กฎหมายใหม่กำหนดให้ผู้ผลิตและเจ้าของฟาร์มมีการป้องกันการปนเปื้อนของอาหารและมีการทดสอบอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อยกเว้นให้กับเจ้าของฟาร์มและผู้ผลิตอาหารขนาดเล็ก ข้อยกเว้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตอาหารท้องถิ่นซึ่งไม่มีความสามารถในการทดสอบและจัดเก็บข้อมูล แต่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการยกเว้น เนื่องจากจะไปจำกัดหน้าที่ขององค์การอาหารและยา (US FDA) ในการทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นว่ากำลังซื้ออาหารจากร้านขายของชำ ภัตตาคาร ที่มีมาตรฐานความปลอดภัย กฎหมายใหม่ยังให้อำนาจแก่ US FDA ในการทบทวนตรวจสอบและยกเลิกสิทธิการจำหน่ายอาหาร และให้ US FDA สามารถตรวจสอบที่ฟาร์มอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเครื่องมือในการผลิตอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่กฎหมายใหม่กำหนดให้ผู้นำเข้าอาหารต้องมีการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์อาหารที่นำเข้าเป็นไปตามมาตรฐานของ US FDA
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/457—–22554
องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ตีพิมพ์ผลการศึกษาจำนวน 678 หน้าเรื่องความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ที่ได้จากวิธีโคลนนิ่ง (Cloning) หรือวิธีลอกเลียนแบบทางพันธุกรรม สรุปผลได้ว่าเนื้อและนมจากสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมดังกล่าวไม่ได้มีความเสี่ยงแตกต่างไปจากเนื้อสัตว์ธรรมดาทั่ว ๆ ไป
นับว่าเป็นโอกาสดีที่บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพจะผลิตเนื้อสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมสู่ท้องตลาดเพื่อแข่งกับเนื้อสัตว์ธรรมดา ในปัจจุบันบริษัท ViaGen ได้ครอบครองวัวและสุกรที่เกิดจากวิธีโคลนนิ่งประมาณ 250 ตัวโดยใช้เป็นเพียงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เพราะไม่สามารถขายผลิตผลเนื้อและนมได้ องค์กรอาหารและยาสหรัฐฯ ได้ทำการวิจัยวิเคราะห์ความเสี่ยงของผลผลิตเนื้อสัตว์ ผลิตผลเนื้อและนมจากสัตว์จากวิธีโคลนนิ่งมีความเสี่ยงไม่แตกต่างจากผลิตผลที่ได้จากสัตว์ที่ผสมพันธุ์แบบธรรมชาติ โดยได้ลงผลงานและข้อมูลการวิจัยไว้ในเว็บไซต์ขององค์กรฯ เพื่อให้ประชาชนได้อ่านและเข้าใจข้อมูลสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมอย่างถูกต้อง
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/388—-12550
จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์และยาซึ่งเป็นผลผลิตจากเทคโนโลยีนาโนในสหรัฐฯ ทำให้องค์การอาหารและยาสหรัฐ (Food and Drug Administration : FDA) หันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
โดยจัดตั้งคณะทำงานศึกษาเพื่อให้ข้อเสนอแนะ จากรายงาน Nanotechnlogy Task Force Report เสนอให้ FDA จัดทำแนวทางและการมีบทบาทมากขึ้นในการชี้ประโยชน์และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีนาโน เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้รายงานได้สรุปประเด็นด้านกฎหมายและด้านวิทยาศาสตร์
ประเด็นด้านกฎหมาย FDA มีหน้าที่ควบคุมดูแลผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุนาโน ดังนั้น FDA มีความสามารถในการชี้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุนาโนได้หรือไม่ หรือขอบเขตในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึง FDA ควรกำหนดให้มีการติดฉลากหรือการขออนุญาตเพื่อติดฉลากผลิตภัณฑ์ ขณะที่ด้านวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของเทคโนโลยีนาโนเพื่อให้มั่นใจว่าการควบคุมดูแลมีประสิทธิภาพจริง
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/367—-82550
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ได้พิมพ์เอกสารทางวิชาการ 3 ฉบับเกี่ยวกับสัตว์โคลนนิ่งในส่วนนโยบายและแนวทางการควบคุมตามกฎหมายได้แก่
เอกสารดังกล่าวมีการเผยแพร่ครั้งแรกในเดือนธันวาคม พ.ศ.2545 และหลังจากนั้นมีการปรับปรุงด้านการประเมินความเสี่ยงโดยเพิ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ล่าสุดเข้าไปจนได้ข้อสรุปสุดท้ายในปีนี้ ในปี พ.ศ.2544 กลุ่มผู้ผลิตอาหารในสหรัฐฯ ตกลงกันที่จะละเว้นการนำเนื้อหรือนมจากสัตว์โคลนนิ่งหรือลูกหลานของมันมาใช้ในการเป็นอาหารมนุษย์จนกว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ จะทำการประเมินผลด้านความปลอดภัยอาหารแล้วเสร็จ รายงานดังกล่าวยังยอมรับว่าประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นนอกเหนือ จากเรื่องสุขภาพมนุษย์ผู้บริโภคสัตว์โคลนนิ่งยังมีประเด็นด้านศีลธรรม ศาสนา และจริยธรรม แต่ไม่ได้มีการพิจารณาเพราะองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจดูแลตามกฎหมาย
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/343—-12551