Biorefinery เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ เช่น เศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ไม้โตเร็ว หรือของเสียจาก อุตสาหกรรม มาเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ผ่านกระบวนการที่มีเอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพเพื่อเปลี่ยน วัตถุดิบเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยมีการเปลี่ยนของเสียจากกระบวนการหนึ่งเป็นสารตั้งต้นของอีก กระบวนการหนึ่งจนสุดท้ายไม่มีของเหลือทิ้งเลย (zero waste)
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพื้นที่ทำการเกษตรมากเป็นอันดับที่ 48 ของโลก แต่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงเป็นอันดับ 5 ของโลก ซึ่งเป็นเหตุให้ผลิตผลมีการปนเปื้อนสารเคมีรวมถึงสารเคมีตกค้างในดินที่ใช้ในการเพาะปลูกพืช ทำให้ดินเสื่อมสภาพลงและมากที่สุดคือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่บางพื้นที่ของประ เทศไทยต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้งมากขึ้นเช่นนี้ โอกาสในการแพร่กระจายของสารเคมีในดิน และน้ำยิ่งเพิ่มมากขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องการการป้องกัน และแก้ไขปัจ จุบันจึงมีหลายหน่วยงานให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว มีการนำเทคโนโลยีใหม่ เข้าจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นไม่เว้นแม้แต่ปัญหาดินเสื่อมโทรมจาการเกษตร ล่าสุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) คิดค้นนวัตกรรมในการกักเก็บสารพิษไว้ที่เดิม ในผลงาน “ดินไบโอ” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะมีคุณ สมบัติสามารถบล็อกสารพิษไว้ในดินอีกทั้งยังสามารถกักเก็บธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการปลูกพืชได้อีกด้วย Read the rest of this entry »
การที่พลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ ถูกกำหนดเป็นทางเลือกหนึ่งในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า เพราะมีจุดแข็งได้แก่
แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็มีปัญหาจุดอ่อนที่หลายฝ่ายจะต้องร่วมกันหาคำตอบ ได้แก่
ที่มา: หนีพ้น…โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ?. เอกสารประกอบการเสวนา 28 กันยายน 2553. โดย คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร.
ดาว์โหลดเอกสารได้ที่ http://www2.egat.co.th/ned/dmdocuments/escapefromnuclear.pdf
องค์การสหประชาชาติ (United Nations หรือ UN) ได้เป็นหน่วยงานเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อหาข้อตกลงระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมามีข้อตกลงที่สำคัญ ดังนี้ อนุสัญญาเวียนนาเพื่อการป้องกันชั้นโอโซน (The Vienna Convention for the Protection of the Ozone Layer) โดยจัดทำขึ้น เมื่อวันที่ 18-22 มีนาคม 2528 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งประกอบด้วยคำแฎิญาณในอันที่จะร่วมมือกันของประเทศที่ลงนาม ในการวิจัยโอโซนในบรรยากาศ รวมถึงการติดตามตรวจสอบปริมาณโอโซนในบรรยากาศอย่างเป็นระบบและการตรวจติดตามการผลิตสารทำลายโอโซน และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับปริมาณการผลิตและการปล่อยสารทำลายชั้นโอโซนของประเทศต่างๆ พิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน (The Montreal Protocol on Substances that Deplete the Ozone Layer) 16 กันยายน 2530 จำนวน 47 ประเทศ ได้ประกาศให้สัตยาบันต่อข้อกำหนดที่ร่างขึ้นภายใต้อนุสัญญาเวียนนา ณ นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา และได้เรียกข้อกำหนดนี้ว่า พิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อวางแผนดำเนินการร่วมกันของประเทศสมาชิก เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมการผลิต การใช้ และการค้าสารเคมีที่สามารถทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศ โดยให้มีการควบคุมในระดับอุตสาหกรรม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The United Nations Framework Convention on Climate Change หรือ UNFCCC) เกิดขึ้นในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล มิถุนายน 2535 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาระดับความเข้มข้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย เพื่อให้ธรรมชาติสามารถปรับตัวได้ และเพื่อเป็นการประกันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เป็นข้อตกลงที่มีพันธกรณีและกำหนดมาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้เกิดการดำเนินการในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 5.2 ของปริมาณการปลดปล่อยเมื่อปี 2533 โดยต้องดำเนินการในระหว่างปี 2551-2555 มีผลบังคับใช้ 16 กันยายน 2548 ปัจจุบันมี 150 ประเทศ เข้าร่วมลงนามสัตยาบัน และการประชุมล่าสุด จัดขึ้นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 3-14 ธันวาคม 2550 โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมมากกว่า 11,000 คน จาก 187 ประเทศทั่วโลก ทำให้เกิด Bali Roadmap ประเด็นสำคัญคือต้องร่วมมือกันทำให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2552 ได้แก่ มาตรการในการจัดการเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง และน้ำท่วม วิธีการที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การให้งบประมาณสนับสนุน การแก้ไขปัญหาและลดความรุนแรงของปัญหา โดยจะนำวิธีการต่างๆ ที่ได้จาก Bali Roadmap มาบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นปีที่สนธิสัญญาเกียวโตจะสิ้นสุดลง บรรณานุกรม : วารสารอพวช. 6, 69( มีนาคม 2551) : 10-11
ข่าววิทยาศาสตร์ล่าสุดจากวารสารเนเจอร์ ฉบับวันที่ 28 กรกฎาคม 2554 ข่าวหมวดวิจัย – Tar-sands survey. ที่รัฐ Alberta ประเทศแคนาดา ได้มีคำร้องเรียนมาเป็นเวลามากกว่า 1 ปี ในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในการทำเหมืองน้ำมัน แล้วก่อให้เกิดน้ำมันดินเกาะที่พื้นทรายจำนวนมาก รัฐบาลแคนาดา ได้เผยแพร่แผนการวิจัยภาพรวมเพื่อตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี้ โดยมีปฏิบัติการในหลายๆ เรื่องคือ แหล่งน้ำ อากาศ และ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต นักนิเวศวิทยา ชื่อ David Schindler แห่งมหาวิทยาลัย Alberta , Edmonton กล่าวว่า แผนการนี้มีความละเอียดรอบคอบอย่างยิ่ง แต่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง
อ้างอิง : Tar-sands survey. . (2011). Seven days : The News in brief. Nature., 475 (7357), 423-429.
http://www.nature.com/news/2011/110727/pdf/475428a.pdf
สาเหตุสำคัญของการเกิดเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นต่อเนื่องนานนับเดือน จนทำให้สาหร่ายซูแซนเทลลี (Zooxanthellae) ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อปะการังตั้งแต่ระยะผสมพันธุ์หลุดออกจากปะการัง สาหร่ายซูแซนเทลลีที่ว่านี้มีความสำคัญยิ่งต่อปะการัง เนื่องจากเป็นตัวส่งสารอาหารบางส่วนจากการสังเคราะห์แสงให้แก่ปะการัง ทั้งยังสร้างสีสันให้แก่ปะการังด้วย Read the rest of this entry »
ฟาสต์โคลทส์ เป็นชื่อที่ใช้เรียกเครื่องแต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่ชั้นใน ถึงชั้นนอกที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างเร่งรีบเพื่อไล่ให้ทันกระแสแฟชั่นที่หมุนไว และวางขายได้ในราคาถูก จึงต้องลดทอนทั้งคุณภาพของวัตถุดิบและความปราณีตในการตัดเย็บ ผลที่ตามมาคือ เสื้อ กางเกง กระโปรง ถุงเท้า รองเท้า ฯลฯ ซึ่งไม่ค่อยทนทานต่อการสวมใส่ อาจยืดย้วย หลุดหลุ่ย หรือขาดเป็นรูได้ง่ายกว่าปรกติ ทว่าความบกพร่องเหล่านี้ กลับไม่สร้างความเดือดร้อนใจแก่ผู้ซื้อ เพราะราคาถูกช่วยขจัดความคาดหวังเรื่องอายุการใช้งานยาวนานไปได้ง่ายดาย บางคนมองว่าดี เพราะราคาต่อชิ้นที่ถูกลงช่วยให้จับจ่ายได้มากชิ้นขึ้น แถมยังโละทิ้งไว โดยไม่เสียดาย
แต่ในความเป็นจริง เสื้อผ้ามิใช่สินค้าที่ควรรีบใช้รีบทิ้ง เนื่องจากทุกขั้นตอน ก่อนจะมาถึงมือเราล้วนต้องใช้ทรัพยากร พลังงานเชื้อเพลิง ไฟฟ้า แถมยังปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม การอุดหนุนฟาสต์โคลทส์และเร่งทิ้งเสื้อผ้าอายุสั้น จึงหมายถึงความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมราคาแพงที่เราและคนรุ่นต่อไปต้องแบกรับ
ที่มา : สารคดี. (2553). คำเปลี่ยนโลก. สารคดี 26 (310). หน้าที่ 27
สู่เศรษฐกิจสีเขียว….เพื่อโลกสีเขียว ปัญหาสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจนเป็นปัญหาที่ทั่วโลกตระหนักและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการต่างๆ ควรคำนึงถึงการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งกระบวนการผลิตและในเชิงนโยบาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ ข้อกำหนด ทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น WEEE, RoHS, REACH, EL แนวโน้มวิฤกตของการส่งออกสินค้า หรือนำเข้าวัตถุดิบของประเทศไทยกับ Green Policy ควรมีแนวทางมุ่งพัฒนาสินค้าสีเขียวบนฐานแนวคิด Green Strategies และ Proactive Compliance Strategies เพื่อผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ฟาร์มพลังงานไฟฟ้าจากลมนอกชายฝั่งทะเลในยุโรปเกิดขึ้นแล้ว แต่ในสหรัฐฯยังมีการพิจารณาอยู่ว่าจะตั้งอยู่ที่ใดโดยมีข้อเสนอที่แข่งกันอยู่ระหว่างมลรัฐเท็กซัสและมลรัฐแมสชาชูเซ็ตที่จะได้ชื่อว่าเป็นโครงการพลังงานไฟฟ้าจากลมนอกชายฝั่งแห่งแรกที่สร้างขึ้นในน่านน้ำของสหรัฐฯ ทั้งนี้โดยต้องฟันฝ่าอุปสรรคทั้งในด้านกฎหมายการคัดค้านจากประชาชน ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ทราบได้ แต่ผลที่ได้นั้นนับว่าคุ้มค่าในด้านพลังงานที่สะอาด และเป็นแหล่งพลังงานที่เกิดใหม่ได้ (Renewable energy) สำหรับประเทศโดยลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานน้ำมันจากการนำเข้าที่นับว่ามีราคาแพงขึ้นทุกวันและก่อให้เกิดปัญหามลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อย่างไรก็ตามในขณะที่ดูเหมือนว่าพลังงานลมนอกชายฝั่งจะเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่มีประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแต่ยังมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนใกล้เคียงมากมาย ในด้านกลุ่มนักอนุรักษ์ นักกฎหมายและนักวิทยาศาสตร์แสดงความวิตกกังวลการเปลี่ยนแปลงพื้นทะเลจากการก่อสร้างจะมีผลให้สิ่งมีชีวิตทางทะเล (marine) ในบริเวณนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นอกจากนี้ประเด็นอื่นๆที่ต้องพิจารณาได้แก่ ผลกระทบจากสนามคลื่นแม่เหล็ก (Electromagnetic field) ที่มีต่อปลา การทำลายพืชใต้น้ำ (submerged vegetation) ผลกระทบต่อการเดินเรือและเครื่องบิน และการอพยพของปลา แมวน้ำและปลาโลมา เป็นต้น ดังนั้นการพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลม การเลือกที่ตั้ง ตลอดจนการนำผู้เกี่ยวข้อง (stakeholder) มาร่วมกันพิจารณาตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดความขัดแย้งในภายหลัง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/373—-62550
Electronic Industries Alliance (EIA) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เสนอกรอบข้อตกลงเพื่อรีไซเคิลอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีสารสนเทศและทีวี (informational technology products and household TVs) ให้รัฐบาลสหรัฐฯเพื่อการพิจารณาคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมของ EIA ประกอบด้วยตัวแทนบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆได้แก่ HP, Lenovo, Panasonic และ Sharp ต่างสนับสนุนกรอบข้อตกลงดังกล่าวโดยได้ร่วมกันนำเสนอข้อตกลงนี้ต่ออดีตประธานาธิบดีบุช รัฐสภา หน่วยราชการมลรัฐ กลุ่มผู้เกี่ยวข้องด้านอุตสาหกรรมและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อขอความเห็นชอบ กรอบข้อตกลงเพื่อการรีไซเคิลนี้เป็นความร่วมมือทั้งจากด้านผู้บริโภค ผู้ใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์และผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านสารสนเทศและเป็นการรุกหน้าของทางภาคอุตสาหกรรมเพื่อจัดระบบการทิ้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เสื่อมสภาพสู่สิ่งแวดล้อม (electronic waste management)
Read the rest of this entry »
ส่วนผสมต้นหญ้าและพืชท้องถิ่นในทุ่งหญ้าแพรรี่ (prairies) สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuel) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างข้าวโพดและถั่วเหลือง ทั้งใช้ปริมาณที่วัตถุดิบน้อยกว่าและยังปลดปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในระดับที่ต่ำกว่า ซึ่งนับว่าทำให้สภาพอากาศดีขึ้น
ปัจจุบันมีการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ข้าวโพดเพื่อการผลิตเอทานอลและถั่วเหลืองเพื่อการผลิตไบโอดีเซลกันอย่างแพร่หลายเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันปิโตรเลียม แต่เนื่องจากการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากวัตถุดิบทางการเกษตรจำเป็นจะต้องใช้ยาฆ่าแมลง น้ำ และปุ๋ยปริมาณจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อคำนึงถึงต้นทุนการผลิตตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงยังไม่นับว่าเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/388—-12550
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ให้การรับรองพันธุ์ข้าวที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมซึ่งสามารถผลิตโปรตีนที่มนุษย์ใช้เป็นภูมิคุ้มกันต่อต้านโรคท้องร่วง (anti-diarrhea) พันธุ์ข้าวนี้พัฒนาและปลูกที่มลรัฐแคนซัส บริษัท Ventria Bioscience บริษัทฯ ได้พัฒนาพันธุ์ข้าวขึ้น 3 ชนิด โดยพันธุ์ข้าว 2 ชนิดแรกผลิต lactoferrin และ lysozyme มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ปกติพบในน้ำนมแม่และในน้ำลาย จากผลการวิจัยในเด็กที่ท้องร่วงรุนแรงได้รับประทานข้าวชนิดนี้จะหายเร็วกว่าการรักษาด้วยสารละลายน้ำเกลือโดยเฉลี่ย 1 วันครึ่ง ส่วนพันธุ์ข้าวชนิดที่สามสามารถผลิตโปรตีนอัลบูมิน (albulmin) เป็นโปรตีนในเม็ดเลือดที่ใช้รักษาทางการแพทย์ ซึ่งทางกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้สรุปว่าพันธุ์ข้าวดัดแปลงพันธุกรรมนี้มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/382—-32550
NSF และ USEPA สนับสนุนงบ 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนาโน
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 National Science Foundation (NSF) และ United States Environmental Protection Agency (USEPA) ประกาศสนับสนุนงบประมาณ 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยแห่งใหม่ เพื่อศึกษาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนาโน โดยมีมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) และมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจอลิส (UCLA)เป็นผู้นำ
เหตุผลของการสนับสนุนเรื่องดังกล่าว คือ เมื่อนักวิจัยต่างๆ สามารถเข้าใจว่าอนุภาคนาโนในมิติใดมิติหนึ่งทำปฏิกิริยากับสิ่งแวดล้อมอย่างไรแล้ว ก็จะสามารถนำข้อมูลมาปรับปรุงการประเมินความเสี่ยง รวมถึงการช่วยให้ได้ข้อมูลที่ดีกว่าเดิมแก่ผู้วางนโยบาย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีนาโนในเชิงพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันวัสดุนาโนมีการผลิตเป็นอุตสาหกรรมแล้ว แต่ยังไม่มีการควบคุมดูแลเป็นการเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม
ศูนย์วิจัย 2 แห่งที่วางแผนดำเนินการ ได้แก่
การจัดตั้งศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังความพยายามของประเทศต่างๆ ที่ยกเรื่องผลกระทบของวัสดุนาโนที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย ทั้งนี้ศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง มีหน้าที่สนับสนุน National Nanotechnology Institute (NNI) ซึ่งเป็น consortium ของหน่วยงานรัฐ รวม 25 แห่ง เพื่อศึกษา ควบคุมและดูแลเทคโนโลยีนาโน
ความคาดหวังจากการจัดตั้งศูนย์วิจัยดังกล่าว คือ การช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เรียนรู้เกี่ยวกับอันตรายของวัสดุนาโน และความพยายามคาดการณ์ความเสี่ยง ขณะที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าไปในแต่ละวัน
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/316—-102551–2551
ในประเทศไทยมีหน่วยงานที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบาย การให้บริการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมตามบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป จึงขอรวบรวมลิงค์แหล่งสารสนเทศด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของไทย ไว้ดังนี้
กระทรวงพลังงาน กรมเชื้อเพลิงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ทดแทน สำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มูลนิธิสถาบันพลังงานทดแทน เอทานอล-ไบโอดีเซล แห่งประเทศไทย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โครงการเครือข่ายสารสนเทศด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (TEENET) TEENET-CU TEENET-KMUTT TEENET-KKU TEENET-AIT TEENET-CMU TEENET-DEDE TEENET-FTI TEENET-EFE TEENET-TEI
ติดตามอ่านแนะนำหน่วยงานดังกล่าว ได้ที่ แหล่งสารสนเทศด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของไทย
นาย Michael Horn นักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีอวกาศ และนักวิจัยทางด้านวัสดุศาสตร์ได้นำเสนอความคิดเรื่องการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ไว้ในนิตยสาร Futurist ประจำเดือนมีนาคม-เมษายน 2010 ว่าก่อนกลางศตวรรษที่ 21 ประเทศสหรัฐฯ จะเปลี่ยนเชื้อเพลิงของรถยนต์จากน้ำมัน เป็นไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสหรัฐฯ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ปัญหาของการใช้น้ำมันในรถยนต์ คือการปล่อยก๊าซที่เป็นพิษสู่สภาพแวดล้อมเป็นจำนวนมากนอกจากนี้น้ำมันยังเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมากสำหรับเศรษฐกิจที่พึ่งพาแต่น้ำมันเป็นหลัก จึงมีความคิดที่จะมองหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนน้ำมัน ด้านดีของรถยนต์ใช้ไฟฟ้า คือ ประหยัดค่าใช้จ่ายเนื่องจากรถยนต์มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยไม่มีส่วนที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การเร่งความเร็วทำได้เร็วกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เพราะไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และสายพาน แต่สิ่งสำคัญต้องทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยการสร้างสถานีสำหรับการชาร์ตพลังงานไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ต้องสร้างแบตเตอรี่ กับเครื่องชาร์ตไฟฟ้าให้มีมาตรฐานแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์ตไฟฟ้าได้ทุกแห่งแนวความคิดเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในการออกกฎข้อบังคับกับเจ้าของปั๊มน้ำมันแต่ละแห่ง ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/232—-32553