwira 301 views

หลังจากมีการเสนอข่าวสถานการณ์น้ำแข็งขั้วโลกละลายในหลายๆ เหตุการณ์ ตลอดจนวิกฤตน้ำท่วมในหลายๆ ประเทศนั้น ทำให้เป็นที่วิตกกังวลอยู่ในขณะนี้นั้น ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ค่อนข้างมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จากการได้รับการยืนยันระลอกใหม่ว่า เกิดเหตุการณ์น้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็วขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยเกิดมาก่อนที่เกาะกรีนแลนด์

Read the rest of this entry »

Share
จีนและอินเดีย ตัวการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก
Jul 11th, 2012 by wanutwira 72 views

จีนและอินเดีย สองประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของเอเชียในทศวรรษนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนี่อง ค่าแรงราคาถูกและมีคุณภาพทำให้การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของสองประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว โรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หลายแห่งได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนี้ มลพิษทางอากาศในรูปของเขม่าควันและละอองซัลเฟตจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงซึงเป็นผลพลอยจากความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจนี้ได้ถูกพัดเข้าหามหาสมุทรแปซิฟิก และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศในวงกว้างได้

Read the rest of this entry »

Share
ภูมิอากาศของโลกในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร…ดินตอบได้
Jun 18th, 2012 by wanutwira 83 views

หากพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศแล้ว คงหนีไม่พ้นการศึกษาการเปลี่ยนแปลงจากสภาพภูมิอากาศทั่วไป เช่น ลม พายุ  ฝน คลื่นความร้อน เป็นต้น แต่วันนี้มีงานวิจัยชิ้นใหม่จากนักวิจัยจากทั้ง Brigham Young University (BYU) , Duke University และกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ พบว่าดินนั้นมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอนาคตของโลกในด้านภูมิอากาศ ไม่เพียงแค่ลม พายุ ฝน คลื่นความร้อนตามที่เข้าใจอีกแล้ว

Read the rest of this entry »

Share
ICT for Climate Change ประเด็น Cloud Computing กับการบริการทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด
Apr 6th, 2012 by satapon 85 views

การประชุมวิชาการประจำปี 2555 สวทช. (NAC 2012) หัวข้อหลัก ” รู้ สู้ พิบัติภัย  ไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ” วันที่ 28 มีนาคม 2555  ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัด ปทุมธานี

เอกสารประกอบการบรรยาย ICT for Climate Change ประเด็น Cloud Computing กับการบริการทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด โดย คุณศรีจันทร์ จันทร์ชีวะ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Share
บทบาทของ Cloud Computing กับ งานบริการในศตวรรษ 21
Apr 6th, 2012 by satapon 189 views

การประชุมวิชาการประจำปี 2555 สวทช. (NAC 2012) หัวข้อหลัก ” รู้ สู้ พิบัติภัย  ไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ” วันที่ 28 มีนาคม 2555  ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัด ปทุมธานี

เอกสารประกอบการบรรยาย ICT for Climate Change ประเด็น Cloud Computing  กับการบริการทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด โดย ดร.อัจฉริยา  อักษรอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สถาบันวิทยาการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

Share
การบริหารความเสี่ยงสำหรับ Climate Change มุมมองจากห้องสมุดที่ได้รับผลกระทบ
Apr 5th, 2012 by satapon 73 views

การประชุมวิชาการประจำปี 2555 สวทช. (NAC 2012) หัวข้อหลัก ” รู้ สู้ พิบัติภัย  ไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ” วันที่ 28 มีนาคม 2555  ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัด ปทุมธานี

เอกสารประกอบการบรรยาย การบริหารความเสี่ยงสำหรับ Climate Change  มุมมองจากห้องสมุดที่ได้รับผลกระทบ โดย ผศ.ดร สานนท์ ฉิมมณีย์  รองผู้อำนวยการศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

Share
สถานภาพการจัดการอุทกภัย อดีต..ปัจจุบัน อนาคต และแนวคิดด้านการพยากรณ์เตือนภัยพิบัติ
Mar 30th, 2012 by wanutwira 46 views

มหาอุทกภัยปี 2554 ที่ผ่านมานี้ ถึงแม้เหตุการณ์จะบรรเทาและบางที่เร่งดำเนินการฟื้นฟูจนเกือบสมบูรณ์ 100 % แล้วก็ตามแต่กระนั้น ก็ยังเกิดคำถามมากมายในการรับมือและแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้นว่าจะมีการดำเนินการรับมือกับอุทกภัยอย่างไร มีการพยากรณ์และเตือนภัยอย่างไร ปริมาณของน้ำจะมากน้อยเพียงใด และจะท่วมเป็นระยะเวลานานเท่าไร ซึ่งในขณะนี้ต้องยอมรับว่ายังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานใดที่จะให้ ความมั่นใจว่าในปี 2555 จะเกิดมหาอุทกภัยเช่นเดียวกับปี 2554 อีกหรือไม่ โดย ดร.เสรี ศุภราทิตย์

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

Share
เส้นทางสายคลองและแม่น้ำที่ไหลสู่กรุงเทพมหานคร
Mar 30th, 2012 by wanutwira 29 views

เหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญ ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยอีกเหตุการณ์หนึ่ง เพราะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ส่งผลกระทบแก่ประชาชนชาวไทยกว่าค่อนประเทศ จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเสมือนสิ่งเตือนใจให้ต้องใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดการเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้ว่าน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและควร รับมือกับมันอย่างไร โดย อาจารย์ธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

Share
ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๕
Mar 12th, 2011 by supaporn 96 views

ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2551-2555

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหา จึงต้องเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานของหลายๆ ภาคส่วน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดทำยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับแรกขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ และได้มีการจัดทำ ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๕ ซึ่งเป็นการปรับแก้ไขโดยบูรณาการข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากฉบับเดิม

โดยจัดทำเป็นภาษาอังกฤษด้วยในชื่อว่า  National Strategy on Climate Change Management B.E. 2551-2555 (A.D. 2008-2012)

หมายเหตุ: เป็น ๒ ใน ๘ รายการ องค์ความรู้ดีๆ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเอกสารบูรณาการองค์ความรู้และเอกสารแปล โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ล้วนน่าสนใจ และน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

Share
มุมตรงข้ามการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Dec 18th, 2010 by titima 21 views

ข้อสงสัยล่าสุดกำลังเกิดขึ้นเรื่องการทุ่มทรัพยากรทั้งหมดสู่การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพคุ้มค่าหรือไม่

จากการประชุมที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซียเรื่องการตกลงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เพื่อดำเนินการตามพิธีสารเกียวโต พบมีการใช้พื้นที่โลกประมาณ 1% ปลูกพืชเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อผลิตเอททานอลทดแทนการใช้น้ำมัน ขณะเดียวกันมีการปลูกสบู่ดำและปาล์มเพื่อใช้ผลิตน้ำมันดีเซลชีวภาพ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่แพงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล แต่ผลการศึกษาใหม่ที่ออกมานำมาสู่คำถามเรื่องความเหมาะสมของการขยายการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ปริมาณน้ำในการเพาะปลูก การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น ก๊าซไนตรัสออกไซด์ จากการใช้ปุ๋ยปลูกพืชพลังงานชีวภาพ

ตัวอย่างข้อมูลจาก Stockholm Environment Institute สวีเดน ชี้ว่าการขาดแคลนน้ำจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรหยุดชะงัก การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลดลง 50% ภายในปี 2553 โลกจะใช้น้ำประมาณ 4,000-12,000 ลูกบาศก์กิโลเมตรต่อปีมากขึ้นจากเดิม หรือข้อมูลจาก International Institute for Applied System Analysis เมือง Luxemburg ออสเตรเลีย ที่แสดงให้เห็นว่าโลกมีพื้นที่เพียง 250-300 ล้านเฮกเตอร์เพื่อปลูกพืชเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่โลกยังต้องการพื้นที่เพาะปลูกอีก 200 ล้านเฮกเตอร์ เพื่อเลี้ยงประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นอีก 2-3 พันล้านคน ซึ่งหากมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชเชื้อเพลิงชีวภาพจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกอาหารและการทำลายป่าไม้ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น รวมถึงการใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน ซึ่งธาตุไนโตรเจนกลายเป็นก๊าซไนตรัสออกไซด์ ก๊าซเรือนกระจกหนึ่งที่สำคัญ โดย International Panel Climate Change (IPCC) แสดงตัวเลขว่าระหว่าง 1-2% ของไนโตรเจนที่ใส่ในพื้นที่เพาะปลูกจะกลายเป็นก๊าซไนตรัสออกไซด์

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/391—-122550

Share
ก๊าซโอโซนจะตัดกำลังการเก็บคาร์บอนของพืช
Dec 16th, 2010 by titima 50 views

จากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดย Hadley Center for Climate Prediction and Research ประเทศอังกฤษ พิสูจน์ว่าการเพิ่มขึ้นของก๊าซโอโซนในระดับต่ำของโลกที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นศตวรรษหน้า จะยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชที่ปกคลุมโลกในหลายพื้นที่และก่อให้เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศโลกเร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ โดยนักวิจัยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์เพื่อคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกระหว่าง พ.ศ. 2444-2643 โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานจากศตวรรษที่ 20 เพื่อเป็นตัวตั้งเช็คความถูกต้องของแบบจำลอง อย่างไรก็ตามผลดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้น นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันมียังมีข้อมูลค่อนข้างจำกัดเกี่ยวกับพืชชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในโซนศูนย์สูตรว่าถูกทำลายอย่างไรเมื่อสัมผัสก๊าซโอโซน

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/367—-82550

Share
รายงานของรัฐบาลสหรัฐฯเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทั่วประเทศ
Nov 20th, 2010 by ratana 22 views

การที่โลกมีอุณหมิสูงขึ้น (Global Warming) ได้ส่งผลกระทบแล้วต่อประเทศสหรัฐฯในด้านป่าไม้ แหล่งนํ้า สัตว์ป่าและที่ดินเกษตรกรรม และจะส่งผลต่อเนื่องในด้านลบที่รุนแรงต่อไปในระยะ 25 ถึง 50 ปีในอนาคตภายหน้า

การประเมินผลด้านวิทยาศาสตร์โดยโปรแกรมวิทยาศาสตร์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของสหรัฐฯ หรือ U.S. Climate Change Science Program ได้รายงานประเด็นที่สำคัญถึงการที่มนุษย์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศโดยการเผาไหม้เชื้อเพลิง ฟอสซิล แล้วส่งผลให้สหรัฐฯมีไฟป่าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง กว่าปกติ การมีหิมะตกน้อยลง และการเพิ่มขึ้นของความแห้งแล้ง  ชาวสหรัฐฯ ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เลยจุดที่จะกลับคืนเหมือนเดิมแล้วถึงแม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้มาตรการสำคัญต่างๆในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอีก10 ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในอนาคต และในบางกรณีจะเกิดอย่างรุนแรง

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/328—-62551

Share
การเจรจาประเด็น climate change สำหรับปี 2010
Oct 7th, 2010 by titima 87 views

การเริ่มต้นเจรจารหว่างประเทศประเด็น climate change ที่จัดขึ้น ณ กรุงโคเปนเฮเกน มีหลายประเทศประกาศตั้งใจให้มีเพียงข้อตกลงชั่วคราว และชะลอการกำหนดสนธิสัญญาจนกว่าจะถึงปี 2011 รวมถึงสหรัฐอเมริกา

คณะกรรมการวุฒิสภาด้านสิ่งแวดล้อมและโยธาธิการของสหรัฐอเมริกา แถลงว่า กฎหมาย Clean Energy Jobs and American Power Act มาตรา 1733 ที่จะประกาศใช้ ควรมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนำไปสู่การปฏิบัติผ่านแผนงานชื่อ cap-and-trade แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่าสภาผู้แทนฯ ควรมีการพิจารณากฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไม่ทำให้สหรัฐอเมริกา สูญเสียการจ้างงาน และต้องพิจารณาประเด็นการปรับปรุงภาษีข้ามแดนเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของอเมริกาจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมด้วย โดยกฎหมายนี้ควรครอบคลุมถึง การเก็บภาษีพลังงานสะอาดปี พ.ศ. 2553 ด้วย

อย่างไรก็ตามการที่ความเห็นและข้อตกลงภายในประเทศขาดความคืบหน้า มีผลให้ การบริหารจัดการภายใต้รัฐบาลโอบามาจำต้องกำหนดเรื่องนี้เป็นเป้าหมายระยะยาว ในการเจรจาต่อรองที่จะดำเนินการต่อไปในโคเปนเฮเกน และเลื่อนการกำหนดสนธิสัญญาเป็นปี พ.ศ. 2554 ขณะเดียวกันมีผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า สหรัฐอเมริกา ควรเน้นสนับสนุนให้ประเทศกำลังพัฒนาลดการปล่อยก๊าซตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ การรช่วยเหลือเรื่องเงินและเทคโนโลยี และเวทีโคเปนเฮเกนควรย้ำความต้องการและข้อตกลงเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลการปกป้องป่าไม้และการปรับเปลี่ยนด้านมาตรการต่างๆ

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/292—-122552

Share
เก็บมาเล่า เอามาฝาก
Jan 31st, 2008 by Faci' 494 views

สารสนเทศกับการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาของชุมชนโดยชุมชน

นาข้าวบ้านแป้นโป่งชัยวันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าเอามาฝากเกี่ยวกับการนำสารสนเทศไปใช้ในชุมชนของชุมชนบ้านแป้นโป่งชัย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปางครับ บ้านแป้นโป่งชัยเป็นหมู่บ้านธรรมดาๆของชุมชนเกษตรกรรมที่มีการตั้งบ้านเรือนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มที่เรียกกว่า”คุ้ม”ในภาคเหนือหรือหมู่บ้านทั่วไปในปั้จจุบัน ชุมชนนี้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำวังมีพื้นที่เกษตรกรรมบนที่ราบลุ่มริมลำน้ำ อีกด้านหนึ่งติดภูเขาที่เรียกกันในชุมชนว่าดอยพระบาทชาวบ้านประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลัก คือ ปลูกข้าว และปลูกผักหลังนา ถือได้ว่าบริเวณบ้านสานี้เป็นแหล่งปลูกผักใหญ่ให้กับ จ.ลำปางก็ว่าได้ อาชีพเกษตรกรรมก็หนีไม่พ้นเรื่อง”น้ำ”ครับ ไม่ว่าน้ำดื่มหรือน้ำที่ใช้ในการเกษตรล้วนเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต รายได้และการตั้งถิ่นฐานทั้งสิ้น ชาวบ้านแป้นโป่งชัยก็เหมือนเกษตรกรทั่วประเทศไทยที่ส่นใหญ่ยังต้องอาศัยน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่สำคัญ เมื่อเกิดสภาวะการผันแปลของภูมิอากาศ (Climate Change) เกษตรกรก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนไปของรูปแบบการตกของฝน เช่น ฝนเคยตกกระจายสม่ำเสมอก็กลับไปตกมากในพื้นที่หนึ่งแต่บางพื้นที่ปริมาณฝนกลับลดน้อยลงและทิ้งช่วงยาวขึ้น สภาวะเช่นนี้ส่งผลให้เกษตรกรไม่สมารถปรับตัวในการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องได้ ทำให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตตามมา นั่นเป็นเพราะความไม่รู้ในข้อมูลหรือเข้าใจต่อปัจจัยที่เปลี่ยนไปแล้วส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ดังนั้นภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงต้องการการต่อยอดผสมผสานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติที่เกิดขึ้น

การเรียนรู้การใช้ GPSการใช้ GPS กับชุมชนชาวบ้านแป้นโป่งชัย เป็นชุมชนที่เริ่มเรียนรู้จากประสบการณ์จากอดีตผนวกกับสารสนเทศในยุคสมัยปัจจุบันที่ไหลเข้าสู่ชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การตักตวงใช้ประโยชน์ในทางสร้างสรรจากสิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ ความคิด แนวคิดและการปฏิบัติโดยอาศัยข้อมูลและสารสนเทศเป็นเครื่องมือ ในชุมชนนี้แหล่งน้ำสำหรับใช้บริโภคคือน้ำฝนเพราะน้ำใต้ดินไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องจากมีการปนเปื้อนของสารฟลูโอไลน์ที่สูงไม่ปลอดภัยต่อการใช้บริโภคโดยเฉพาะเด็กๆ ชาวชุมชนต้องแก้ปัญหาเองโดยการไปลงทุนร่วมกับหมู่ 4 เพื่อหาแหล่งน้ำและตั้งโรงงานผลิตน้ำดื่มขายกันเอง ในขณะที่น้ำเพื่อการบริโภคมีปัญหานั้น แหล่งน้ำต้นทุนใหญ่คือเขาพระบาทก็ยังตกอยู่ในวังวนของไฟป่า เหมือนป่าโดยทั่วไปในภาคเหนือ วัฏจักรการใช้ประโยชน์โดยขาดการดูแลจากชุมชนและรัฐก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งครู กศน.ของ อ.แจ้ห่มซึ่งถือว่าเป็นแนวร่วมของการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้วยปัญญา ได้เห็นปัญหาและพาผู้นำชุมชน เยาวชนไปร่วมเรียนรู้การแก้ปัญหาของบ้านสามขา ที่ อ.แม่ทะ การได้เห็นและได้แลกเปลี่ยนระหว่างกันนั้น นำไปสู่แรงผลักดันภายในที่ซ่อนเร้นอยู่ ให้ได้คิดและหาจุดเริ่มร่วมกันในชุมชน เมื่อกลับมาผู้ใหญ่วินัยก็ได้เรียกประชุมลูกบ้านเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้มาและปัญหาของตนที่มีทั้งความเหทือนและความต่าง ทำไมเราถึงยังปล่อยให้ป่าหลังบ้านยังไฟใหม้ เสื่อมโทรมและแห้งแล้ง ทั้งที่ในอดีตบรรพบุรุษของเขาได้เลือกทำเลตั้งถิ่นฐานที่ดีเยี่ยม สมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำและทรัพยากร เราทำอะไรกันอยู่ ถ้าเราไม่คิดที่จะแก้ปัญหาให้ตัวเราเองแล้ว เราคอยให้ใครมาเห็นและเข้ามาช่วยเราหรือ คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นในใจของคนบ้านแป้นโป่งชัย

ฝายชะลอน้ำบ้านแป้นโป่งชัยสองวันหลังจากกลับมาจากบ้านสามขา ผู้ใหญ่ พร้อมท่านพระครูวัดบ้านแป้นผู้นำจิตวิญญาณของชุมชน ชาวบ้านและเยาวชน ได้ขึ้นเขาพระบาทเพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นไปตัดไม้ เผาป่าหาเห็ด แต่ขึ้นไปสร้างฝายแม้วหรือฝายชะลอน้ำ เพราะอะไรนั่นหรือครับ เพราะสาเหตุที่มาของปัญหาทั้งปวงนั้นคือน้ำ น้ำที่หายากขึ้นทุกวันทั้งที่อยู่ติดกับต้นน้ำ การลงทุนของชาวบ้านแป้นโป่งชัยเป็นการลงทุนระยะยาวที่ถาวรครับ ฝายเล็กๆที่สร้างขึ้นนับร้อยฝายใช้ก้อนหินและวัสดุที่พอหาได้ในบริเวณนั้นเป็นหลัก มีพลังจากคนในชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน ถ้าป่าฟื้น ไฟป่าหายไป ความชื้นนำมาซึ่งฝน และชีวิต ผมได้รับการประสานงานจาก กศน.ลำปางให้ช่วยนำสารสนเทศโดยเฉพาะระบบแผนที่และGPS ไปสอนให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนจัดการทรัพยากรและชุมชน ผมและทีมงานได้เข้าไปสำรวจพื้นที่และได้พบผู้ใหญ่วินัยและคณะกรรมการชุมชนเพื่อรับทราบโจทย์ปัญหาอันเป็นการนำไปสู่การได้พบท่านพระครูวัดแป้นโป่งชัย ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาจิตใจคนในการสร้างสังคมที่สงบและสันติสุข ท่านพระครูยังใช้สารสนเทศเป็นสื่อในการแสดงธรรมด้วย จึงได้นิมนต์ท่านให้บรรยายธรรมในหัวข้อ “ธรรมกับเทคโนโลยี”ในการอบรมชาวบ้านและเยาวชนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2550 ที่กศน.ลำปาง ในสามวันของการเรียนรู้ร่วมกันมีชาวบ้านจาก 7 ชุมชนเข้ามาร่วมด้วยซึ่งผมจะเล่าว่าเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญานั้นไปงอกในใจคนที่ไหนบ้างในโอกาสต่อไปครับ

บวรในกระบวนการเรียนรู้ตลอดเวลาของการอบรมท่านพระครูพร้อมด้วยเจ้าอาวาสอีกสองวัดที่เป็นแนวร่วมใช้สารสนเทศเพื่อสื่อธรรม ได้เข้าร่วมด้วย มีนักเรียน เยาวชน แม่บ้าน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติมาร่วมเรียนรู้ในห้องเดียวกัน เราได้เห็น”บวร”เกิดขึ้นแล้วในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆแห่งนี้ วันสุดท้ายของการอบรม ลงฝึกหัด(ชื่อจริงครับ) แห่งบ้านแป้นโป่งชัยได้กลับไปสาธิตให้ผู้ใหญ่วินัยถึงการใช้งานและปรธดยชน์ของ GPS และภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง “คืนนี้เราใช้แผนที่วางแผนกัน พรุ่งนี้เราจะขึ้นไปทำฝายอีกตามตำแหน่งที่วางแผนไว้บนแผนที่” ครัย สารสนเทศเริ่มทำงานแล้ว

พระกับเทคโนโลยีส่วนท่านพระครูกลับมาถึงวัดก็พาพวกเราไปดูห้องสมุดชุมชนที่อยู่หน้าโบถส์ โจทย์ของการพัฒนาห้องสมุดชุมชนแนวใหม่ได้เกิดขึ้นที่หน้าโบถส์นั้น ทั้งในเรื่องการทำสาระชุมชน (Local contents) โดยชุมชน การหาความรู้จาก Global KM ไปต่อเชื่อม โดยให้ความสำคัญกับโจทย์ปัญหาของชุมชนเป็นอันดับแรก

ช่วงเวลาสั้นๆของการเปลี่ยน mindset และวิถีคิด การลงมือปฏิบัต(Learning by Doing) นำไปสู่การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนกับพันธมิตร ชาวบ้านแป้นโป่งชัยไม่โดดเดี่ยวทางความคิดอีกต่อไป แต่ยังแคกฉานความคิดไปสู่นวัตกรรมความคิดใหม่ในชุมชนอย่างต่อเนือง ซึ่งชาว STKS จะนำมาเล่าให้ท่านฟังในโอกาสต่อไปครับ

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa