นายกรัฐมนตรี ย้ำจะผลักดันงบประมาณด้านการวิจัยให้สูงขึ้นเป็น 0.5% ของ GDP พร้อมกระตุ้นภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการวิจัยและเข้าถึงฐานข้อมูลได้มากขึ้น
ในการเปิดการประชุม “การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2553 (Thailand Research Expo 2010)” ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยเนื้อหาได้กล่าวถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างด้านต่างๆ ของประเทศไทย เพื่อเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ กำลังปัญญา และความร่วมมือ เพื่อให้เกิดกลไกและวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างสมดุล ซึ่งต้องใช้ความรู้ในลักษณะการวิจัยเป็นตัวขับเคลื่อนและส่งเสริมให้ประเทศก้าวสู่อนาคตด้วยปัญญา
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาหนึ่งของประเทศ คือ ทำอย่างไรจึงจะส่งเสริมให้มีนักวิจัยเพิ่มมากขึ้น เพราะในปี 2550 ประเทศไทยมีนักวิจัยที่ทำงานเต็มเวลาประมาณ 21,392 คน หรือคิดเป็น 3.39 คน : ประชากร 10,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุดมศึกษาประมาณ 65% ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องพยายามสนับสนุน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของประเทศจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนกับ GDP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ กลับลดลง คือ
- ปี 2546 เท่ากับ 0.26
- ปี 2548 เท่ากับ 0.24
- ปี 2550 เท่ากับ 0.21
อย่างไรก็ตามในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ได้ตั้งเป้าการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาของประเทศไว้ที่ 0.5% ของ GDP ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและความจำเป็นในด้านต่างๆ รวมถึงนโยบาย 1 จังหวัด 1 มหาวิทยาลัย และการกระตุ้นให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานวิจัยและเข้าถึงฐานข้อมูลได้มากขึ้น เพื่อสร้างบุคลากร ทั้งการสนับสนุนการศึกษา การจูงใจให้เกิดความสนใจในการวิจัยและการสร้างสรรค์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างผลงานวิจัยที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรียบเรียงจาก
นายกฯ ย้ำเพิ่มงบวิจัยเป็น 0.5 ของ GDP พร้อมกระตุ้นให้เอกชนทำวิจัยมากขึ้น . Engineering today. 8, 94 (ต.ค. 2553) : 20.