เป็นชื่อเรื่องของหน้าปก วารสารเนเจอร์ ฉบับวันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 มีเนื้อหาสรุปคือ
ภูเขาไฟที่ประเทศไอซ์แลนด์ที่ได้เกิดปะทุ ก่อให้เกิดฝุ่นเถ้าละออง ฟุ้งกระจายทั่วน่านฟ้าทวีปยุโรป เมื่อเดือน เมษายน 2553 นี้นั้น มีผลกระทบต่อการจจราจรทางอากาศ ถือเป็นการประทุขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากสงบเงียบ มาราว 180 ปี จากการศึกษาวิจัย ด้วยการตรวจวัด 2 ส่วน คือ geodetic กับการเฝ้าดูแผ่นดินไหว พบมีความผิดปกติในรูปแบบ ตัวตั้งต้นที่ทำให้เกิดการปะทุในระยะสั้นของปี 2010 มีเป็นการบอกแบบนัยๆ แต่สัญญานที่ชัดเจนที่จะทำให้เกิดการปะทุ ในช่วงสัปดาห์ เดือน ปี อาจเป็นการให้ข้อมูลที่ให้ร่องรอยที่ดีกว่า ถึงธรรมชาติของ ของการระเบิดที่เกิดหายนะอย่างใหญ่หลวง
รูปภาพ หน้าปก รูปภูเขาไฟกำลังระเบิด ปล่อยเถ้าถ่านออกมาสู่อากาศเป็นจำนวนมาก
อ้างอิง หน้าปก (About the cover) วารสารเนเจอร์ ฉบับที่ 7322 ช่วงวันที่ 12 – 18 พฤศจิกายน 2553
วารสาร The Economist ฉบับล่าสุด April 24 – 30 2010 แสดงภาพหน้าปกด้วย ภาพภูเขาไฟกำลังระเบิด ที่ประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อ กลางเดือน เมษายน นั้น พร้อมคำโปรยหลัก คือ Earthly Powers : The lessons from Iceland
พร้อมนำเสนอบทความที่เกี่ยวข้อง ภายในฉบับ หลายบทความ คือ ในหน้าที่ 9 คอลัมน์ Leaders เสนอบทความเรื่อง Earthly powers : Disasters are about people and planning, not nature’s pomp ในหน้าที่ 54 – 55 คอลัมน์ Briefing Volcanoes and air travel เสนอบทความเรื่อง Small eruption in Iceland ในหน้าที่ 56 เสนอบทความเรื่อง The effect on business and leisure : Volcanic fallout ในหน้าที่ 65 คอลัมน์ Buttonwood เสนอบทความเรื่อง Economies are remarkably resilent to exogenous events. และในหน้าที่ 73 คอลัมน์ Books and arts เสนอบทความเรื่อง A quantum calculation
เชิญติดตามอ่านรายละเอียดแต่ละบทความ ที่ห้องสมุด STKS หรือห้องสมุดอื่นๆที่มีบริการ
เมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟเป็นอันตรายต่อการบินโดยเป็นอุปสรรคในการมองเห็น อุปสรรคในการควบคุมการบินและทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่ได้ การที่เครื่องบินจะพบกับเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟสามารถเกิดขึ้นได้เพราะเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟปรากฎบนระบบเรดาร์ เมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟสามารถลอยไปได้ไกลจากจุดกำเนิดตัวอย่างเช่น การระเบิดของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์เมื่อเร็วๆ นี้เมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟเคลื่อนที่ปกคลุมพื้นที่ในมหาสมุทรแอตแลนติกทำให้เกิดการขัดข้องของการจราจรทางอากาศเหนือยุโรปตะวันตก เมื่อเครื่องบินหลงเข้าไปในกลุ่มเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟ กลุ่มเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟจะทำลายพื้นผิวของเครื่องบิน เครื่องบังลมและเครื่องยนต์ในขณะที่ระบบระบายอากาศ ระบบไฮดรอลิคและระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถถูกปนเปื้อน เมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟประกอบด้วยอนุภาคที่มีจุดหลอมละลายต่ำกว่าอุณหภูมิภายในของเครื่องยนต์ ระหว่างการบินอนุภาคเหล่านี้จะหลอมละลายอย่างรวดเร็วเมื่อพวกมันเคลื่อนที่ผ่านเครื่องยนต์ เมื่อมันเคลื่อนที่ผ่านกังหันอนุภาคที่หลอมละลายจะทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วและเกาะติดบนใบของกังหันยับยั้งการไหลของก๊าซความดันสูง ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดการไหลที่ผิดปกติของก๊าซความดันสูงอาจจะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์กลางคัน มี Volcanic Ash Advisory Centers (VAAC) ทั้งหมด 9 แห่งทั่วโลกที่จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟ
ที่มา: http://edition.cnn.com/2010/TRAVEL/04/15/volcanic.ash.aviation.explainer/index.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2553