หนูสะอาด คือ ผ้าขนหนูที่ใช้ทำความสะอาดยับยั้งและฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา และ แบคทีเรียต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นผ้าขนหนูที่ชุบด้วยสารออกฤทธิ์ที่สังกัดจากธรรมชาติ ด้วยวิธีการทางนาโนเทคโนโลยี ให้อยู่ในรูปของนาโนอิมัลชั่น เพื่อเพิ่มพื้นที่สารสัมผัสกับเชื้อโรคให้ดียิ่งขึ้น พกพาสะดวก และใช้งานง่ายในทุกสถานที่ สามารถนำไปประยุกต์ให้เป็นแบบสเปรย์เพื่อใช้กับทหาร หรืออยู่ในสภาวะที่อยู่ในที่ที่หาน้ำยากได้อีกด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ และ หนูสะอาด
หลายคนคงรู้จักดีเอ็นเอเป็นอย่างดี มีดีเอ็นเอชนิดหนึ่งสร้างโดยแบคทีเรีย มีประโยชน์ใช้เป็นดีเอ็นเอพาหะในงานพันธุวิศวกรรมก็คือ พลาสมิด ดังนั้นการแยกพลาสมิดออกจากแบคทีเรียมีการพัฒนาให้ทำได้ง่าย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
หลังจากมีการกล่าวถึงเรื่องของสิ่งสกปรกที่มักใช้กันในชีวิตประจำของเราๆ จนเป็นกระแสให้คนในสังคมตื่นตัว และหันมาดูแลใส่ใจรักษาความสะอาดกับสิ่งของเครื่องใช้กันมากขึ้น วันนี้จึงอยากมาตอกย้ำถึง 10 อันดับที่อุดมไปด้วยสิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่ถูกใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันกัน นอกเหนือจากคีย์บอร์ดและโทรศัพท์มือถือ ดังนี้
Read the rest of this entry »
Can gut bacteria stop the spread of malaria ? เรื่องเด่นด้านวิทยาศาสตร์ 100 เรื่อง ในปี 2011 จาก Discover Magazine – Jan/Feb 2012 100 Top stories of 2011 : The year in Science 2011 นักจุลชีววิทยา แห่งมหาวิทยาลัย John Hopkins ชื่อ George Dimopoulos ได้ค้นพบว่า แบคทีเรียกลุ่ม Enterobacter ที่อาศัยอยู่ในยุง Zambian ทำให้มีความทนทานต่อเชื้อปาราสิต Plasmodium falciparum ที่เป็นต้นเหตุของการเกิดมาลาเรีย
ติดตามอ่านรายละเอียดได้ ใน แมกกาซีน Discover หรือ ที่เว็บไซต์ http://discovermagazine.com/ อ้างอิง – Paul Raeburn. (2012).China launches its first space laboratory. , Discover (January/February 2012), p.36.
ใครว่าเชื้อโรคมองไม่เห็น ลองนึกตามสถานการณ์นี้ดู อาหารสุดโปรดของคุณร่วงลงพื้นรีบหยิบขึ้นมา ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกินต่อไปประหนึ่งว่าเชื้อโรคมองไม่เห็น ในตะวันตกเรียกกฎนี้กันว่า กฎห้าวินาที (five-secone rule) หรือความเชื่อที่ว่า อาหารจะปนเปื้อนหลังตกพื้นนานห้าวินาทีขึ้นไป ซึ่งพอล ดอว์สัน อาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ว่าเป็น Read the rest of this entry »
แบคทีเรียแอคติโบมัยสีท หรือ Actinomycetes ดำรงชีวิตอยู่ในดิน ในปุ๋ยหมัก น้ำ โคลนตม และบริเวณรากพืช แบคทีเรียนี้เป็นผู้รีไซเคิลอินทรีย์วัตถุจากซากพืชซากสัตว์ ให้เป็นสารใหม่กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมและเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในหลายด้านโดยธรรมชาติ ปริมาณของแบคทีเรียแอคติโนมัยสีทที่พบในดินขึ้นอยู่กับชนิดและสภาพของดิน เช่น ในดินทั่วไป 1 กรัม ที่มีสภาพความ Read the rest of this entry »
แบคทีเรียผลิตกรดน้ำส้มสายชู จัดอยู่ในกลุ่มอัลฟา-โปรทีโอแบคทีเรีย แบคทีเรียประเภทนี้มีอยู่ด้วยกัน 55 ชนิด ใน 11 สกุล และในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีการศึกษาวิจัยแบคทีเรียผลิตกรดน้ำส้มสายชูจากแหล่งต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศแถบภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอินโนนีเซีย ทำให้มีรายงานการค้นพบแบคทีเรียผลิตกรดน้ำส้ม Read the rest of this entry »
นักจุลชีวิทยาได้ศึกษาพฤติกรรมและความฉลาดของแบคทีเรีย ระหว่างแบคทีเรีย Paenibacillus vortex (P. vortex) กับแบคทีเรีย สายพันธุ์อื่นๆ มากกว่า 500 สายพันธุ์ ทั้งนี้ นักจุลชีวิทยาได้ทำ การตรวจสอบสิ่งที่เรียกว่า “Social IQ Score” ซึ่งเป็นการตรวจสอบโดยการนับจำนวนจีโนม (Genome) หรือยีน (Gene) ที่มีส่วน เกี่ยวข้องกับการสื่อสารระหว่างกัน เช่น ยีนที่ทำหน้าที่ในควบคุม การส่งสัญญาณในการติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างแบคทีเรียด้วยกัน รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม และมีการสังเคราะห์สารเคมีที่ใช้ใน การแข่งขันกับสิ่งมีชีวิตหรือแบคทีเรียชนิดอื่นๆ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/937—72554
ในที่สุดวิทยาการทางการแพทย์ก็พบตัวการก่อโรคพาร์กินสัน หลังจากการทดลองในหนูทดลองอายุน้อยอายุมาก โดยให้หนูเหล่านี้รับเชื้อแบคทีเรียต่างกันสามชนิด โดยหนึ่งในนั้นคือ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helico bacter pylori หรือเรียกย่อๆ ว่า H. pylori) จากนั้นก็เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมและการหลั่งสารโดพามินในสมอง สุดท้าย เทรซี ชเรเวอพอร์ต Read the rest of this entry »
ไซยาโนแบคทีเรีย หรือ Cyanobacteria แต่เดิมรู้จักกันในชื่อว่า สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว หรือ Blue-green Algae ถือกำเนิดขึ้นเป็นสิ่งมีชีวิตแรกบนโลกในช่วงเวลานานกว่า 3,500 ล้านปีมาแล้ว และเป็นสิ่งมีชีวิตเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดสายวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ตามมา และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยาไปทั่วโลก ที่น่าสนใจ คือ แม้นว่าเวลาจะผ่านมานานหลายพันล้านปี แต่ในปัจจุบันไซยาโนแบคทีเรียก็ยังมีให้พบเห็นได้ในที่ต่าง ๆ รอบตัวเรา Read the rest of this entry »
นักวิชาการทางการแพทย์มหาวิทยาลัยบอสตันค้นพบกระบวนการใหม่ในแบคทีเรียขณะที่แบคทีเรียเผชิญกับยาปฏิชีวนะ
ปัจจุบันมียาปฏิชีวนะสำหรับเชิ้อแบคทีเรีย 3 ชนิดที่ใช้กันประจำ โดยแต่ละชนิดมีเป้าหมายไปขัดขวางการทำงานของแบคทีเรียต่างกัน แต่ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันพบว่าวิธีทั้ง 3 มีความเหมือนกันมากกว่าที่เคยเข้าใจ และความเหมือนกันอาจจะเป็นหนทางให้มนุษย์ต่อสู้กับอาการดื้อยาของแบคทีเรียได้ สิ่งนั้นได้แก่ การผลิตอนุมูลอิสระที่มากเกินพอ ตัวอนุมูลอิสระ ได้แก่ โมเลกุลต่างๆ ที่มีประจุลบอิสระ หรือมีอิเล็กตรอนที่ไม่มีคู่ ซึ่งเป็นเสมือนอาวุธที่ทำลายดีเอ็นเอ โปรตีนหรือไขมันในผนังเซลล์ กระบวนการดังกล่าวส่งผลให้เกิดสภาพที่แบคทีเรียมีอนุมูลอิสระมากเกินไป ส่งผลให้แบคทีเรียพิการหรือถูกทำลายในที่สุด และในอนาคตวิธีการรักษาแบบที่ทำอย่างไรให้สามารถเพิ่มอนุมูลอิสระต่างๆ ได้จะช่วยลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะลง และขณะเดียวกันจะช่วยให้แบคทีเรียที่ดื้อยาพ่ายต่อยามากขึ้น หรือมีการพัฒนาไปสู่ยาปฏิชีวนะแบบใหม่
ในที่สุดการค้นพบครั้งนี้อาจช่วยฟื้นฟูการพัฒนายาปฏิชีวนะข้างเดียวที่ไม่สามารถใช้ได้แล้วเนื่องจากระดับยาที่ใช้รักษาใกล้เคียงกับระดับยาที่เป็นพิษต่อร่างกาย หากกระบวนการค้นพบดังกล่าวช่วยลดระดับยาที่ใช้บำบัดจะทำให้ยาที่เป็นอันตรายในอดีตกลับมาเป็นยาที่ปลอดภัยสำหรับคนไข้ได้
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/391—-122550
นักวิทยาศาสตร์วิจัยเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพรุ่นใหม่ ที่สามารถผลิตก๊าซไฮโดรเจนโดยการทำงานของแบคทีเรียได้รวดเร็วกว่าเดิม 300 เท่า ผลงานดังกล่าวเป็นของ Bruce Logan แห่ง Pennsylvania State
นอกจากนี้ยังพบว่าแบคทีเรียสามารถใช้สารอาหารได้หลากหลายชนิด รวมทั้งน้ำตาลกลูโคสและเซลลูโลส โดยพลังงานที่ได้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปก๊าซไฮโดรเจนซึ่งมีปริมาณ 3 เท่าจากเดิม โดยผลงานวิจัยดังกล่าวมีความสำคัญ และนักวิจัยบางกลุ่มกำลังนำไปใช้กับแบคทีเรียที่ดัดแปลงยีนส์ เพื่อใช้ผลิตก๊าซไฮโดรเจนที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นกว่านี้ ทั้งนี้เพื่อมุ่งสู่อนาคตเศรษฐกิจไฮโดรเจนต่อไป
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ให้การรับรองพันธุ์ข้าวที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมซึ่งสามารถผลิตโปรตีนที่มนุษย์ใช้เป็นภูมิคุ้มกันต่อต้านโรคท้องร่วง (anti-diarrhea) พันธุ์ข้าวนี้พัฒนาและปลูกที่มลรัฐแคนซัส บริษัท Ventria Bioscience บริษัทฯ ได้พัฒนาพันธุ์ข้าวขึ้น 3 ชนิด โดยพันธุ์ข้าว 2 ชนิดแรกผลิต lactoferrin และ lysozyme มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ปกติพบในน้ำนมแม่และในน้ำลาย จากผลการวิจัยในเด็กที่ท้องร่วงรุนแรงได้รับประทานข้าวชนิดนี้จะหายเร็วกว่าการรักษาด้วยสารละลายน้ำเกลือโดยเฉลี่ย 1 วันครึ่ง ส่วนพันธุ์ข้าวชนิดที่สามสามารถผลิตโปรตีนอัลบูมิน (albulmin) เป็นโปรตีนในเม็ดเลือดที่ใช้รักษาทางการแพทย์ ซึ่งทางกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้สรุปว่าพันธุ์ข้าวดัดแปลงพันธุกรรมนี้มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/382—-32550
ยาปฏิชีวนะมุ่มวิจัยเอ็นไซม์ penicillin-binding proteins (PBSs) เป็นเป้าหมายหลักของโมเลกุลของยา PBS เป็นเอ็มไซม์ทำหน้าที่ในกาสร้างผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย มี 2 สกุล (domains) คือ transpeptidase (TP) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ เช่น ยาตระกูลเบต้าแลคแทม (B-lactam) ซึ่งพบการดื้อยามาก ล่าสุดนักวิจัยได้ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของเอ็นไซม์ ซึ่งสามารถสร้างโครงสร้าง PBS ทั้งแบบมีและไม่มีตัว inhibitor บรรจุอยู่ ผลวิจัยพัฒนายาปฏิชีวนะรุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงกว่ายาที่ใช้ในปัจจุบันเน้นที่ความสามารถจับเฉพาะกับส่วนประกอบของผนังเซซฃลล์ของแบคทีเรีย ยังไม่ปรากฎผลการดื้อยา
การฉายรังสีเพื่อความปลอดภัยของอาหารเป็นการฉายรังสีแกมม่าจากสารกัมมันตภาพรังสีโคบอลต์ 60 หรือการฉายลำแสงอิเลคตรอนจากเครื่อง linear accelerator ผลที่ได้จากการฉายรังสีในอาหารไม่ต่างกันแต่รังสีแกมม่าจะสามารถทะลุผ่านได้มากกว่าจึงเหมาะที่จะใช้ในฉายรังสีในปริมาณอาหารจำนวนมาก การฉายรังสีจะช่วยทำลาย DNA ของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวการสำคัญของโรคอาหารเป็นพิษ ได้แก่ Salmonella หรือ Escherichia coli (E.coli) และยับยั้งการแพร่พันธุ์ของแมลงที่อาจตกค้างในอาหาร
จากการวิจัยปริมาณรังสีในพืชผัก ปริมาณรังสีในช่วง 0.5-1 กิโลเกรย์ จะทำลายเชื้อโรคไม่ดีนัก จากการทดลองล้างผักผลไม้ด้วยสารละลายคลอรีนก่อนฉายรังสีต่ำกว่า 1 กิโลเกรย์พบว่าสามารถลดระดับ E. coli ได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงมีการใช้สารเคมีหรือการพัฒนาบรรจุหีบห่อเคลือบด้วยยาฆ่าเชื้อ (antimicrobial packaging) ร่วมกับการฉายรังสีเพื่อลดระดับการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ การล้างทำความสะอาดอย่างเดียวไม่เพียงพอที่กำจัดเชื้อโรคได้เพราะเชื้อโรคฝังตัวอยู่ในเซลล์ของผักผลไม้ไม่สามารถล้างออกได้ ต้องอาศัยการฉายรังสีเพื่อฆ่าเชื้อโรค