»
S
I
D
E
B
A
R
«
ทำอย่างไรให้ไกลจาก “โรคเครียดลงผิว”
Jul 27th, 2012 by wanutwira 502 views

รู้หรือไม่ว่าการที่เรามีการอาการเครียดและพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนั้น สามารถก่อให้เกิดโรคเครียดลงผิวหรือผิวเครียดได้ ซึ่งโรคเครียดลงผิวคือ เกิดโรคเริมขึ้นที่ผิว เมื่อร่างกายพักผ่อนน้อย นอนดึกทำให้มีความเหนื่อยล้าหรือเครียดมากกว่าปกติจึงเกิดเป็นตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นตามร่างกายส่วนมากจะเกิดขึ้นรอบๆ ริมฝีปากและรอบอวัยวะเพศให้ปวดแสบปวดร้อน เริมจึงเป็นโรคในลักษณะเดียวกับโรคเครียดลงผิวนั่นเอง

Read the rest of this entry »

Share
สาด สนุก วันสงกรานต์ ระวังเชื้อโรคที่มากับน้ำ
Apr 12th, 2012 by Valaiporn Changkid 69 views

เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง นอกจากจะต้องระวังในเรื่องของอุบัติเหตุจากการเดินทางแล้ว การเล่นน้ำสงกรานต์ก็ต้องระมัดระวังเชื้อโรคที่มากับน้ำเชื้อโรคบางอย่างอาจจะรุนแรงจนถึงขั้นขึ้นสมองและทำให้เสียชีวิตได้ เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าน้ำที่โดนสาดนั้นเป็นน้ำสะอาดหรือไม่

อวัยวะที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคได้มากที่สุดคือ “ดวงตา” เนื่องจากน้ำหรือเชื้อโรคต่างๆ สามารถเข้าสู่ดวงตาได้ง่ายที่สุดกว่าอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือแม้กระทั่งเชื้อราที่สามารถติดเชื้อได้ เราอาจจะได้รับเชื้อโรคผ่านทางบริเวณเปลือกตา เยื่อบุตา และกระจกตา จนทำให้เกิดอาการระคายเคือง อักเสบ และอาจจะรุนแรงเชื้อลุกลามเข้าไปถึงช่องหน้าลูกตา ทำให้ลูกตาอักเสบและรุนแรงจนถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ และหากน้ที่นำมาสาดกันนั้นมีสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ปะปนมาด้วย อาทิ ฝุ่น หิน ดิน ทราย สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้อาจจะเข้าไปเกาะติดอยู่กับเยื่อบุตา และหากเราขยี้ตาอย่างรุงแรงสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นอาจจะขูดขีดบริเวณกระจกตา ทำให้เกิดการถลอก และอาจจะมีการติดเชื้อและเป็นแผลบนกระจกตาได้
Read the rest of this entry »

Share
โรคสะเก็ดเงิน
Feb 8th, 2011 by tipparat 36 views

โรคสะเก็ดเงินหรืออดีตเรียกว่า โรคเรื้อนกวาง มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า โซไรเอซิส (psoriasis) เป็นโรคผิวหนังที่ไม่ติดต่อโดยการสัมผัสที่พบได้เกือบทุกภูมิภาคของโลก ผื่นที่เกิดขึ้นบนผิวหนังมีได้หลายลักษณะ แต่ลักษณะที่พบบ่อยคือ ผิวหนังอักเสบกลายเป็นปื้นแดงขนาดใหญ่และมีขุยสีขาวคล้ายสีเงินอยู่บนผิวของปื้นแดง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

Share
ยารักษาโรคผิวหนัง Lupus drug
Nov 30th, 2010 by rungsima 88 views

เป็นข่าววิทยาศาสตร์ล่าสุด จากวารสารเนเจอร์   ฉบับ 25 พฤศจิกายน  2553  หมวดธุรกิจ
ยาที่มีศักยภาพสูงในการรักษาเชื้อโรค autoimmune ด้านผิวหนัง ดูน่าจะเป็นไปได้ในการที่จะได้รับการอนุมัติโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา  เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน คณะกรรมการขององค์กรอาหารและยา FDA ได้ให้ไฟเขียวแก่ยา Benlysta (belimumab) ถึงแม้ว่าจะมีผลข้างเคียง
(side effect) ยาชนิดนี้ทำการยับยั้งโปรตีนในผิวหนังที่เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตแอนติบอดี้โจมตีเนื้อเยื่อของตนเอง  ทำการพัฒนาโดยโครงการ Human Genome Science เมือง Rockville รัฐแมรี่แลนด์ ที่ร่วมมือกับบริษัทยา GlaxoSmithKline ที่กรุงลอนดอน
ยา Benlysta อาจเป็นยาอันดับที่หนึ่งที่ได้รับการอนุมัติในลักษณะเฉพาะ ที่จะรักษาโรคผิวหนัง (lupus erythematosus) ในครึ่งศตวรรษนี้  คาดว่า FDA จะตัดสินใจในอีก 2 สัปดาห์ต่อไป

อ้างอิง จากคอลัมน์สรุปข่าว ช่วง 7 วัน  (Seven days : The News in  brief) วารสารเนเจอร์  ฉบับที่ 7322  ช่วงวันที่ 19 – 25  พฤศจิกายน  2553

Share
โรคผิวหนัง
Oct 25th, 2010 by supaporn 116 views

โรคผิวหนัง เป็นโรคที่พบได้บ่อยตอนเกิดน้ำท่วม หรือหลังน้ำท่วม ที่พบบ่อย คือ บริเวณมือและเท้า  ทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ประกาศข้อปฏิบัติในการดูแลผิวหนัง ดังนี้

  • ต้องพยายามทำให้มือและเท้าแห้งหลังจากแช่น้ำ  โดยทำความสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งทั้งนิ้วมือและเท้า  โดยเฉพาะตามซอกนิ้วมือ  นิ้วเท้า  ตามซอกรักแร้  ซอกขา  ถ้าชื้นมาก   เช็ดแล้วเอาแป้งโรย อาจใช้แป้งเด็กหรือแป้งที่ใช้ทั่วไป
  • ถ้ากรณีแช่น้ำนาน ๆ  ผิวหนังเหี่ยว แสบ เนื่องจากน้ำทำให้เกิดผื่นระคายสัมผัส พวกนี้ใช้ครีมทั่ว ๆ ไป เช่นโลชั่นเด็ก  เบบี้ออย  น้ำมันมะกอก  ขี้ผึ้งวาสลิน  ทาวันละ 2 – 3 ครั้ง  ก็จะหายไป  ถ้าไม่หายให้ใช้ครีมแก้แพ้  ทาวันละ 2- 3 ครั้ง
  • หลังจากโดนน้ำนานหลายวัน ต่อมาเกิดมีขุยขาว คันที่ซอกนิ้วมือหรือนิ้วเท้า  แสดงว่ามีเชื้อราแทรกซ้อนเข้าไป  ก็ให้ใช้ยาทาประเภทขี้ผึ้ง  วิทฟิลท์ (Whitfield)  ทาซอกนิ้ววันละ 2 – 3 ครั้ง หรือยาฆ่าเชื้อราชนิดอื่น  ทาวันละ  2 ครั้ง   ถ้าไม่หายให้ไปพบแพทย์
  • ในรายที่มีอาการบวมแดง   เจ็บ  ตรงเนื้อรอบเล็บ  แสดงว่ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปที่โคนเล็บ   พวกนี้อาจใช้ยาพวกเบต้าดีน  ทาวันละ 2 ครั้ง     พร้อมทั้งรับประทานยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  แต่ถ้าขอบเล็บนูนแดง ไม่เจ็บแต่คันเล็กน้อย ก็แสดงว่าติดเชื้อรา  ให้ทายาฆ่าเชื้อรา วันละ 2 ครั้ง   แต่ต้องพยายามให้มือแห้งไม่โดนน้ำ เชื้อราจะหายไว
  • เมื่อแช่น้ำที่ท่วมหรือลงน้ำสกปรกแล้วมีอาการคันตามตัว ก็ให้อาบน้ำล้างสิ่งสกปรกออกก่อน การอาบน้ำก็สามารถช่วยลดอาการคัน   ถ้ายังคันก็ใช้ยาพวกคาลาไมน์ ทาตรงที่คัน วันละ 2 ครั้ง  พร้อมทั้งให้ยาแก้แพ้  เช่น  คลอเฟนนิลามีน  1 เม็ด ทุก 6 ชั่วโมงจนกว่าจะหายคัน  แต่ต้องระวังยาแก้แพ้    จะทำให้เกิดอาการง่วงซึมขึ้นได้  ถ้าง่วงไม่ควรขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้       ถ้าอาการคันไม่หายควรไปพบแพทย์
  • หากที่ตัวแช่น้ำนาน ๆ หลายวัน  เกิดความชื้น  แล้วคันที่ซอกขามีผื่นวงแดงที่ซอกขา แสดงว่าเกิดโรคเชื้อราที่ซอกขา  ที่ชาวบ้านมักเรียกว่า  สังคัง  ดังนั้นควรป้องกันการเกิดโรคที่ง่าย ๆ   คือ  ทุกครั้งที่ขึ้นจากน้ำควรล้างทำความสะอาดเช็ดซอกขาให้แห้ง  หรืออาจเอาแป้งโรยก็ได้  ก็จะป้องกันการเกิดเชื้อราได้   แต่ถ้าเกิดเป็นผื่นแดง เป็นวงที่ซอกขาแล้ว  ถ้าใช้ยาพวกวิทฟิลด์  หรือยาฆ่าเชื้อรา ทาวันละ 2 ครั้ง ถ้าไม่หายควรไปพบแพทย์
  • ในรายที่โดนไม้ขูด ข่วน เป็นแผลเล็กน้อยก็ให้ใช้น้ำยาเบต้าดีนทาวันละ 2 ครั้ง

บรรณานุกรม: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. คณะแพทยศาสตร์. [2547]. การดูแลผิวหนัง. [ประกาศโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แนะนำการดูแลสุขภาพระยะหลังสถานการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ]

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa