ยาปฎิชีวนะ ยาปฎิชีวนะของเด็กต้องผสมน้ำก่อนใช้ยา ยาปฎิชีวนะหรือที่ชอบเรียกกันว่า ยาฆ่าเชื้อหรือยาแก้อักเสบ มักทำเป็นยาผงน้ำเชื่อมแห้งบรรจุในขวดยา ต้องผสมด้วยน้ำสุกที่เย็นแล้วให้ได้ปริมาตรตามที่กำหนดก่อนใช้ยา หากได้รับยาชนิดเดียวกันหลายๆ ขวดให้ผสมทีละขวด Read the rest of this entry »
ผลกระทบของยาปฏิชีวนะต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันผู้บริโภคใส่ใจในการเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพจะช่วยส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เทคโนโลยีจึงถูกนาเข้ามาเพื่อประโยชน์ในการพัฒนา และเพิ่มคุณภาพของผลผลิตซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตมีการนำยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตพืชและสัตว์อย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาและเมื่อมีการใช้ยาปฏิชีวนะที่มากจนเกินไป ปัญหาที่เกิดตามมาคือ การดื้อยาโดยเกิดขึ้นเมื่อยาปฏิชีวนะไปรวมตัวกับยีนต้านทานยา (Resistance Gene) จนก่อให้เกิดโรคดื้อยาตามมา และสามารถแพร่กระจายไปยังสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และสิ่งแวดล้อมได้ทั้งนี้ โรคดื้อต่อยาปฏิชีวนะสามารถถ่ายทอดไปยังมนุษย์ได้หลายทาง เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะในการทาฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เมื่อมีการนำเนื้อสัตว์ หรือนมวัวดิบมาประกอบอาหาร มนุษย์ก็จะได้รับโรคดื้อต่อยาปฏิชีวนะจากอาหาร จากนั้นโรคดังกล่าวก็จะแพร่กระจายในกลุ่มมนุษย์ต่อไป
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/463—-32554
นักวิชาการทางการแพทย์มหาวิทยาลัยบอสตันค้นพบกระบวนการใหม่ในแบคทีเรียขณะที่แบคทีเรียเผชิญกับยาปฏิชีวนะ
ปัจจุบันมียาปฏิชีวนะสำหรับเชิ้อแบคทีเรีย 3 ชนิดที่ใช้กันประจำ โดยแต่ละชนิดมีเป้าหมายไปขัดขวางการทำงานของแบคทีเรียต่างกัน แต่ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันพบว่าวิธีทั้ง 3 มีความเหมือนกันมากกว่าที่เคยเข้าใจ และความเหมือนกันอาจจะเป็นหนทางให้มนุษย์ต่อสู้กับอาการดื้อยาของแบคทีเรียได้ สิ่งนั้นได้แก่ การผลิตอนุมูลอิสระที่มากเกินพอ ตัวอนุมูลอิสระ ได้แก่ โมเลกุลต่างๆ ที่มีประจุลบอิสระ หรือมีอิเล็กตรอนที่ไม่มีคู่ ซึ่งเป็นเสมือนอาวุธที่ทำลายดีเอ็นเอ โปรตีนหรือไขมันในผนังเซลล์ กระบวนการดังกล่าวส่งผลให้เกิดสภาพที่แบคทีเรียมีอนุมูลอิสระมากเกินไป ส่งผลให้แบคทีเรียพิการหรือถูกทำลายในที่สุด และในอนาคตวิธีการรักษาแบบที่ทำอย่างไรให้สามารถเพิ่มอนุมูลอิสระต่างๆ ได้จะช่วยลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะลง และขณะเดียวกันจะช่วยให้แบคทีเรียที่ดื้อยาพ่ายต่อยามากขึ้น หรือมีการพัฒนาไปสู่ยาปฏิชีวนะแบบใหม่
ในที่สุดการค้นพบครั้งนี้อาจช่วยฟื้นฟูการพัฒนายาปฏิชีวนะข้างเดียวที่ไม่สามารถใช้ได้แล้วเนื่องจากระดับยาที่ใช้รักษาใกล้เคียงกับระดับยาที่เป็นพิษต่อร่างกาย หากกระบวนการค้นพบดังกล่าวช่วยลดระดับยาที่ใช้บำบัดจะทำให้ยาที่เป็นอันตรายในอดีตกลับมาเป็นยาที่ปลอดภัยสำหรับคนไข้ได้
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/391—-122550
ยาปฏิชีวนะมุ่มวิจัยเอ็นไซม์ penicillin-binding proteins (PBSs) เป็นเป้าหมายหลักของโมเลกุลของยา PBS เป็นเอ็มไซม์ทำหน้าที่ในกาสร้างผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย มี 2 สกุล (domains) คือ transpeptidase (TP) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ เช่น ยาตระกูลเบต้าแลคแทม (B-lactam) ซึ่งพบการดื้อยามาก ล่าสุดนักวิจัยได้ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของเอ็นไซม์ ซึ่งสามารถสร้างโครงสร้าง PBS ทั้งแบบมีและไม่มีตัว inhibitor บรรจุอยู่ ผลวิจัยพัฒนายาปฏิชีวนะรุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงกว่ายาที่ใช้ในปัจจุบันเน้นที่ความสามารถจับเฉพาะกับส่วนประกอบของผนังเซซฃลล์ของแบคทีเรีย ยังไม่ปรากฎผลการดื้อยา
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/382—-32550