ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเร่งรณรงค์ต่อสู้กับปัญหาภาวะอ้วน (Obesity) และโรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome ) เพื่อลดภาวะความรุนแรงของโรควิถีชีวิต อันได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และภาวะไตวายเรื้อรัง เป็นต้น “โรคอ้วน” ถือเป็นภัยคุกคามที่กำลังระบาดในกลุ่มคนไทย โดยวัดจากอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น จากกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ปัจจุบันพบว่าคนไทยอ้วน และมีน้ำหนักเกินมาตรฐานเป็นอันดับ 5 ของเอเชีย-แปซิฟิก เป็นผลของการที่คนไทย ใช้ชีวิตกินแล้วนั่งหรือนอน และขาดการออกกำลังกาย
Read the rest of this entry »
ขนมหวานและอาหารไขมันสูงไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้เด็กอเมริกันอ้วนอีกแล้ว งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกาพบว่า เด็กที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนได้เหมือนกัน จากการศึกษาคาวมสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการนอนของเด็กๆชั้น ป.3 และ ป.6 กับความเสี่ยงที่จะมีน้ำหนักเกินมาตรฐานพบว่า เด็กที่ได้นอนน้อยกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนมากกว่าเด็กที่นอนพักผ่อนอย่างเพียงพออย่างมาก โดยที่เพศ เชื้อชาติ สถานภาพของครอบครัวหรือการเลี้ยงดูแทบจะไม่มีผลเลย
อย่างที่เรารู้กัน มานานแล้วว่า ภาวะโรคอ้วน ส่งผลต่อสุขภาพกายผิดปกติ หลายคนเสาะแสวงหาสารพันวิธีมากำจัดเจ้าน้ำหนักส่วนเกินนี้ออกไปจากชีวิต
อย่างที่เรารู้กันมานานแล้วว่า ภาวะโรคอ้วน ส่งผลต่อสุขภาพกายผิดปกติ
ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ส่งผลก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหลอดเลือดหัวใจ และยังส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ นิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งทางเดินอาหาร ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อของร่างกาย เช่น ข้อกระดูกสันหลัง และข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น
ผุ้ที่มีสภาวะเบื่อสังคม (Social Jetlag) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานไม่สัมพันธ์ระหว่างนาฬิกาภายในร่างกาย (body’s internal clock) กับการใช้ชีวิตประจำวันที่เป็นจริงของคนเรา ส่งผลทำให้เกิดอาการง่วงนอน และยังทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาอีกด้วย
เนื่องมาจากความคลาดเคลื่อนระหว่างเวลาของนาฬิกาทางกายภาพและนาฬิกาทางสังคมที่มีมากขึ้น มีสาเหตุมากจากอาการเรื้อรังของการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่เป็นโรคนี้มีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่ และดื่มแอลกฮอล์และคาแฟอีนมากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดโรคอ้วนตามมาอีกด้วย เราไม่สามารถตั้งค่านาฬิกาชีวิต (biological clock) ได้ตามความต้องการเหมือนกับนาฬิกาทั่วไป แต่มันสามารถปรับเปลี่ยนได้เองด้วยแสงสว่างในเวลากลางวันและความมืดในเวลาลางคืน เพื่อเหมาะสมที่สุดสำหรับการนอนหลับและการตื่น แต่ในสังคมใหม่เกิดความแตกต่างระหว่างนาฬิกาในร่างกายกับความต้องการของร่างกายที่มีแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น เพื่อตรวจสอบความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ทีมวิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนมากที่มีต่อพฤติกรรมการนอนหลับและการตื่นของมนุษย์ จากนั้นทางคณะนักวิจัยจะใช้ข้อมูลที่ได้นี้มาสร้าง Word sleep mapได้เก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้ ที่รวบรวมส่วนสูง น้ำหนัก และรูปแบบการนอนหลับของผู้ถูกวิจัยด้วย จากการวิเคราะห์ผู้ที่มีอาการ Social jetlag ที่รุนแรง มีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้นด้วยหรืออาจกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่าผู้ที่ใช้ชีวิตที่สวนทางกับนาฬิกาชีวิตอาจเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการลามไปถึงการเป็นโรคอ้วนได้อีกด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/1132—-62555
สาเหตุส่วนหนึ่งของโรคอ้วนเกิดจากพฤติกรรม จึงมีความพยายามค้นหายีนต้นตอมาโดยตลอด นักวิทยาศาสตร์จากคิงส์คอลเลจ ประเทศอังกฤษ โดย ดร.ทิม สเป็กเตอร์ ค้นพบว่า ยีน KLF14 เป็นที่มาของโรคที่เกิดจากความอ้วนทั้งปวง ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษายีนจาก 20,000 ตัวอย่างซึ่งตัดออกมาจากเนื้อเยื่อไขมันใตัผิวหนังของฝาแฝดผู้หญิงชาวอังกฤษ Read the rest of this entry »
นักวิจัยจาก Louisiana State University โดย Magdalena Pasarisa กล่าวว่าโรคความอ้วนเกิดจากกรรมพันธุ์ การรับประทานอาหารมากเกินไป และการนั่งทำงานโดยไม่ออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามเชื้อไวรัสที่เรียกว่า อดีโนไวรัส-36 (Adenovirus-36) อาจเป็นตัวก่อไวรัสได้ ปกติเชื้อไวรัสอดีโน จะทำให้เกิดอาการไข้หวัด
นักวิจัยพบว่า 30 เปอร์เซนต์ของกลุ่มคนอ้วนเคยติดเชื้อไวรัสอดีโนไวรัส-36 ซึ่งนักวิจัยได้ทดลองเลี้ยงเซลล์ต้นตอโดยใช้จานเลี้ยงเซลล์จากนั้นใส่เชื้ออดีโนไวรัส-36 พบว่าเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสเติบโตรวดเร็วและเปลี่ยนรูปลักษณะเป็นเซลล์ไขมัน (Adipocytes) เมื่อนำเซลล์ไขมันมาเลี้ยงต่อในสารอาหาร (culture media) พบว่าเซลล์ไขมันจะสะสมไขมันอย่างรวดเร็ว จากผลดังกล่าวนักวิจัยเชื่อมั่นว่า เชื้ออดีโนไวรัส-36 เป็นตัวเหนี่ยวนำให้มีการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ต้นตอ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/364—-92550
พฤติกรรมการบริโภคอาหารมากเกินปกติจนเป็นโรคอ้วน อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมอง จากผลการทดลองพบว่าหนูมีอาการเสพติด Junk food คล้ายติดเฮโรอีน โดยศูนย์ควบคุมความสุขในสมองจะตอบสนองและสั่งให้หนูกินอาหารเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นักวิจัยได้ทดลองให้อาหารชนิดต่างๆ กับหนู และพบว่าหนูที่กินอาหาร Junk food หรืออาหารที่มีคุณค่าทางอาหารต่ำมีการพัฒนาพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป โดยกินมากขึ้นและกลายเป็นโรคอ้วน ในการทดลองนักวิจัยได้ทดลองใช้ไฟฟ้ากระตุ้นที่ศูนย์ควบคุมความสุข (Pleasure center) ในสมองของหนู ซึ่งส่วนดังกล่าวเกี่ยวข้องและตอบสนองต่อการติดสารเสพติด ผลปรากฏว่ายิ่งหนูได้รับการกระตุ้นให้มีความสุขมากเท่าใด มันจะวิ่งบนกงล้อมากขึ้นตามเท่านั้น โดยเฉพาะหนูที่กินอาหารประเภท Junk food มากขึ้นมันจะวิ่งบนกงล้อมากขึ้น ลักษณะพฤติกรรมดังกล่าวคล้ายกับผู้ที่ติดเฮโรอีนที่ผู้เสพจะสูญเสียการควบคุมและต้องการเสพเฮโรอีนมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกมีความสุข
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/292—-122552