»
S
I
D
E
B
A
R
«
วัยรุ่นกิน “อาหารเสริม” เสี่ยงไอคิวต่ำ
Aug 8th, 2012 by wanutwira 121 views

นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและที่ปรึกษาสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า  ขณะนี้กระแสของวัยรุ่นทั้งชายและหญิงในปัจจุบัน ใช้ชีวิตอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อยากมีรูปร่างผอมเพรียวเหมือนนางแบบตามกระแสแฟชั่น หรืออยากมีผิวขาวสวย ตาหวาน มักจะนิยมบริโภคอาหารเสริมต่างๆ  ทั้งชนิดเม็ด แคปซูล หรือชงดื่ม เช่น ผงบุก วิตามินต่างๆ ซึ่งราคาถูก หาซื้อได้ง่ายทางอินเทอร์เน็ต และตามห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่นิยมบริโภคแทนการบริโภคอาหารหลัก  เพราะอาหารประเภทนี้จะทำให้อิ่ม ไม่หิวง่าย ทำให้น้ำหนักลด  บางรายการอาจโฆษณาเสริมวิตามินหรือสารอาหารอื่นๆ เข้าไปด้วย   ทำให้เข้าใจ หลงเชื่อว่ามีสารอาหารครบถ้วน และยังมีสรรพคุณป้องกันโรคมะเร็ง หรือสร้างภูมิต้านทานโรคด้วย  ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้   

Read the rest of this entry »

Share
การขาดโฟเลตในผู้หญิง
Jul 11th, 2012 by wanutwira 131 views

ค่านิยมการบริโภคอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป ทำให้ได้รับวิตามินไม่เพียงพอและทำให้เด็กที่เกิดมาผิดปกติได้ จากการสำรวจโดยนักวิจัยของรัฐบาลพบว่า หญิงในสหรัฐอเมริกาได้รับสารโฟเลต (folate) ไม่เพียงพอจากอาหาร จากข้อมูลที่ศึกษาพบว่า สองในสามของผู้หญิงรับประทานวิตามินในปริมาณที่ไม่เพียงพอตามคำแนะนำในแต่ละวัน ที่จะช่วยป้องกันความผิดปกติของเด็กที่จะเกิดมาได้ มีรายงานอีกว่าระดับของโฟเลตในอาหารก็ลดลงตั้งแต่ปี 1999

Read the rest of this entry »

Share
แคลเซียมมีประโยชน์หรือโทษกันแน่
Jun 9th, 2012 by wanutwira 1,278 views

แคลเซียม เป็นสิ่งที่ทุกคนมักได้ยินเป็นประจำว่ามีประโยชน์โดยเฉพาะกับผู้หญิง เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งมวลกระดูกของผู้หญิงจะลดลงร้อยละ 20 ภายใน 10 ปี แคลเซียมช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยควบคุมความดันโลหิตลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ และช่วยลดน้ำหนักง่ายขึ้น

การบริโภคแคลเซียมมากๆ ใช่ว่าจะได้รับประโยชน์จากสารเหล่านั้นเพียงอย่างเดียว กล่าวคือในทางกลับกันนั้น การบริโภคแคลเซียมมากๆ ก็ทำให้เกิดโทษได้เช่นกัน

Read the rest of this entry »

Share
ผงกระหรี่ช่วยกำจัดมะเร็งได้จริงหรือ?
Oct 20th, 2011 by wilailuck 80 views

“ผงกระหรี่” มีส่วนประกอบหลักมาจากผงขมิ้น ซึ่งในขมิ้นนั้นจะมีสารประกอบที่เรียกว่า Curcumin ประกอบอยู่ด้วย จากผลการวิจัยพบว่าสามารถยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณของเซลล์ที่ก่อให้เกิด เซลล์มะเร็งในคอและศีรษะได้  และยังสามารถลดปริมาณของ Pro-inflammatory cytokines ในน้ำลายได้อีกด้วย

ในปี 2005 นักวิจัยพบว่า Curcumin มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในคอและศีรษะจากการทดลองในจานเพาะเซลล์และหนูทดลอง ซึ่งการทดลองในสัตว์ นักวิจัยได้นำ Curcumin ที่อยู่ในรูปลักษณะคล้ายแป้งเปียกป้ายที่เซลล์มะเร็งโดยตรง ต่อมาในปี 2010 นักวิจัยได้เก็บและบันทึกผลการทดลองในจานเพาะเซลล์และหนูทดลองเสร็จสมบูรณ์

Read the rest of this entry »

Share
วิตามินดีและแคลเซียมจำเป็นต่อร่างกายหรือไม่
Feb 5th, 2011 by wilailuck 31 views

ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ดังนั้นการรับประทานวิตามินจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ วิตามินดีและแคลเซียมเป็นอาหารเสริมที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้รับประทานเป็นอาหารเสริม แต่กลุ่มผู้วิจัยพบว่าการรับประทานวิตามินดี และแคลเซียมเพื่อเป็นอาหารเสริมนั้นไม่มีความจำเป็น เนื่องจากระบบร่างกายของมนุษย์สามารถสร้างวิตามินและแคลเซียมได้จากการรับประทานอาหารและจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ เป็นต้น

จากข้อมูลทางสถิติ พบว่า ยอดขายของอาหารเสริมประเภทวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินดี เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 82 จากปี 2551-2552 ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 430 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากผู้บริโภคเชื่อว่าวิตามินดีเป็นยาสารพัดโรค แต่ในความเป็นจริงมีผลงานวิจัยรับรองประโยชน์ของวิตามินดีและแคลเซียมในการช่วยบำรุงกระดูกเท่านั้น

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/421—-12554

Share
เทคโนโลยีนาโนและวิตามินที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
Oct 21st, 2010 by wilailuck 58 views

ปัจจุบันกฎข้อบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพกำลังเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ  เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดถูกผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีนาโนซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อนทางเคมีมากยิ่งขึ้น ปัญหาหลัก ๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไขมี 3 ประการ
ประการแรก ได้แก่ การที่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ไม่สามารถระบุได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดใดมีวัสดุนาโนเป็นองค์ประกอบบ้าง ถ้าผู้ผลิตไม่แจ้งให้ทราบ
ประการที่สอง ถึงแม้ว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ จะตระหนักถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีวัสดุนาโนเป็นส่วนประกอบ แต่กฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอ
ประการสุดท้าย องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ยังขาดแหล่งข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะควบคุมด้านวัสดุนาโนในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอย่างมีประสิทธิภาพได้
ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรกำหนดให้ชัดเจนว่าผลิตภัฑณ์ชนิดใดบ้างที่จำเป็นต้องตรวจสอบด้านความปลอดภัยและควรใช้การตรวจสอบรูปแบบใด นอกจากนี้รัฐสภาสหรัฐฯ ควรจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอให้แก่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เพื่อใช้ในการกำหนดกฎเกณฑ์และข้อบังคับต่าง ๆ ตลอดจนควรมีมติเป็นตัวบทกฎหมายให้องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ มีอำนาจในการเก็บรวบรวมข้อมูลของผลิตภัณฑ์

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/259—-12552

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa