ผ่านมา 1 ปีกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 9.0 แมกนิจูด จนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่ชายฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะส่งผลโดยตรงกับพื้นที่และผู้คนในแถบนั้นแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลต่อโลกของเราอีกด้วย ผลกระทบดังกล่าวไม่เพียงแค่แผ่ระนาบไปตามพื้นผิวโลก ยังดำดิ่งลึกลงไปถึงใต้พื้นทะเล และพุ่งแหวกชั้นบรรยากาศสูงขึ้นไปอีก ซึ่ง OurAmazingPlanet ได้รวบรวมข้อมูลไว้ว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญีปุ่น ส่งผลอะไรเกิดขึ้นต่อโลกเราบ้าง
Read the rest of this entry »
คลื่นยักษ์สึนามิ ที่ล่าสุดเพิ่งกวาด และกลืนเอารถยนต์ บ้านเรือน สนามบิน และชีวิตคนที่ประเทศญี่ปุ่นไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่ถึง 10 นาที แต่หากย้อนอดีตไปนานหลายสิบปี ก็จะพบว่าโลกของเราได้ประสบกับ “คลื่นยักษ์สึนามิ” บ่อยเหมือนกันแถมแต่ละครั้งไม่ธรรมดาเอาซะเลย
อันดับ 1 อภิมหาสึนามิครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อปี 1958 เกิด “มหาสึนามิ” ขึ้นที่อ่าวลิทจูยา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา ความสูงของคลื่นสูงถึง 524 เมตร สูงกว่าตึกเอมไพร์สเตท (448 เมตร) เสียด้วยซ้ำ (โอ้มายก๊อต) นั่นคือสึนามิที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมาในประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่ที่อำมหิตที่สุดเนื่องเพราะมันเกิดขึ้นในพื้นที่ที่แทบไร้ผู้คน และสลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อถึงทะเลเปิด มีชาวประมงเสียชีวิตเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นเอง
เชื่อหรือไม่ว่า เหตุแผ่นดินไหวเล็กๆ ในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวได้ง่ายนั้นอาจจะเป็นสาเหตุของสึนามิที่มีขนาดใหญ่จนน่าประหลาดใจได้ การค้นพบเหล่านี้อาจจะให้ความกระจ่างในเรื่องของสึนามิที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินขนาดแมกนิจูด 9.0 ที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นเมื่อปีที่ผ่านมาได้เช่นกัน
นักวิจัยได้ค้นพบด้วยว่าแรงสั่นไหวแบบคลื่นความถี่ต่ำที่อยู่ในความรุนแรงระดับตั้งแต่ 3.8 ไปจนถึง 4.9 แมกนิจูดและระยะเวลาของการเกิดอยู่ที่ 30 ถึง 100 วินาที ซึ่งถือว่านานผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลา 1 ถึง 2 วินาทีของแผ่นดินไหวปกติที่อยู่ในระดับแมกนิจูดคล้ายๆ กัน
ผู้เชี่ยวชาญต่างลงความเห็นว่า การเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงนอกชายฝั่งเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ที่สร้างความตื่นตระหนกตลอดแนวริมขอบแปซิฟิก แต่เกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อยนั้น เป็นบททดสอบความสำเร็จของระบบเตือนภัยและแผนอพยพ ที่นำมาใช้หลังจากเกิดมหันตภัยสึนามิ เมื่อปี 2547
ในช่วงหลายชั่วโมง แห่งความตึงเครียด ของการเฝ้าระวังคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร ผู้เชี่ยวชาญ ด้านแผ่นดินไหวของอินโดนีเซีย ได้จับตาการเคลื่อนไหวของทุ่น ที่ใช้เป็นเครื่องมือวัดคลื่น จนสามารถทำนายด้วยความมั่นใจว่า แนวโน้มที่จะเกิดสึนามิมีน้อยมาก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอาฟเตอร์ช็อกระดับ 8.2 ริกเตอร์ เขย่าเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ในบริเวณห่างจากเมืองบันดา อาเจะห์ ประมาณ 625 กิโลเมตร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.6 ริกเตอร์ ทำให้เกิดการเฝ้าระวังคลื่นสึนามิแนวกว้าง
ขณะที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ที่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศลดระดับความรุนแรงของคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหว 8.6 ริคเตอร์ ทางชายฝั่งตะวันตกของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย โดยนายวิคเตอร์ ซาร์ดิน่า นักธรณีวิทยาแห่งศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิปิก
รายการอ้างอิง :
“อาฟเตอร์ช็อก 8.2 ริกเตอร์ เขย่าอินโดฯ ” แนวหน้า, วันพุธ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555, 18.36 น.
ความทันสมัยของเทคโนโลยีดาวเทียมเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติจากประเทศญี่ปุ่น เห็นว่า จะสามารถช่วยให้ประเทศไทยมีระบบสนับสนุนการตัดสินใจในเรื่องการจัดการภัยพิบัติที่แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนเข้าใจลักษณะของการเกิดภัยพิบัติ และ เตรียมตัวรับมือได้ด้วยตัวเอง
ภาพถ่ายจากดาวเทียมขนาดเล็ก หลังเกิดเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงความเสียหายของบ้านเรือน ระดับน้ำและพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นเทคโนโลยีที่ เซอร์ มาติน สวีทติ้ง ประธานบริษัทเซอร์เรย์ แซทเทิลไลท์ จำกัด เห็นว่า จะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถติดตาม พยากรณ์ และประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์ภัยพิบัติได้ Read the rest of this entry »
ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2555 ของ สวทช. ( NAC2012) หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังร้อนเรื่องหนึ่งหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ประเทศไทยในปี 2554 คือ เรื่อง “จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมอาหารและภาคการเกษตรของไทย : บทเรียนจากภัยพิบัติ” ซึ่งมีการเสวนาในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม BT-122 อาคารไบโอเทค ร่วมเสวนาโดย วิทยากรที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบในด้านอุตสาหกรรมและการเกษตรโดยตรง ได้แก่
จากการเกิดภัยพิบัติต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือน มีนาคม 2554และการเกิดน้ำท่วมใหญ่ทีประเทศไทย ล้วนส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องชลอตัวโดยเฉพาะในประเทศไทยเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตมีถึง 9 % ในไตรมาส 3 ของปี 2554 แต่กลับต้องติดลบ 9 % ภายใน 2 เดือนที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเท่ากับในปี 2554 การเติบโตทางเศรษฐกิจเท่ากับศูนย์ ส่งผลกระทบให้อุตสาหกรรมมีความเสียหาย 400,000 ล้านบาท (คิดจากกำไรที่หายไป) และในภาพรวมของประเทศเสียหาย 10 % หรือเท่ากับ 1.4 ล้านล้านบาท คาดหมายว่าหากเหตุการณ์ปกติทางด้าน อุตสาหกรรมที่ชะงักในช่วงน้ำท่วมได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะสามารถฟื้นตัวได้ในไตรมาส 3 ของปี 2555 Read the rest of this entry »
เมื่อประมาณสองปีก่อนอดีตเซลล์แมน ฮิโรกิ เทราอิ เป็นผู้ริเริ่มกิจการรับจัดงานพิธีฉลองการหย่าร้าง สำหรับสามีภรรยาชาวญี่ปุ่นที่ต้องการยุติชีวิตคู่อันล้มเหลวของตนท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นที่มีญาติมิตรมาร่วมให้กำลังใจ กิจการดังกล่าวดำเนินไปด้วยดีสอดคล้องกับสถิติการหย่าร้างในประเทศญี่ปุ่นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ Read the rest of this entry »
ภัยพิบัติสึนามิ ก่อนเกิดเหตุ - หากบ้านอยู่ใกล้ทะเล ต้องตรวจสอบดูว่าพื้นที่ที่คุณอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากแค่ไหน และเคยมีเหตุการณ์สึนามิเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีทางราชการจัดให้มีระบบเตือนภัยสึนามิแล้วหรือยัง - ซักซ้อมวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องกับคนในครอบครัว - เตรียมชุดรับมือภัยพิบัติ - มีความรู้เกี่ยวกับสึนามิ เช่น รู้ว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว แม้ว่าจะไม่รุนแรงมากแต่สึนามิก็อาจจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นถ้าสัญญาณเตือนภัยสึนามิดังขึ้น ต้องวิ่งขึ้นจากชายหาดให้เร็วที่สุดและไกลที่สุด ต้องพยายามหนีขึ้นที่สูงและรู้ว่าสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของการเกิดสึนามิก็คือการที่น้ำทะเลลดระดับลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นชายหาดกว้างสุดลูกหูลูกตา มีฟ้องน้ำผุดขึ้นที่ผิวหน้า Read the rest of this entry »
ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ ดูแลรับผิดชอบเรื่องการคาดการณ์อนาคตและคุณชัยรัตน์ ถมยา ผู้ประกาศข่าว ช่องไทยพีบีเอส นำเสนอการสื่อสารในมุมมองด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์และการสื่อสารในบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยอาจารย์นเรศ กล่าวว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์สำเร็จ เมื่อสามารถทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า “คล้ายๆ กับจะเข้าใจ” นักวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งเป็น
อาจารย์นเรศสอดแทรกความรู้ด้านเทคโนโลยีเพื่อเตรียมรับมือแผ่นดินไหวของ ญี่ปุ่น (Earthquake Early Warning System) เป็นระบบแจ้งเตือนและตัดสัญญาณไฟฟ้า แก๊ส น้ำ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น รถไฟชินคังเซนวิ่งด้วยความเร็วสูง เมื่อได้รับสัญญาณเตือนระบบจะทำการหยุดรถทันทีแต่สามารถเตือนได้เป็นนาทีและวินาทีเท่านั้น ซึ่งการแจ้งเตือนล่วงหน้าและหยุดระบบในเวลาไม่กี่วินาทีสามารถช่วยลดความสูญเสียได้มากในระดับหนึ่ง
กระแสสังคมและความตระหนักถึงการรับมือกับภัยพิบัติเป็นวาระที่ทั่วโลกให้ความสำคัญยิ่งจากหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศ, ระดับชาติและนานาชาติในการร่วมกันแก้ไขปัญหา ป้องกัน บรรเทาและฟื้นฟู หน่วยงานในประเทศไทยหลายหน่วยงานมีบทบาทสำคัญในการร่วมรับมือกับปัญหาภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ ทั้งการจัดกิจกรรมและเป็นช่องทางระดมเงินบริจาค ข้าวของเครื่องใช้, การจัดทำสื่อ คู่มือความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติ, การจัดประชุม อบรมสัมนา เป็นต้น โดยเมื่อวันที่ 24-26 มีนาคม ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานประชุมวิชาการประจำปี (NSTDA Annual Conference 2011: NAC 2011) ภายใต้หัวข้อ “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” และเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2554 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า (NIDA) โดยคณะภาษาและการสื่อสาร จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “สื่อสารอย่างไรพ้นภัย(พิบัติ)..บทเรียนจากประเทศญี่ปุ่น” เน้นในมิติด้านการสื่อสาร ซึ่งผู้ร่วมเสวนาได้แก่
Tsunamis : Know What to Do การ์ตูนแอนนิเมชั่นให้ความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับสึนามิ จัดทำโดย San Diego County Office of Emergency Services (OES), USA
“แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ และสึนามิ 11 มีนาคม 2011 – บทเรียนจากญี่ปุ่นสู่การเตรียมพร้อมของไทย”
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต่างหวาดกลัวกับภัยธรรมชาติและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แล้วเราควรจะรับมือกับภัยพิบัตินั้นอย่างไร?
วันที่ 24-26 มี.ค. 2554 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กำหนดจัดการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. หรือ NAC 2011 ภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” โดยได้มีการแถลงข่าวจัดงานเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2554 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รมต.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาเป็นประธานในงานแถลงข่าวร่วมกับ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช.
ตัวอย่างหัวข้อการจัดประชุมของ สวทช. ในปีนี้
ทั้งนี้เพื่อสอดรับกับเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว สู่คลื่นสึนามิ และส่งผลต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น” ได้เพิ่มหัวข้อสัมมนาพิเศษ “แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ และสึนามิ 11 มีนาคม 2011 – บทเรียนจากญี่ปุ่นสู่การเตรียมพร้อมของไทย” โดยวิทยากรชั้นนำจากหน่วยงานเตรียมการและป้องกันภัยพิบัติระดับประเทศ
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ www.nstda.or.th/nac2011
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.9 ริกเตอร์ ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ณ บริเวณเมืองเซนได จังหวัดมิยากิ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554 จัดเป็นแผ่นดินไหวที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงสุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ได้ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขนาดความสูง 10 เมตร พัดถล่มจังหวัดชายฝั่งของญี่ปุ่นประมาณ 4 เกาะ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาล ทั้งต่อทรัพย์สิน อาคาร บ้านเรือน และชีวิตผู้คน ทั้งนี้เกิดจากลักษณะภูมิประเทศของญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า “วงแหวนแห่งไฟ”
วงแหวนแห่งไฟ (The Ring of Fire) เป็นบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ความยาวรวมประมาณ 40,000 กิโลเมตร วางตัวตามแนวร่องสมุทร แนวภูเขาไฟ และบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนแห่งไฟ ทั้งหมด 452 ลูก และเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก
วงแหวนแห่งไฟเป็นผลมาจากการเคลื่อนที่และการชนกันของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งแนววงแหวนแห่งไฟกินพื้นที่ในหลายประเทศ หนึ่งในจำนวนั้นคือ ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศที่ตั้งหรือมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในแนววงแหวนแห่งไฟ อื่นๆ ได้แก่ ประเทศเบลีซ โบลิเวีย บราซิล แคนาดา โคลัมเบีย ชิลี คอสตาริกา เอกวาดอร์ ติมอร์ตะวันออก เอลซัลวาดอร์ ไมโครนีเซีย ฟิจิ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินโดนีเซีย คิริบาตี เม็กซิโก นิวซีแลนด์ นิการากัว ปาเลา ปาปัวนิวกินี ปานามา เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ตองกา ตูวาลู และสหรัฐอเมริกา
อ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org/wiki/วงแหวนแห่งไฟ
นอกเหนือจากหนังสือ ชุดคู่มือเกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่พิมพ์เผยแพร่ ๓ เล่ม คือ ๑.การบริหารจัดการพิบัติภัย: คู่มือผู้บริหารสถานศึกษา ๒. สึนามิ: ประสบการณ์เด็กไทย และ ๓. การบริหารจัดการพิบัติภัย: คู่มือครู แล้ว หนังสือ “คลื่นยักษ์สึนามิ” หรือ “คลื่นยักษ์สึนามิ คลื่นอภิมหาภัย” เป็นหนังสือที่สวทช.โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา จัดทำขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็เป็นเล่มหนึ่ง ที่ได้แจกให้แก่โรงเรียนไทยทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นหนังสือที่ได้รับการอ้างอิงจากหนังสือที่ Unicef ให้การสนับสนุนในการจัดพิมพ์ทั้ง ๓ เล่มดังกล่าวข้างต้น
“คลื่นยักษ์สึนามิ” เป็นเรื่องที่แปลจาก Tsunami: The Great Waves ต้นฉบับภาษาอังกฤษโดย U.S. National Oceanic and Atmospheric Administration, UNESCO/Intergovernmental Oceanographic Commission, International Tsunami Information Center, Laboratorie de Geophysique, France สืบเนื่องจากวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นวันที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ที่เริ่มต้นมาจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลทางตะวันตกของสุมาตราตอนเหนือ คลื่นยักษ์โถมซัดเข้าใส่ชายฝั่งของหลายประเทศในมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ผู้คนจำนวนกว่า ๒๒๑,๐๐๐ คน (ตัวเลขขณะตีพิมพ์) เสียชีวิต แต่ความสูญเสียอาจจะไม่รุนแรงถึงเพียงนี้ หากมีความรู้และมีระบบการเตือนภัยที่ได้ผลทันท่วงที รวมทั้งการกระจายข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ หนังสือเล่มนี้ จึงได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับคลื่นสึนามิให้แก่สาธารณชน โดยเฉพาะเยาวชนและนักศึกษา สำหรับใช้ประกอบการศึกษาและเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับสึนามิ รวมถึงวิธีการป้องกันภัยจากคลื่นสึนามิ เพราะการที่รู้จักธรรมชาติของคลื่นยักษ์ไว้บ้าง อาจสามารถรักษาชีวิตของเราและคนที่เรารักได้ ซึ่งท่านที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จะได้รับความรู้แบบปฐมบทของคำว่า คลื่นยักษ์ เหตุที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ ควรจะทำอย่างไรเมื่อเกิดคลื่นสึนามิ ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ที่ http://nstda.or.th