สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ได้จัดการประชุมระหว่างคณะกรรมการบริหารสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professional in America and Canada: ATPAC) กับสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ เมื่อวันที่ 24-25 กันยายน 2554 ณ โรงแรม Residence Inn Arlington Capital View เมือง Arlington มลรัฐ Virginia ประเทศสหรัฐฯ โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันวางแผนกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่ประเทศไทย ในระยะ 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2555-2558) ผลจากการประชุมสรุปได้ดังนี้
หน่วยวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ได้วิจัย พัฒนาและวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีวัสดุการแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ และต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ ให้เหมาะสมกับคนไทย เพื่อประโยชน์ในการทดแทนการนำเข้าวัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ผลงานดังกล่าวนำเสนอในงาน Medical Fair Thailand 2011 งานดังกล่าวเป็นงานแสดงซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีทางการแพทย์และนวัตกรรมยานานาชาติที่ใหญ่ ที่สุดในภูมิภาคเอเซีย ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2554 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Read the rest of this entry »
ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ มีความสามารถในการตอบสนองต่อแรงกดเพียงเล็กน้อยเช่นเดียวกับผิวหนังของมนุษย์ที่ตอบสนองแมลงวันที่บินมาเกาะผิวหนัง นักวิจัยคาดว่าผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นอุปกรณ์นำร่อง เพื่อช่วยเหลือแพทย์ในการผ่าตัดที่มีการเปิดแผลขนาดเล็กมาก ๆ
งานวิจัยดังกล่าวยังต้องการ การพัฒนาในการขยายผลจากระดับห้องปฏิบัติการสู่ระดับอุตสาหกรรม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้งานในด้านต่าง ๆ เช่น เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ คอมพิวเตอร์ระบบหน้าจอสัมผัส เป็นต้น
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/676—-42554
จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์และยาซึ่งเป็นผลผลิตจากเทคโนโลยีนาโนในสหรัฐฯ ทำให้องค์การอาหารและยาสหรัฐ (Food and Drug Administration : FDA) หันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
โดยจัดตั้งคณะทำงานศึกษาเพื่อให้ข้อเสนอแนะ จากรายงาน Nanotechnlogy Task Force Report เสนอให้ FDA จัดทำแนวทางและการมีบทบาทมากขึ้นในการชี้ประโยชน์และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีนาโน เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้รายงานได้สรุปประเด็นด้านกฎหมายและด้านวิทยาศาสตร์
ประเด็นด้านกฎหมาย FDA มีหน้าที่ควบคุมดูแลผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุนาโน ดังนั้น FDA มีความสามารถในการชี้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุนาโนได้หรือไม่ หรือขอบเขตในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึง FDA ควรกำหนดให้มีการติดฉลากหรือการขออนุญาตเพื่อติดฉลากผลิตภัณฑ์ ขณะที่ด้านวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของเทคโนโลยีนาโนเพื่อให้มั่นใจว่าการควบคุมดูแลมีประสิทธิภาพจริง
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/367—-82550
Mercury News เป็นแหล่งข่าวทางฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐฯ ได้รายงานว่า US Foods and Drug-FDA กำลังวางแผนในการเผ้าติดตามการซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลจากการทดสอบทางพันธุกรรมกับผู้บริโภค ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ได้แก่ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังต้องการการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ ในหนังสือที่ FDA ส่งไปถึงบริษัทได้ระบุว่า ข้อมูลที่บริษัทยื่นเสนอไปได้แสดงผลการทดสอบทางคลินิกและการวิเคราะห์ที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นข้อมูลที่บริษัทสามารถนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขายเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่อาจจะเกิดขึ้นและสามารถควบคุมดูแลตนเองได้มากขึ้น แต่หนังสือของ FDA ไม่มีข้อความใดระบุว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ของบริษัท จะเป็นอันตรายต่อประชาชน จดหมายดังกล่าวยังระบุว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวควรที่จะมีการทดสอบทางคลินิกและการวิเคราะห์ที่แน่นอนเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนในข้อมูลของผลการทดสอบ ทั้งนี้ยังมีบริษัทบางแห่งออกมายอมรับว่าได้มีความผิดพลาดทางห้องปฏิบัติการอย่างน่าละอาย โดยมีลูกค้าจำนวน 96 รายได้รับและเห็นข้อมูลพันธุกรรมที่ไม่ใช่ของตนเอง จึงควรมีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดอย่างนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/244—-72553