ปี พ.ศ.2549 องค์การอาหารและยา (FDA) ของประเทศสหรัฐฯได้ปฏิเสธคำร้องขอจากกลุ่มผู้สนับสนุนการบริโภคที่ต้องการให้ FDA บังคับให้มีการทดสอบความปลอดภัยและทำการติดฉลากผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางที่มีวัสดุนาโนเป็นองค์ประกอบก่อนทำการวางขายในท้องตลาด แต่ทาง FDA กลับเลือกใช้แนวทางตามความสมัครใจของทางภาคอุตสาหกรรม FDA ได้ออกร่างแนวทางการปฏิบัติ แนวทางที่กำหนดได้ขอรับคำปรึกษาจาก FDA ก่อนที่จะนำผลิตภัณฑ์ที่มีวัสดุนาโนเป็นส่วนประกอบไปวางขายในท้องตลาด แต่ทางผู้ผลิตไม่ต้องการที่จะทำเช่นนั้น ดังนั้น FDA จึงได้แนะนำว่าการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยอาจต้องมีการดัดแปลงเพื่อกำหนดปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการทดสอบปัจจัยต่างๆ ควรทำอย่างไร เช่น ขนาดอนุภาค พื้นที่ผิว การรวมตัวกันและรูปร่างที่มีผลต่อการดูดซับ การแพร่กระจาย การเผาผลาญและการขับถ่าย สำหรับเครื่องสำอาง ไม่ใช่เพียงแค่การพิจารณาถึงความปลอดภัยจากการสัมผัสทางผิวหนังเท่านั้น แต่สำหรับกลุ่มผู้บริโภคกลับรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของ FDA ที่บังคับให้ภาคอุตสาหกรรมปฏิบัติตามแนวทางที่ได้วางไว้ทั้งๆ ที่ FDA ก็ออกมายอมรับว่าวัสดุนาโนมีผลกระทบเฉพาะตัว การที่ไม่บังคับให้บริษัทต่างๆ มีการใช้วัสดุนาโนในผลิตภัณฑ์กำลังจะนำประเทศสหรัฐฯไปสู่ความขัดแย้งกับประเทศคู่ค้า เนื่องจากทาง EU ที่ได้บังคับให้มีการติดฉลากเกี่ยวกับวัสดุนาโน เครื่องสำอาง และอาหารเป็นต้น
นาโนไทเทเนียมไดออกไซด์ นิยมใช้ในครีมกันแดด เครื่องสำอาง ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซ้นทรัลฟลอริดา สร้างระบบเพาะเลี้ยงเซลล์เลียบแบบระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ และนำไปเปรียบเทียบการสร้างภูมิคุ้มกันของนาโนไทเทเนียหรือไททาเนียมไดออกไซด์ จำนวน 3 ชนิด ได้แก่
ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์เมื่อมีความเข้มข้นสูง ทั้งยังส่งผลให้ระดับอนุมูลอิสระ (Reactive oxygen species) กระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/283—-92552