นักชีววิทยาส่วนใหญ่มุ่งความสนใจไปที่ “รหัสพันธุกรรม” แต่ที่ศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศด้านการสร้างภาพระดับโมเลกุล
นักชีววิทยาส่วนใหญ่มุ่งความสนใจไปที่ “รหัสพันธุกรรม” แต่ที่ศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศด้านการสร้างภาพระดับโมเลกุล กลับจดจ่ออยู่กับสิ่งที่มีขนาดใหญ่กว่ารหัสพันธุกรรม ซึ่งเรียกว่า “เซลล์” Read the rest of this entry »
ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ที่ช่วยให้การผ่าตัดมีความถูกต้องแม่นยำ และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และสูญเสียเลือดจำนวนมาก
การผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด หรือ Robotic Surgery มูลค่า 85 ล้านบาท ของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตัวแรกที่ประจำในโรงพยาบาลระดับภูมิภาค และเป็นตัวที่ 4 ของประเทศ โดย 3 ตัวแรกอยู่ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร
Read the rest of this entry »
โครงสร้างของศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ (ศฟ.) อยู่ภายใต้การบริหารของ สกอ. โดย สำนักพัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศฟ. แบ่งหน่วยงานออกเป็น 5 หน่วย คือ - สำนักงานกลาง ศฟ. (ฝ่ายบริหาร ฝ่ายวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ฝ่ายบัณฑิตศึกษา) - ศูนย์วิจัยทางฟิสิกส์ของฟิลม์บาง - ศูนย์วิจัยทางฟิสิกส์ของลำอนุภาคและพลาสมา - ศูนย์วิจัยทางฟิสิกส์นาโนสเกลฟิสิกส์ - ศูนย์วิจัยทางฟิสิกส์บูรณาการ - ศูนย์วิจัยทางฟิสิกส์คำนวณและทฤษฎี โดยมีนักวิจัยจากภาควิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยรัฐทั่วประเทศได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมดำเนินการมีห้องปฏิบัติการในเครือข่ายรวม 23 แห่ง แยกเป็นคลัสเตอร์ต่างๆ
แหล่งที่มา : รายงานประจำปีงบประมาณ 2552 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ (ศฟ.)
วันที่ 25 – 26 กุมภาพันธ์ 2553 ผอ.สุภาพร และอาจารย์บุญเลิศ ได้รับเชิญจากภาควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำการจัดกิจกรรมสัมมนาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่นำเสนอประเด็นน่าสนใจหลากหลายเกี่ยวกับกาีรศึกษาและแนวทางการประยุกต์ใช้ Open Source Software, Freeware และเทคโนโลยีเว็บ 2.0 เพื่อการจัดการห้องสมุด การบริการทรัพยากรสารสนเทศ อันเป็นหนึ่งรายวิชาที่ภาควิชาฯ ดำเนินการร่วมกับ STKS ทั้งนี้นักศึกษาได้นำเสนออย่างหลากหลาย และมีแนวทางการศึกษาที่น่าสนใจมาก หากมีโอกาส STKS จะร่วมกับภาควิชาฯ นำเสนอผลการศึกษาต่อไป
รศ.อังสนา ธงไชย อาจารย์ประจำภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นับเป็นอีกท่านหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ OSS & Freeware ในการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม เบื้องต้นอาจารย์ได้กล่าวไว้ในงานประชุมวิชาการของ STKS ที่ผ่านมาว่า การจัดการเรียนการสอนหลายวิชา่ของภาคฯ เกิดปัญหาว่าเน้นแต่ทฤษฎี เช่น วิชาการจัดการห้องสมุดอัตโนมัติ การลงรายการ ห้องสมุดดิจิทัล เพราะซอฟต์แวร์ระบบงานจริงของห้องสมุดมีราคาแพงมาก นักศึกษาไม่มีโอกาสได้สัมผัสจนกว่าจะได้เข้าไปทำงานจริง ซึ่งส่งผลให้นักศึกษาไม่มีประสบการณ์จริง และเบื่อกับการเรียนทฤษฎี
อาจารย์อังสนา ได้ใช้ Online Communites กับเครือข่ายต่างๆ ในต่างประเทศ เป็นช่องทางปรึกษาว่ามีวิธีใดบ้างที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ โดยคำตอบที่ได้รับก็คือ การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ OSS มาเป็นเครื่องมือจัดกระบวนการเรียนการสอน แต่เนื่องจากการใช้ OSS เฉพาะสาขานี้ยังไม่มีหรือมีน้อยมากในประเทศไทย รวมทั้งเป็นซอฟต์แวร์ใหม่ ไม่มีเอกสารคู่มือ ทำให้อาจารย์ก็หันมาดูว่าในประเทศไทยมีใครบ้างที่ใช้ซอฟต์แวร์กลุ่มนี้ จนกระทั่งได้ทราบจาก อ.ประดิษฐา อดีตผู้อำนวยการ TIAC ว่า TIAC (ปัจจุบันคือ STKS) เริ่มจับซอฟต์แวร์กลุ่มนี้ จนเกิดเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาควิชาฯ ผ่านอาจารย์อังสนา และ STKS ร่วมจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยนำ OSS & Freeware ไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือการเรียนการสอนภาคปฏิบัติ รวมทั้งจัดสัมมนาวิชาการในพื้นที่ภาคเหนือถึง 2 ครั้งภายใต้ชื่อโครงการ STKS สัญจร นับเป็นภาควิชาแรกที่ร่วมจัดกิจกรรมกับ STKS มากที่สุด รวมทั้งเป็นภาควิชาแรกก็ว่าได้ที่จัดหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย OSS อย่างเป็นรูปธรรม ในรายวิชา ม.บร. 436 โปรแกรมโอเพนซอร์สสำหรับการจัดการสารสนเทศ
นับเป็นปีที่ 2 แล้วที่ STKS ร่วมจัดกิจกรรมสัมมนาวิชาการร่วมกับภาควิชาบรรณารักษ์ มช. ณ ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ มช. วันที่ 18 – 19 ก.ค. โดยครั้งนี้มีทั้งประเด็น Web 2.0, OSS & Freeware, Reference 2.0 และ KM นับเป็นการสัมมนาที่มีเนื้อหาหลากหลาย มีผู้เข้าร่วมทั้งบุคลากรของภาคฯ นักศึกษาระดับปริญญาตรีและโท ทุกระดับชั้น รศ.อังศนา ธงไชยและ รักษาการผู้อำนวยการ ศวท. (สุภาพร) ก็ตั้งเป้าที่จะจัดสัมมนาร่วมกันทุกปี
เวลา 5 ปีกว่าๆ ที่ทำงานส่งเสริมการใช้ OSS ของ NECTEC และ STKS ผมพบว่าการส่งเสริมการใช้ OSS ในสถานศึกษาเป็นไปได้น้อยกว่าหน่วยงานหรือองค์กรอื่นๆ และหวังมาตลอดว่าจะได้มีการส่งเสริมการใช้ OSS และการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย OSS อย่างเ็ป็นรูปธรรม ในที่สุดก็ได้พบกับ รศ.อังสนา ธงไชย ืหัวหน้าภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประทับใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อทราบว่าท่านได้จัดหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย OSS ให้กับนิสิตทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทอย่างเป็นรูปธรรมถึง 2 รายวิชา อีกทั้งประทับใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รับเชิญเป็นวิทยากรให้ความรู้กับคณาจารย์และนิสิต เพราะคณาจารย์และนิสิตให้ความสนใจ และตั้งใจศึกษามาก ในงานสัมมนาวิชาการของ sTKS เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ ได้เรียนเชิญ รศ.อังสนา เป็นวิทยากรร่วมเสวนา ได้รับข้อคิดเยอะมากเกี่ยวกับการประยุกต์มใช้ OSS กับการจัดการเรียนการสอน โดยเนื้อหาการประยุกต์ใช้ดังกล่าวผมอยู่ระหว่างการประมวล และรวบรวม ท่านที่ีสนใจรอติดตามได้ครับ