กว่า 60 ปี ที่หนังสือเรียนวิชาชีววิทยากล่าวว่า ผู้หญิงจะเกิดมาพร้อมกับไข่จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะไม่มีการสร้างเพิ่มเติมในภายหลัง แต่ล่าสุด Jonathan Tilly และคณะ ค้นพบว่าเซลล์ต้นกำเนิด (stem cells) สามารถสร้างไข่ของมนุษย์ขึ้นมาใหม่ได้ โดยไข่นี้ได้จากรังไข่ของผู้หญิงที่มีอายุในช่วง 22-23 ปี นอกจากนี้ ในการเจริญของไข่ที่ได้จากการแยกเซลล์ต้นกำเนิด oogonial (oogonial stem cells: OSCs) ในห้องปฏิบัติการนั้น ยังช่วยให้สามารถศึกษาถึงสภาวะฮอร์โมน หรือยาที่อาจช่วยทำให้เซลล์เหล่านี้สามารถผลิตไข่ในร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ของผู้หญิงให้ช้าลง และอาจยืดอายุการทำหน้าที่ของรังไขเพิ่มึ้นอีก 5 ปี ซึ่งอาจครอบคลุมถึงผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ได้รับผลจากการปฏิสนธิในหลอดทดลอง (in vitro fertilization: IVF)
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8242-science-and-technology-news
1 การค้นพบสเต็มเซลล์ แม้วิทยาศาสตร์กับสเต็มเซลล์ไม่ใช่สิ่งแปลกหน้าระหว่างกัน แต่ชินยะ ยามานากะ นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโต และเจมส์ ธอมป์สัน นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซินประสบความสำเร็จในการเพาะสเต็มเซลล์จากเซลล์ผิวหนังธรรมดาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 ได้สร้างความดีใจกับทุกภาคฝ่ายโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ต่อต้านกับวิธีการเพาะสเต็มเซลล์แบบเก่า ที่ใช้ไข่และตัวอ่อนเป็นวัตถุดิบ Read the rest of this entry »
สเต็มเซลล์ (Stem Cell) คือ เซลล์ที่ไม่จำเพาะ (unspecialized cell) ซึ่งมีความสามารถในการแบ่งเซลล์ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด และสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่จำเพาะได้ ความสามารถของ stemcell ในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ สามารถจำแนกออกได้เป็น 3 ชนิดคือ Read the rest of this entry »
Stem cell Revival. เป็นชื่อเรื่องหน้าปกล่าสุดจากวารสารเนเจอร์ ฉบับวันที่ 9 มิถุนายน 2554 ในวารสารเนเจอร์ ฉบับนี้ นำเสนอบทความที่เป็นหัวข้อร้อนแรงที่สุดคือ เรื่องงานวิจัยสเต็มเซลล์ โดยในคอลัมน์ข่าวและคอลัมน์ความคิดเห็น มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องการค้นพบ การชักนำ เหนี่ยวนำ สเต็มเซลล์ประเภท pluripotent stem cell (iPS) ที่อาจสามารถทำหน้าที่เป็นตอบสนองในเรื่องภูมิคุ้มกันได้ (immunogenic) นอกจากนี้ยังมีบทความอื่น ที่ค้นพบตำเหน่งที่มีโอกาสสนองตอบภูมิคุ้มกันที่ไขกระดูก ที่เป็นเส้นทางใหม่สำหรับสเต็มเซลล์รุ่นใหม่ประเภท haematopoietic stem cells และการทำหน้าที่แทน iPS เพื่อกระตุ้นปัจจัยการถอดรหัสสำหรับสาเหตุการเกิดมะเร็ง C-Myc
รูปภาพ เป็นรูปภาพสเต็มเซลล์ 2 เซลล์
อ้างอิง : Stem cell Revival . 2011. Nature. 474, 7350 (9 June 2011) The cover.
http://www.nature.com/nature/current_issue.html
Making eyes. ชื่อเรื่องหน้าปกล่าสุดจากวารสารเนเจอร์ ฉบับวันที่ 7 เมษายน 2554
ขนวบการสร้างและพัฒนาอวัยวะของสิ่งมีชีวต ขึ้นอยู่กับ พึ่งพาจากการปฏิสัมพันธ์ของเซลล์หลายชุดในการสร้างกลุ่มเซลล์ขึ้นมา ตามที่มีความต้องการในการพัฒนารูปร่างของเนื้อเยื่อ นักวิทยาศาสตร์ชื่อ Yoshiki Sasai และเพื่อนร่วมงานได้ศึกษาวิจัยในเรื่องการพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงเซลล์แบบ 3 มิติ (Three-dimensional cell- culture system) ได้สำเร็จจากสเต็มเซลล์ชนิดตัวอ่อนของหนูแบบลอยตัว ผลการทดลองในเรื่องนี้อาจมีความสำคัญมีความเกี่ยวข้อง ในการรักษาซ่อมแซมเยื่อชั้นในของลูกตา (retina) ด้วยวิธีการรักษาจากสเต็มเซลล์ ภาพในหน้าปกคือ optic cup ที่สร้างขึ้นจากโฟตอนหลายๆตัวรวมกัน
รูปภาพหน้าปก รูปภาพเนื้อเยื่อ
อ้างอิง : Making eyes. 2011. Nature. 472, 7341 (7 April 2011) The cover.
สาเหตุหนึ่งของการเกิดศีรษะล้านในเพศชาย
สเต็มเซลล์ (Stem Cell) เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่ยังไม่ได้พัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดใดๆ ซึ่งในสภาวะที่เหมาะสม Stem Cell สามารถแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจานวนและเปลี่ยนเป็นเซลล์ชนิดอื่นๆ ที่มีหน้าที่เฉพาะทางจนสามารถพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ หรือแม้แต่กระดูก นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาซ่อมแซมระบบ ภูมิคุ้มกัน รวมทั้งทดแทนเซลล์ที่ถูกทำลายจากการบาดเจ็บหรือ โรคร้ายแรงต่างๆ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิด ศีรษะล้านในเพศชายเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของ Stem Cell ซึ่งในสภาวะปรกติ Stem Cell ที่บริเวณหนังศีรษะจะถูกพัฒนา ไปเป็นเซลล์รากผม (Hair Follicles) โดยจะพัฒนาและเจริญเป็น เส้นผมต่อไป ดังนั้นหาก Stem Cell ทางานผิดปรกติก็จะส่งผล โดยตรงต่อการพัฒนาเป็นต้นกาเนิดเซลล์รากผม (Hair Follicle Progenitor Cells) รวมถึงการสร้างเส้นผมในที่สุด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/463—-32554
ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการเพาะสเต็มเซลล์ชนิดใหม่จากเซลล์ในน้ำคร่ำ (amniotic fluid) ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนการวิจัยสเต็มเซลล์ที่ไม่ผิดต่อหลักจริยธรรมเพราะไม่ได้ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตใดๆ ถึงอย่างไรก็ตามนักวิจัยยอมรับว่าสเต็มเซลล์จากน้ำคร่ำไม่สามารถทดแทนสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่สเต็มเซลล์น้ำคร่ำสามารถพัฒนาเป็นอวัยวะต่างๆ ได้หลากหลายกว่าสเต็มเซลล์จากตัวเต็มวัย (adult stem cells) และในช่วง 7 ปีที่ผ่านมานักวิจัยจากโรงพยาบาลเด็กและสถาบันการแพทย์ฮาร์เวิร์ด เมืองบอสตันได้ทำการศึกษาสเต็มเซลล์น้ำคร่ำ พบว่าสามารถพัฒนาไปเป็นกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นประสาท ตับ เส้นเลือด และอยู่ในขั้นตอนการวิจัยการพัฒนาเป็นเม็ดเลือดและเซลล์ตับอ่อน นาย Anthony Atala หัวหน้านักวิจัยของมหาวิทยาลัย Wake Forest เมืองวินสตัน ฮาเล็ม ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตรการค้นพบสเต็มเซลล์น้ำคร่ำอ้างว่าสามารถใช้รักษาภาวะทารกพิการแต่กำเนิด
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/385—-22550
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดค้นพบการสร้างอินดิวส์พลูริโพเทนท์เสต็มเซลล์หรือไอพีเอสเซลล์ (Induced Pluripotent Stem Cells (iPSCs) ของมนุษย์โดยไม่ต้องมีการใช้ชั้นให้อาหาร (Feeder Cells) ที่รับมาจากเซลล์ของหนู เนื่องจากอาจปนเปื้อนหรือเสี่ยงติดไวรัสหรือโมเลกุลได้
ปัจจุบันนักวิจัยสามารถสร้างไอพีเอสเซลล์ได้จากกลุ่มเซลล์ไขมัน (Adipose Cells) ร่วมกับอาหารเลี้ยงเซลล์ชื่อ mTeSR1 ซึ่ง mTeSR1 มีคุณสมบัติช่อยให้เซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนและไอพีเอสเซซล์สามารถขยายเพิ่มจำนวนโดยไม่ต้องใช้ชั้นให้อาหาร การค้นพบนี้เป็นความก้าวหน้าที่จะช่วยให้การบำบัดโรคให้กับมนุษย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/283—-92552
อีกหนึ่งความหวังของคนตาบอดที่เกิดจากการโดนสารเคมีด้วยสเต็มเซลล์ (Stem cell)
จากรายงานผลการวิจัยโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี ถึงผลการวินิจฉัยเกี่ยวกับการรักษาดวงตาผู้ป่วยที่เกิดจากกระจกตาโดนสารเคมีด้วยสเต็มเซลล์ (Stem cell) ของผู้ป่วยเอง โดยผลการทดลองที่ได้คือ สามารถรักษาได้เสร็จสมบูรณ์กับดวงตา 82 คู่ และรักษาได้บางส่วน 14 คู่ ซึ่งเป็นดวงตาของผู้ป่วยที่ถูกทำลายมานานกว่า 60 ปีที่แล้ว โดยผลปรากฏว่าดวงตาของผู้ป่วยเหล่านี้สามารถกลับมามองเห็นได้ใกล้เคียงคนปกติทั่วไป และเนื่องจากเป็นการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ของผู้ป่วยเอง ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องรับวัคซีนป้องกันการต่อต้านเนื้อเยื่อที่ปลูกถ่ายใหม่
อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยสเต็มเซลล์นั้น ยังคงไม่สามารถใช้ได้กับดวงตาที่มีความเสียหายจากเส้นประสาทดวงตา หรือ จุดรับภาพเสื่อม (Mascular degeneration) ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบจอตา ไปจนถึงผู้ป่วยที่ดวงตาบอดสนิททั้งสองข้าง เนื่องจากการรักษาด้วยสเต็มเซลล์นั้น แพทย์จำเป็นต้องการเนื้อเยื่อที่มีสุขภาพดีบางส่วนที่จะสามารถนำมาปลูกถ่ายใหม่เพื่อใช้กับส่วนที่เสียหายไป
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/229—-22553
นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาการใช้เลือดเป็นแหล่งสเต็มเซลล์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ง่ายต่อการสกัด ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว กว่าเซลล์ชนิดอื่นๆ โดยนักวิทยาศาสตร์จะสกัดเซลล์ภูมิคุ้มกันของมนุษย์จากเลือด และพัฒนาให้เป็นเซลล์ที่จะพัฒนาให้เป็นเนื่อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย หรือ pluripotent stem cell ต่อไป แม้ว่า pluripotent stem cell จะมีความสามารถในการพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อร่างกายได้น้อยกว่าเซลล์ต้นกำเนิด แต่ก็ช่วยลดกระแสการต่อต้านด้านศีลธรรมได้เป็นอย่างดี นักวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาสเต็มเซลล์จากเลือดให้เป็น T-cells (เซลล์เม็ดเลือดที่ช่วยต้านทานการติดเชื้อในร่างกายมนุษย์) อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า จะพัฒนาสเต็มเซลล์ชนิดนี้ไปเป็นเนื้อเยื่อได้ แต่นับได้ว่าเป็นก้าวที่สำคัญของเทคโนโลยีสเต็มเซลล์
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/220—-92553-
ความคิดเห็นต่อประเด็นการพัฒนาเซลล์ต้นแบบอวัยวะที่กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างแพร่หลายนี้แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายนักวิทยาศาสตร์ และภาคธุรกิจที่สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ที่เชื่อว่า หากการค้นคว้าวิจัยประสบความสำเร็จ มนุษย์จะสามารถใช้การทดลองเพาะเลี้ยง-ปลูกถ่ายอวัยวะมนุษย์นี้มาแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยและทุพพลภาพของอวัยวะต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ได้ เช่น การพัฒนาเซลล์เนื้อเยื่อทดแทนได้อย่างไม่มีที่จำกัด อย่างเซลล์ตับอ่อนที่ช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง หัวใจล้มเหลว และพาร์คินสัน “เซลล์มหัศจรรย์” นี้อาจนำไปสู่การรักษาโรค การสร้างอวัยวะเทียม หรือแม้แต่การทำให้อายุยืนยาวขึ้น รวมทั้งยังอาจเปลี่ยนวิธีการรักษาในวงการแพทย์อย่างสิ้นเชิงอีกด้วย Read the rest of this entry »
สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือเซลล์ต้นกำเนิด มีคุณสมบัติเด่นที่เป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ และสเต็มเซลล์เป็นเซลล์ที่มีความสามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า Read the rest of this entry »