»
S
I
D
E
B
A
R
«
Biorefinery
Sep 21st, 2012 by wanutwira 132 views

Biorefinery เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ เช่น เศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ไม้โตเร็ว หรือของเสียจาก อุตสาหกรรม มาเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ผ่านกระบวนการที่มีเอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพเพื่อเปลี่ยน วัตถุดิบเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยมีการเปลี่ยนของเสียจากกระบวนการหนึ่งเป็นสารตั้งต้นของอีก กระบวนการหนึ่งจนสุดท้ายไม่มีของเหลือทิ้งเลย (zero waste)

Share
มจธ.วิจัย“ดินไบโอ” ฮีโร่สิ่งแวดล้อม บล็อกสารพิษในดิน เก็บอาหารให้พืช
Apr 19th, 2012 by suthiwan 76 views

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพื้นที่ทำการเกษตรมากเป็นอันดับที่ 48 ของโลก แต่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงเป็นอันดับ 5 ของโลก ซึ่งเป็นเหตุให้ผลิตผลมีการปนเปื้อนสารเคมีรวมถึงสารเคมีตกค้างในดินที่ใช้ในการเพาะปลูกพืช ทำให้ดินเสื่อมสภาพลงและมากที่สุดคือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่บางพื้นที่ของประ เทศไทยต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้งมากขึ้นเช่นนี้ โอกาสในการแพร่กระจายของสารเคมีในดิน และน้ำยิ่งเพิ่มมากขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องการการป้องกัน และแก้ไขปัจ จุบันจึงมีหลายหน่วยงานให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว มีการนำเทคโนโลยีใหม่ เข้าจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นไม่เว้นแม้แต่ปัญหาดินเสื่อมโทรมจาการเกษตร ล่าสุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) คิดค้นนวัตกรรมในการกักเก็บสารพิษไว้ที่เดิม ในผลงาน “ดินไบโอ” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะมีคุณ สมบัติสามารถบล็อกสารพิษไว้ในดินอีกทั้งยังสามารถกักเก็บธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการปลูกพืชได้อีกด้วย
Read the rest of this entry »

Share
นิวเคลียร์: ข้อดี – ข้อเสีย
Jan 17th, 2012 by ilada 4,633 views

การที่พลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ ถูกกำหนดเป็นทางเลือกหนึ่งในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า เพราะมีจุดแข็งได้แก่

  • มีปริมาณเชื้อเพลิงสำรองจำนวนมาก
  • มีความปลอดภัยเพียงพอ
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานสะอาด ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือ คาร์บอนไดออกไซต์ ที่ปล่อยออกมาน้อยมาก
  • มีประสิทธิภาพที่ใช้เชื้อเพลิงน้อยต่อปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้
  • ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำ
  • ช่วยแก้ปัญหาความมั่นคงพลังงานไฟฟ้า และด้านการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงได้

แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็มีปัญหาจุดอ่อนที่หลายฝ่ายจะต้องร่วมกันหาคำตอบ ได้แก่

  • สารกัมมันตรังสีจากเชื้อเพลิงใช้แล้ว ต้องใช้เวลาสลายตัวนาน
  • ต้องมีมาตรฐานการจัดเก็บที่รัดกุม เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
  • ยังมีบุคคากรที่มีความรู้เพียงพอจำนวนน้อยในปัจจุบัน
  • การวิจัยด้านปฏิกรณ์มีกฎหมายและการกำกับดูแล แต่ยังไม่มีกฎระเบียบสำหรับการดำเนินการด้านไฟฟ้า
  • มีต้นทุนในการก่อสร้างสูงมาก
  • ประชาชนส่วนมากยังไม่มีความรู้ และความเข้าใจเพียงพอ

ที่มา: หนีพ้น…โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ?. เอกสารประกอบการเสวนา 28 กันยายน 2553. โดย คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร.

ดาว์โหลดเอกสารได้ที่ http://www2.egat.co.th/ned/dmdocuments/escapefromnuclear.pdf

Share
ข้อตกลงนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อม
Sep 14th, 2011 by kusa 642 views

องค์การสหประชาชาติ (United Nations หรือ UN) ได้เป็นหน่วยงานเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อหาข้อตกลงระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมามีข้อตกลงที่สำคัญ ดังนี้
อนุสัญญาเวียนนาเพื่อการป้องกันชั้นโอโซน (The Vienna Convention for the Protection of the Ozone Layer) โดยจัดทำขึ้น เมื่อวันที่ 18-22 มีนาคม 2528 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งประกอบด้วยคำแฎิญาณในอันที่จะร่วมมือกันของประเทศที่ลงนาม ในการวิจัยโอโซนในบรรยากาศ รวมถึงการติดตามตรวจสอบปริมาณโอโซนในบรรยากาศอย่างเป็นระบบและการตรวจติดตามการผลิตสารทำลายโอโซน และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับปริมาณการผลิตและการปล่อยสารทำลายชั้นโอโซนของประเทศต่างๆ
พิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน (The Montreal Protocol on Substances that Deplete the Ozone Layer) 16 กันยายน 2530 จำนวน 47 ประเทศ ได้ประกาศให้สัตยาบันต่อข้อกำหนดที่ร่างขึ้นภายใต้อนุสัญญาเวียนนา ณ นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา และได้เรียกข้อกำหนดนี้ว่า พิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อวางแผนดำเนินการร่วมกันของประเทศสมาชิก เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมการผลิต การใช้ และการค้าสารเคมีที่สามารถทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศ โดยให้มีการควบคุมในระดับอุตสาหกรรม
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The United Nations Framework Convention on Climate Change หรือ UNFCCC)  เกิดขึ้นในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล มิถุนายน 2535 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาระดับความเข้มข้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย เพื่อให้ธรรมชาติสามารถปรับตัวได้ และเพื่อเป็นการประกันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เป็นข้อตกลงที่มีพันธกรณีและกำหนดมาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้เกิดการดำเนินการในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 5.2 ของปริมาณการปลดปล่อยเมื่อปี 2533 โดยต้องดำเนินการในระหว่างปี 2551-2555 มีผลบังคับใช้ 16 กันยายน 2548 ปัจจุบันมี 150 ประเทศ เข้าร่วมลงนามสัตยาบัน และการประชุมล่าสุด จัดขึ้นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 3-14 ธันวาคม 2550 โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมมากกว่า 11,000 คน จาก 187 ประเทศทั่วโลก ทำให้เกิด Bali Roadmap ประเด็นสำคัญคือต้องร่วมมือกันทำให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2552 ได้แก่ มาตรการในการจัดการเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง และน้ำท่วม วิธีการที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การให้งบประมาณสนับสนุน การแก้ไขปัญหาและลดความรุนแรงของปัญหา โดยจะนำวิธีการต่างๆ ที่ได้จาก Bali Roadmap มาบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นปีที่สนธิสัญญาเกียวโตจะสิ้นสุดลง
บรรณานุกรม : วารสารอพวช.  6, 69( มีนาคม 2551) : 10-11

Share
การสำรวจหาน้ำมันดินในพื้นทราย
Aug 3rd, 2011 by rungsima 55 views

ข่าววิทยาศาสตร์ล่าสุดจากวารสารเนเจอร์  ฉบับวันที่ 28 กรกฎาคม 2554
ข่าวหมวดวิจัย – Tar-sands survey.
ที่รัฐ Alberta ประเทศแคนาดา  ได้มีคำร้องเรียนมาเป็นเวลามากกว่า 1 ปี ในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในการทำเหมืองน้ำมัน แล้วก่อให้เกิดน้ำมันดินเกาะที่พื้นทรายจำนวนมาก รัฐบาลแคนาดา  ได้เผยแพร่แผนการวิจัยภาพรวมเพื่อตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี้  โดยมีปฏิบัติการในหลายๆ เรื่องคือ แหล่งน้ำ อากาศ และ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
นักนิเวศวิทยา ชื่อ David Schindler แห่งมหาวิทยาลัย Alberta , Edmonton  กล่าวว่า แผนการนี้มีความละเอียดรอบคอบอย่างยิ่ง แต่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง

อ้างอิง :   Tar-sands survey.  . (2011). Seven days : The News in  brief. Nature., 475 (7357), 423-429.

http://www.nature.com/news/2011/110727/pdf/475428a.pdf

Share
ปะการังฟอกขาว
Jul 4th, 2011 by kusa 105 views

สาเหตุสำคัญของการเกิดเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นต่อเนื่องนานนับเดือน จนทำให้สาหร่ายซูแซนเทลลี (Zooxanthellae) ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อปะการังตั้งแต่ระยะผสมพันธุ์หลุดออกจากปะการัง สาหร่ายซูแซนเทลลีที่ว่านี้มีความสำคัญยิ่งต่อปะการัง เนื่องจากเป็นตัวส่งสารอาหารบางส่วนจากการสังเคราะห์แสงให้แก่ปะการัง ทั้งยังสร้างสีสันให้แก่ปะการังด้วย Read the rest of this entry »

Share
Fast Clothes
Mar 6th, 2011 by suthiwan 73 views

ฟาสต์โคลทส์   เป็นชื่อที่ใช้เรียกเครื่องแต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้า  ตั้งแต่ชั้นใน ถึงชั้นนอกที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างเร่งรีบเพื่อไล่ให้ทันกระแสแฟชั่นที่หมุนไว และวางขายได้ในราคาถูก จึงต้องลดทอนทั้งคุณภาพของวัตถุดิบและความปราณีตในการตัดเย็บ ผลที่ตามมาคือ เสื้อ กางเกง กระโปรง ถุงเท้า รองเท้า ฯลฯ ซึ่งไม่ค่อยทนทานต่อการสวมใส่ อาจยืดย้วย หลุดหลุ่ย หรือขาดเป็นรูได้ง่ายกว่าปรกติ ทว่าความบกพร่องเหล่านี้ กลับไม่สร้างความเดือดร้อนใจแก่ผู้ซื้อ เพราะราคาถูกช่วยขจัดความคาดหวังเรื่องอายุการใช้งานยาวนานไปได้ง่ายดาย บางคนมองว่าดี เพราะราคาต่อชิ้นที่ถูกลงช่วยให้จับจ่ายได้มากชิ้นขึ้น แถมยังโละทิ้งไว โดยไม่เสียดาย

แต่ในความเป็นจริง เสื้อผ้ามิใช่สินค้าที่ควรรีบใช้รีบทิ้ง เนื่องจากทุกขั้นตอน ก่อนจะมาถึงมือเราล้วนต้องใช้ทรัพยากร พลังงานเชื้อเพลิง ไฟฟ้า แถมยังปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม การอุดหนุนฟาสต์โคลทส์และเร่งทิ้งเสื้อผ้าอายุสั้น จึงหมายถึงความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมราคาแพงที่เราและคนรุ่นต่อไปต้องแบกรับ

ที่มา : สารคดี. (2553). คำเปลี่ยนโลก. สารคดี 26 (310). หน้าที่ 27

Share
Green Policy กับผลกระทบทางเศรษฐกิจของไทย
Jan 28th, 2011 by satapon 59 views

สู่เศรษฐกิจสีเขียว….เพื่อโลกสีเขียว ปัญหาสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจนเป็นปัญหาที่ทั่วโลกตระหนักและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการต่างๆ ควรคำนึงถึงการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งกระบวนการผลิตและในเชิงนโยบาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ ข้อกำหนด ทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น WEEE, RoHS, REACH, EL แนวโน้มวิฤกตของการส่งออกสินค้า หรือนำเข้าวัตถุดิบของประเทศไทยกับ Green Policy ควรมีแนวทางมุ่งพัฒนาสินค้าสีเขียวบนฐานแนวคิด Green Strategies และ Proactive Compliance Strategies เพื่อผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

Share
การพัฒนาไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลสหรัฐฯ
Jan 2nd, 2011 by ratana 27 views

ฟาร์มพลังงานไฟฟ้าจากลมนอกชายฝั่งทะเลในยุโรปเกิดขึ้นแล้ว แต่ในสหรัฐฯยังมีการพิจารณาอยู่ว่าจะตั้งอยู่ที่ใดโดยมีข้อเสนอที่แข่งกันอยู่ระหว่างมลรัฐเท็กซัสและมลรัฐแมสชาชูเซ็ตที่จะได้ชื่อว่าเป็นโครงการพลังงานไฟฟ้าจากลมนอกชายฝั่งแห่งแรกที่สร้างขึ้นในน่านน้ำของสหรัฐฯ ทั้งนี้โดยต้องฟันฝ่าอุปสรรคทั้งในด้านกฎหมายการคัดค้านจากประชาชน ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ทราบได้ แต่ผลที่ได้นั้นนับว่าคุ้มค่าในด้านพลังงานที่สะอาด และเป็นแหล่งพลังงานที่เกิดใหม่ได้ (Renewable energy) สำหรับประเทศโดยลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานน้ำมันจากการนำเข้าที่นับว่ามีราคาแพงขึ้นทุกวันและก่อให้เกิดปัญหามลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อย่างไรก็ตามในขณะที่ดูเหมือนว่าพลังงานลมนอกชายฝั่งจะเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่มีประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแต่ยังมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนใกล้เคียงมากมาย ในด้านกลุ่มนักอนุรักษ์ นักกฎหมายและนักวิทยาศาสตร์แสดงความวิตกกังวลการเปลี่ยนแปลงพื้นทะเลจากการก่อสร้างจะมีผลให้สิ่งมีชีวิตทางทะเล (marine) ในบริเวณนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นอกจากนี้ประเด็นอื่นๆที่ต้องพิจารณาได้แก่ ผลกระทบจากสนามคลื่นแม่เหล็ก (Electromagnetic field) ที่มีต่อปลา การทำลายพืชใต้น้ำ (submerged vegetation) ผลกระทบต่อการเดินเรือและเครื่องบิน และการอพยพของปลา แมวน้ำและปลาโลมา เป็นต้น ดังนั้นการพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลม การเลือกที่ตั้ง ตลอดจนการนำผู้เกี่ยวข้อง (stakeholder) มาร่วมกันพิจารณาตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดความขัดแย้งในภายหลัง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/373—-62550

Share
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ร่างกรอบข้อตกลงการทิ้งขยะไอทีสู่สิ่งแวดล้อม
Jan 2nd, 2011 by ratana 54 views

Electronic Industries Alliance (EIA) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เสนอกรอบข้อตกลงเพื่อรีไซเคิลอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีสารสนเทศและทีวี (informational technology products and household TVs) ให้รัฐบาลสหรัฐฯเพื่อการพิจารณาคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมของ EIA ประกอบด้วยตัวแทนบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆได้แก่ HP, Lenovo, Panasonic และ Sharp ต่างสนับสนุนกรอบข้อตกลงดังกล่าวโดยได้ร่วมกันนำเสนอข้อตกลงนี้ต่ออดีตประธานาธิบดีบุช รัฐสภา หน่วยราชการมลรัฐ กลุ่มผู้เกี่ยวข้องด้านอุตสาหกรรมและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อขอความเห็นชอบ กรอบข้อตกลงเพื่อการรีไซเคิลนี้เป็นความร่วมมือทั้งจากด้านผู้บริโภค ผู้ใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์และผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านสารสนเทศและเป็นการรุกหน้าของทางภาคอุตสาหกรรมเพื่อจัดระบบการทิ้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เสื่อมสภาพสู่สิ่งแวดล้อม (electronic waste management)

Read the rest of this entry »

Share
ส่วนผสมของพืชจากทุ่งหญ้าแพรรี่เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ
Dec 26th, 2010 by wilailuck 31 views

ส่วนผสมต้นหญ้าและพืชท้องถิ่นในทุ่งหญ้าแพรรี่ (prairies) สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuel) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างข้าวโพดและถั่วเหลือง ทั้งใช้ปริมาณที่วัตถุดิบน้อยกว่าและยังปลดปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในระดับที่ต่ำกว่า ซึ่งนับว่าทำให้สภาพอากาศดีขึ้น 

ปัจจุบันมีการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ข้าวโพดเพื่อการผลิตเอทานอลและถั่วเหลืองเพื่อการผลิตไบโอดีเซลกันอย่างแพร่หลายเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันปิโตรเลียม แต่เนื่องจากการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากวัตถุดิบทางการเกษตรจำเป็นจะต้องใช้ยาฆ่าแมลง น้ำ และปุ๋ยปริมาณจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อคำนึงถึงต้นทุนการผลิตตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงยังไม่นับว่าเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/388—-12550

Share
ข้าวดัดแปลงพันธุกรรม
Dec 17th, 2010 by kusa 263 views

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ให้การรับรองพันธุ์ข้าวที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมซึ่งสามารถผลิตโปรตีนที่มนุษย์ใช้เป็นภูมิคุ้มกันต่อต้านโรคท้องร่วง (anti-diarrhea) พันธุ์ข้าวนี้พัฒนาและปลูกที่มลรัฐแคนซัส บริษัท Ventria Bioscience บริษัทฯ ได้พัฒนาพันธุ์ข้าวขึ้น 3 ชนิด โดยพันธุ์ข้าว 2 ชนิดแรกผลิต lactoferrin และ lysozyme มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ปกติพบในน้ำนมแม่และในน้ำลาย จากผลการวิจัยในเด็กที่ท้องร่วงรุนแรงได้รับประทานข้าวชนิดนี้จะหายเร็วกว่าการรักษาด้วยสารละลายน้ำเกลือโดยเฉลี่ย 1 วันครึ่ง ส่วนพันธุ์ข้าวชนิดที่สามสามารถผลิตโปรตีนอัลบูมิน (albulmin) เป็นโปรตีนในเม็ดเลือดที่ใช้รักษาทางการแพทย์ ซึ่งทางกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้สรุปว่าพันธุ์ข้าวดัดแปลงพันธุกรรมนี้มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/382—-32550

Share
สหรัฐฯ ตั้งศูนย์วิจัยใหม่ 2 แห่ง ศึกษาผลกระทบของวัสดุนาโน
Nov 19th, 2010 by titima 53 views

NSF และ USEPA สนับสนุนงบ 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนาโน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 National Science Foundation (NSF) และ United States Environmental Protection Agency (USEPA) ประกาศสนับสนุนงบประมาณ 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยแห่งใหม่ เพื่อศึกษาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนาโน โดยมีมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) และมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจอลิส (UCLA)เป็นผู้นำ

เหตุผลของการสนับสนุนเรื่องดังกล่าว คือ เมื่อนักวิจัยต่างๆ สามารถเข้าใจว่าอนุภาคนาโนในมิติใดมิติหนึ่งทำปฏิกิริยากับสิ่งแวดล้อมอย่างไรแล้ว ก็จะสามารถนำข้อมูลมาปรับปรุงการประเมินความเสี่ยง รวมถึงการช่วยให้ได้ข้อมูลที่ดีกว่าเดิมแก่ผู้วางนโยบาย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีนาโนในเชิงพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันวัสดุนาโนมีการผลิตเป็นอุตสาหกรรมแล้ว แต่ยังไม่มีการควบคุมดูแลเป็นการเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม

ศูนย์วิจัย 2 แห่งที่วางแผนดำเนินการ ได้แก่

  1. ศูนย์ที่ตั้งที่  UCLA คือ UCCEIN ย่อมาจาก University California Center for Environmental Implications for Nanotechnology โดยตั้งภายใต้สถาบัน Californai Nanosystem Institute ด้วยงบประมาณ 24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้จะเน้นการพัฒนาแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อคาดการณ์ถึงผลของวัสดุนาโนแบบต่างๆ ที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยใช้การทดลองในเซลล์ และสัตว์ทดลอง
  2. ศูนย์ที่ตั้งที่ มหาวิทยาลัยดุ๊ก คือ CEINT ย่อมาจาก (Center for Environmental Implications of Nanotechnology) ด้วยงบประมาณ 14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเน้นเรื่องเส้นทางและการแพร่กระจายของวัสดุนาโนที่เกิดจากธรรมชาติและผลิตขึ้นจากอุตสาหกรรมในระบบนิเวศวิทยา ซึ่งได้เริ่มวางแผนสร้างระบบทดลองทางนิเวศวิทยาในป่าใกล้สถาบันและศึกษาอนุภาคนาโนของแร่ที่มีโลหะ

การจัดตั้งศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังความพยายามของประเทศต่างๆ ที่ยกเรื่องผลกระทบของวัสดุนาโนที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย ทั้งนี้ศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง มีหน้าที่สนับสนุน National Nanotechnology Institute (NNI) ซึ่งเป็น consortium ของหน่วยงานรัฐ รวม 25 แห่ง เพื่อศึกษา ควบคุมและดูแลเทคโนโลยีนาโน

ความคาดหวังจากการจัดตั้งศูนย์วิจัยดังกล่าว คือ การช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เรียนรู้เกี่ยวกับอันตรายของวัสดุนาโน และความพยายามคาดการณ์ความเสี่ยง ขณะที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าไปในแต่ละวัน

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่  http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/316—-102551–2551

Share
รวมลิงค์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของไทย
Sep 26th, 2010 by supaporn 190 views

ในประเทศไทยมีหน่วยงานที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบาย การให้บริการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมตามบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป จึงขอรวบรวมลิงค์แหล่งสารสนเทศด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของไทย ไว้ดังนี้

กระทรวงพลังงาน
กรมเชื้อเพลิงพลังงาน
กรมธุรกิจพลังงาน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ทดแทน
สำนักนโยบายและแผนพลังงาน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กรมควบคุมมลพิษ
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิสถาบันพลังงานทดแทน เอทานอล-ไบโอดีเซล แห่งประเทศไทย
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
โครงการเครือข่ายสารสนเทศด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (TEENET)
TEENET-CU
TEENET-KMUTT
TEENET-KKU
TEENET-AIT
TEENET-CMU
TEENET-DEDE
TEENET-FTI
TEENET-EFE
TEENET-TEI

ติดตามอ่านแนะนำหน่วยงานดังกล่าว ได้ที่ แหล่งสารสนเทศด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของไทย

Share
วิสัยทัศน์สู่ยุครถยนต์ใช้ไฟฟ้า
Sep 21st, 2010 by duangkamol 62 views

นาย Michael Horn นักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีอวกาศ และนักวิจัยทางด้านวัสดุศาสตร์ได้นำเสนอความคิดเรื่องการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ไว้ในนิตยสาร Futurist ประจำเดือนมีนาคม-เมษายน 2010 ว่าก่อนกลางศตวรรษที่ 21 ประเทศสหรัฐฯ จะเปลี่ยนเชื้อเพลิงของรถยนต์จากน้ำมัน เป็นไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสหรัฐฯ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ปัญหาของการใช้น้ำมันในรถยนต์ คือการปล่อยก๊าซที่เป็นพิษสู่สภาพแวดล้อมเป็นจำนวนมากนอกจากนี้น้ำมันยังเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมากสำหรับเศรษฐกิจที่พึ่งพาแต่น้ำมันเป็นหลัก จึงมีความคิดที่จะมองหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนน้ำมัน  ด้านดีของรถยนต์ใช้ไฟฟ้า คือ ประหยัดค่าใช้จ่ายเนื่องจากรถยนต์มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยไม่มีส่วนที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การเร่งความเร็วทำได้เร็วกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เพราะไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และสายพาน  แต่สิ่งสำคัญต้องทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยการสร้างสถานีสำหรับการชาร์ตพลังงานไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ต้องสร้างแบตเตอรี่ กับเครื่องชาร์ตไฟฟ้าให้มีมาตรฐานแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์ตไฟฟ้าได้ทุกแห่งแนวความคิดเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในการออกกฎข้อบังคับกับเจ้าของปั๊มน้ำมันแต่ละแห่ง
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/232—-32553

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa