น้ำแข็งในระบบสุริยะ : แหล่งที่มาของน้ำบนพื้นผิวโลก
นักวิทยาศาสตร์ต่างมีความเชื่อกันมานานแล้วว่าดาวหางหรือชนิดของอุกาบาตในยุคดึกดำบรรพ์ที่เรียกว่า carbonaceous chondrite นั้นเป็นแหล่งของแร่ธาตุที่ระเหยได้ได้โลกยุคต้นซึ่งรวมไปถึงธาตุไฮโดรเจน ไนโตรเจน และคาร์บอน และมีความเป็นไปได้ที่มันจะเป็นแหล่งของสารอินทรีย์อีกด้วย ความเข้าใจถึงแหล่งที่มาของแร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญต่อการค้นหาความจริงว่า อะไรคือแหล่งกำเนิดของน้ำและสิ่งชีวิตต่าง ๆ บนพื้นโลกของเรา
Read the rest of this entry »
หลังจากการสำรวจและศึกษาระบบสุริยะโลกนอกมาเป็นเวลานานของนักดาราศาสตร์หลายๆ ท่าน ขณะนี้นักดาราศาสตร์ได้ยืนยันแล้วว่า ระบบสุริยะแบบเราไม่ได้เป็นระบบสุริยะที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแบบเดียวในเอกภพแน่นอนแล้ว หลังจากมีการค้นพบระบบดาวเคราะห์ที่มีระนาบการโคจรแบนราบและมีลำดับของดาวเคราะห์ชัดเจนแบบระบบสุริยะของเรา
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า คณะนักดาราศาสตร์สากล ได้เปิดเผยข้อมูลการสำรวจพบดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ซึ่งอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เหมือนโลกมนุษย์ เนื่องจากมีปํจจัยเอื้อต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ น้ำ โดยดาวดวงนี้อยู่นอกระบบสุริยะ ห่างจากโลกประมาณ 22 ปีแสงทีมนักดาราศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลจากศูนย์สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ยูโรเปียน เซาเทิร์น เกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งชื่อว่า “จีเจ 667 ซีซี” ที่รู้จักกันในนาม ดาวแคระชั้น เอ็ม ซึ่งเปล่งประกายความร้อนน้อยกว่าดวงอาทิตย์มาก และมีดาวเคราะห์อย่างน้อย 3 ดวง กำลังโคจรรอบๆ มัน โดยหนึ่งในนั้นคือดาว จีเจ 667 ซีซี ดูเหมือนจะโคจรในระยะใกล้ มันดูดซับแสงและพลังงาน และ อุณหภูมิพื้นผิวของมันคล้ายกับโลก ซึ่งอาจจะมีน้ำบนดาวเคราะห์ด้วย โดยดาวจีเจ 667 ซีซี จะมีพื้นผิวเป็นหินขรุขระ โคจรรอบดาวหลักของมันทุก 28.15 วัน ซึ่งหมายถึง 1 ปีของมันเท่ากับประมาณ 1 เดือนของโลก และมีมวลอย่างน้อย 4.5 เท่าของโลก นายกิลเลม อังกลาดา-เอสกูด์ แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์คาร์เนกี กล่าวว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นตัวอย่างใหม่ที่ดีที่สุด และมีความเป็นไปได้ที่สุด ที่จะพบของเหลว หรือสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนนั้น
รายการอ้างอิง : เดลินิวส์. พบดาวคล้ายโลกนอกสุริยะจักรวาล. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.dailynews.co.th/world/10602. (วันที่ค้นข้อมูล : 7 มิถุนายน 2555).
การค้นหาหรือค้นพบดาวดวงใหม่ที่มีลักษณะทางกายภาพคล้ายโลกนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจเสมอ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติที่นับวันจะเพิ่มความรุนแรง บ่อยครั้งมากขึ้น และกระจายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
จากคำบอกเล่าของ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงที่มาของภารกิจนักดาราศาสตร์ระดับโลกว่า มีการค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลกมานานแล้ว เพียงแต่เดิมกล้องโทรทรรศน์ธรรมดายังไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ปัจจุบันกล้องโทรทรรศน์ของนาซา มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากจนสามารถที่จะค้นพบสิ่งที่อยู่ไกลออกไป และหน่วยค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาลที่คาดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากของนาซาก็คือ ยานอวกาศเคปเลอร์ ที่ค้นพบระบบดาวคู่ที่เรียกว่า เคปเลอร์ 16 หรือเคปเลอร์ 16 เอ และ 16 บี นอกจากนี้ยังพบว่ามีดาวเคราะห์โคจรอยู่รอบระบบดาวฤกษ์คู่นี้อีกด้วย
ดร.จอน เจนคินส์ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน SETI ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ ในการศึกษาแสงโค้งประหลาด และการค้นพบดังกล่าวนี้ได้เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Astrophysical Journal ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยว่าได้ค้นพบสิ่งที่แปลกประหลาดเมื่อทำการสำรวจแสงประหลาดจากดาวที่อยู่ห่างออกไป 1,500 ปีแสง โดยแสงประหลาดดังกล่าวนั้น ได้มาจากหางเศษหินที่มาจากดาวเคราะห์หินแข็งขนาดไม่ใหญ่กว่าดาวพุธมาก ลักษณะคล้ายคลึงกับดาวหาง มีการโคจรอยู่ใกล้กับดาวฤกษ์สีส้มนามว่า KIC-12557548 โดยมีระยะเวลาการโคจรครบรอบเพียง 15 ชั่วโมงเท่านั้น อุณหภูมิของดาวฤกษ์ดวงดังกล่าวอยู่ที่ 4,200 องศาเซลเซียส พื้นผิวของดาวเคราะห์ดังกล่าวน่าจะสูงประมาณ 1,800 องศาเซลเซียส ซึ่งร้อนพอที่จะหลอมละลายและทำให้หินแข็งกลายเป็นไอขนาดเล็กกว่าไมครอน ก่อให้เกิดหางฝุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝุ่นของไพร็อกซีน หรืออลูมิเนียมออกไซด์
ถือว่าเป็นความโชคดีมากๆ ที่ได้พบดาวหางนอกระบบสุริยะดวงนี้ เพราะนอกจากจะเป็นตัวอย่างอันแรกในวงการธรณีวิทยานอกโลกแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่สิ่งที่เราตรวจจับได้เป็นดาวเคราะห์หินแข็งอีกด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก :
http://www.vcharkarn.com/vnews/154355
http://www.abc.net.au/science/articles/2012/05/23/3509472.htm
โลกเป็นดาวเคราะห์ที่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สาม และเป็นดาวเคราะห์ที่พิเศษเพียงหนึ่งเดียวในระบบสุริยะจักรวาล เพราะโลกเท่านั้นที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมที่ทำให้น้ำคงสภาพอยู่ได้ และโลกยังเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีวิวัฒนาการจนมีออกซิเจนในบรรยากาศ ปัจจัยทั้งสองประการส่งผลให้ “โลก” มีสิ่งมีชีวิตนานาชนิดเกิดขึ้น ดังนั้น คำถามที่ว่า “โลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร” Read the rest of this entry »
บนดวงอาทิตย์มีการปะทุอยู่บ่อยครั้ง จึงเป็นเรื่องน่าคิดเหมือนกันว่าการที่ดวงอาทิตย์ปะทุตัวเองบ่อยๆนั้น จะก่อให้เกิดอะไรกับโลกของเราบ้าง….??
สภาพอวกาศ หรือ Space Weather คือปรากฏการณ์ที่เกิดจากกิจกรรมของดวงอาทิตย์ เช่น การปะทุที่ผิวดวงอาทิตย์ การปลดปล่อยมวลนิวเคลียร์ การเกิดพายุสุริยะ ปรากฏการณ์ต่างๆ เหล่านี้ทำให้อนุภาคที่มีประจุอย่างโปรตรอนและอิเล็กตรอน พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกเหตุการณ์ดังกล่าวจึงส่งผลกระทบต่อโลกและการดำรงชีวิตของมนุษย์โดยตรง เมื่ออานุภาคดังกล่าวเดินทางจากดวงอาทิตย์มายังโลกและชนเข้ากับก๊าซในชั้นบรรยากาศโลกแล้วแตกตัวจนเกิดการเรืองแสงออโรล่าซึ่งมองเห็นเป็นเงาแสงสว่างหลากสีบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน สภาพอวกาศก่อให้เกิดผลกระทบกับโลกของเรามากมายเช่น ผลกระทบต่อยานอวกาศ และดาวเทียม ระบบไฟฟ้าที่สนามแม่เหล็กโลก รวมถึงการสื่อสารของคลื่นวิทยุ… เรื่องราวเหล่านี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พวกเราต้องหมั่นติดตามข่าวสารเพื่อหาหนทางและการเตรียมรับมือ เพราะเราไม่สามารถมีโอกาสรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับโลกของเราเมื่อไหร่
ติดตามชมวิดีโอรายการวันละนิดวิทย์เทคโน ตอน “สภาพอวกาศคืออะไร” ได้ที่นี่ แหล่งที่มา : วันละนิด วิทย์เทคโน ตอน สภาพอวกาศคืออะไร. ดำเนินรายการโดย พิพัฒน์ วิทยาปัญญานันท์. โมเดิร์นไนน์ทีวี.
สิ่งที่น่าสนใจอีกส่วนหนึ่งของเอกภพวิทยา ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2552 คือ การทำ Time Line of Astronomy ขอสรุปมา ดังนี้