ภาพถ่ายระยะไกล ทำให้เห็นภูเขาไฟเอตนาในซิซิลี ประเทศอิตาลี พ่นเถ้าถ่านลาวาออกมาอย่างรุนแรง ให้ภาพที่สวยงามและอันตรายไปพร้อมๆ กัน
รายการอ้างอิง :
“สวยเพชรฆาต”, กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, วันที่ 13 เมษายน 2555 11:14 น.
มีหลักฐานพบว่า มีการระเบิดครั้งใหญ่สุดถึงระดับแปดที่อดีตภูเขาไฟโตบา ซึ่งนับเป็นภูเขาไฟยักษ์ (supervolcano) ปัจจุบันกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ยาว 100 กิโลเมตร กว้าง30 กิโลเมตร และลึกสุด 505 เมตร อยู่บริเวณตอนกลางของภาคเหนือของเกาะสุมาตราและสูงประมาณ 900 จากระดับน้ำทะเล นับเป็นทะเลสาบจากภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก การระเบิดของภูเขาไฟโตบานี้ เกิดขึ้นเมื่อราว69,000 -77,000 ปีที่ผ่านมา Read the rest of this entry »
อินโดนีเซียมีชื่อเสียงในเรื่องความมหัศจรรย์ทางภูมิศาสตร์ นั่นคือเป็นดินแดนแห่งเกาะนับหมื่น และมีภูเขาไฟกว่า 150 ลูก (ราวร้อยละสิบของภูเขาไฟทั่วโลก) ทั้งนี้ เพราะเป็นภูมิประเทศที่อยู่ในเขตมุดตัวของเปลือกโลก (subduction zones) ระหว่างแผ่นยูเรเชีย และแผ่นอินโด-ออสเตรเลีย ภูเขาไฟบางลูกส่งผลอย่างรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมในอากาศของโลก เช่น ภูเขาไฟกรากาตัว เมื่อ พ.ศ.2426 ก่อนหน้านั้นคือเมื่อ พ.ศ.2358 ภูเขาไฟตามโบราระเบิดอย่างรุนแรงที่สุดในในประวัติศาสตร์มีผู้เสียชีวิตกว่าเจ็ดหมื่นคน ขณะที่ในสมัยโบราณคือ เมื่อราว 74,000 ปีก่อนหน้านี้ ก็มีภูเขาไฟขนาดยักษ์ระเบิดอย่างรุนแรง จนเกิดทะเลสาบภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภูเขาไฟในอินโดนีเซียนั้นตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า วงแหวนไฟแห่งแปซิฟิก (Pacic Ring of Fire) คือแนวตำแหน่งแผ่นดินไหวและภูเขาไฟมีพลัง บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกสำหรับภูเขาไฟในอินโนนีเซียนั้นแบ่งเป็นหกภูมิภาคคือ Read the rest of this entry »
เป็นชื่อเรื่องของหน้าปก วารสารเนเจอร์ ฉบับวันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 มีเนื้อหาสรุปคือ
ภูเขาไฟที่ประเทศไอซ์แลนด์ที่ได้เกิดปะทุ ก่อให้เกิดฝุ่นเถ้าละออง ฟุ้งกระจายทั่วน่านฟ้าทวีปยุโรป เมื่อเดือน เมษายน 2553 นี้นั้น มีผลกระทบต่อการจจราจรทางอากาศ ถือเป็นการประทุขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากสงบเงียบ มาราว 180 ปี จากการศึกษาวิจัย ด้วยการตรวจวัด 2 ส่วน คือ geodetic กับการเฝ้าดูแผ่นดินไหว พบมีความผิดปกติในรูปแบบ ตัวตั้งต้นที่ทำให้เกิดการปะทุในระยะสั้นของปี 2010 มีเป็นการบอกแบบนัยๆ แต่สัญญานที่ชัดเจนที่จะทำให้เกิดการปะทุ ในช่วงสัปดาห์ เดือน ปี อาจเป็นการให้ข้อมูลที่ให้ร่องรอยที่ดีกว่า ถึงธรรมชาติของ ของการระเบิดที่เกิดหายนะอย่างใหญ่หลวง
รูปภาพ หน้าปก รูปภูเขาไฟกำลังระเบิด ปล่อยเถ้าถ่านออกมาสู่อากาศเป็นจำนวนมาก
อ้างอิง หน้าปก (About the cover) วารสารเนเจอร์ ฉบับที่ 7322 ช่วงวันที่ 12 – 18 พฤศจิกายน 2553
วารสาร The Economist ฉบับล่าสุด April 24 – 30 2010 แสดงภาพหน้าปกด้วย ภาพภูเขาไฟกำลังระเบิด ที่ประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อ กลางเดือน เมษายน นั้น พร้อมคำโปรยหลัก คือ Earthly Powers : The lessons from Iceland
พร้อมนำเสนอบทความที่เกี่ยวข้อง ภายในฉบับ หลายบทความ คือ ในหน้าที่ 9 คอลัมน์ Leaders เสนอบทความเรื่อง Earthly powers : Disasters are about people and planning, not nature’s pomp ในหน้าที่ 54 – 55 คอลัมน์ Briefing Volcanoes and air travel เสนอบทความเรื่อง Small eruption in Iceland ในหน้าที่ 56 เสนอบทความเรื่อง The effect on business and leisure : Volcanic fallout ในหน้าที่ 65 คอลัมน์ Buttonwood เสนอบทความเรื่อง Economies are remarkably resilent to exogenous events. และในหน้าที่ 73 คอลัมน์ Books and arts เสนอบทความเรื่อง A quantum calculation
เชิญติดตามอ่านรายละเอียดแต่ละบทความ ที่ห้องสมุด STKS หรือห้องสมุดอื่นๆที่มีบริการ
ตกเป็นข่าวใหญ่ เมื่อภูเขาไฟ Eyjafjalljökull เกิดประทุอีกครั้ง หลังจากสงบเงียบมานานเกือบ 2 ศตวรรษ ร่วมติดตามเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ภูเขาไฟ Eyjafjalljökull และหายนภัยที่เกิดขึ้น โดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ Read the rest of this entry »
เมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟเป็นอันตรายต่อการบินโดยเป็นอุปสรรคในการมองเห็น อุปสรรคในการควบคุมการบินและทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่ได้ การที่เครื่องบินจะพบกับเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟสามารถเกิดขึ้นได้เพราะเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟปรากฎบนระบบเรดาร์ เมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟสามารถลอยไปได้ไกลจากจุดกำเนิดตัวอย่างเช่น การระเบิดของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์เมื่อเร็วๆ นี้เมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟเคลื่อนที่ปกคลุมพื้นที่ในมหาสมุทรแอตแลนติกทำให้เกิดการขัดข้องของการจราจรทางอากาศเหนือยุโรปตะวันตก เมื่อเครื่องบินหลงเข้าไปในกลุ่มเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟ กลุ่มเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟจะทำลายพื้นผิวของเครื่องบิน เครื่องบังลมและเครื่องยนต์ในขณะที่ระบบระบายอากาศ ระบบไฮดรอลิคและระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถถูกปนเปื้อน เมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟประกอบด้วยอนุภาคที่มีจุดหลอมละลายต่ำกว่าอุณหภูมิภายในของเครื่องยนต์ ระหว่างการบินอนุภาคเหล่านี้จะหลอมละลายอย่างรวดเร็วเมื่อพวกมันเคลื่อนที่ผ่านเครื่องยนต์ เมื่อมันเคลื่อนที่ผ่านกังหันอนุภาคที่หลอมละลายจะทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วและเกาะติดบนใบของกังหันยับยั้งการไหลของก๊าซความดันสูง ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดการไหลที่ผิดปกติของก๊าซความดันสูงอาจจะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์กลางคัน มี Volcanic Ash Advisory Centers (VAAC) ทั้งหมด 9 แห่งทั่วโลกที่จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของเมฆหมอกของขี้เถ้าภูเขาไฟ
ที่มา: http://edition.cnn.com/2010/TRAVEL/04/15/volcanic.ash.aviation.explainer/index.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2553
ตลอดประวัติศาสตร์ที่ได้มีการบันทึกถึงการระเบิดของภูเขาไฟนั้นแต่ละครั้งได้สร้างความเสียหายให้กับมนุษย์เป็นอย่างมาก การไหลของลาวาคร่าชีวิตมนุษย์ด้วยความเร็วในการไหล 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในระแวกนั้นรวมถึงมนุษย์ที่หนีไม่ทันจะมอดไหม้และหายไปอย่างรวดเร็ว ลาวาจากภูเขาไฟได้คร่าชีวิตมนุาย์ไปแล้วไม่น้อยกว่า 200,000 คน การระเบิดของภูเขาไฟทั่วทั้งโลกที่ผ่านมามีประมาณ 17 ครั้ง เป็นระเบิดในเขตร้อน ภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะถึง 11 ครั้ง
การระเบิดของภูเขาไฟครั้งร้ายแรงที่สุดในโลก
ที่มา: ภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของโลก: คู่มือท่องธรรมชาติอันแสนอัศจรรย์. กรุงเทพฯ : รีดเดอร์ ไดเจสท์ (ประเทศไทย), 2542. แปลโดย ปราณี ธนะชานันท์ … [และคนอื่นๆ].
โลกเรานี้มีอายุมากถึง 4.5 พันล้านปีมีลักษณะกลมเป็นลูกบอลที่มีหินหลอมเหลวร้อนอยู่ชั้นภายในสุด และมีเปลือกแข็งเป็นชั้นนอกสุดที่เย็นตัวลงแล้ว โลกประกอบด้วยพื้นผิวเป็นชั้นต่างๆ 5 ชั้น คือ inner core / outer core / lower mantle / upper mantle และ เปลือกแข็ง (crust) เปลือกแข็งชั้นนอก สร้างขึ้นมาด้วยแผ่นเปลือกโลก (plate) ที่มีการเคลื่อนตัวอย่างช้าๆในอัตรา 10 เซ็นติเมตรต่อปี ภายใต้พื้นผิวโลกมีการขับเคลื่อนหมุนเวียนตลอดเวลา พื้นที่บริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลกมีความโน้มเอียงที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยการยกตัวของเปลือกโลก หินที่หลอมเหลวร้อน แมกมา ที่อยู่ภายในหาหนทางที่จะปะทุขึ้นมาชั้นนอก หรือบนสุด เมื่อเคลื่อนที่ถึงผิวนอกสุดก็กลายเป็นการปะทุของภูเขาไฟ การระเบิดออกมา ทำให้เกิดแมกมาในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ ก้อนหินต่างๆ ถูกแรงเหวี่ยง ขว้างออกมา ทำลาย แตกหัก เกิดเปลวไฟลุกไหม้ กับทุกๆสิ่งที่วิ่งไหลผ่าน สิ่งที่ทะลายออกมาเป็นก้อนหินและเถ้าถ่านที่มีความร้อน ไหลท่วมปกคลุมพื้นที่ที่ไหลผ่านสะสมเป็นความหนา Read the rest of this entry »
รู้จักประเภทของภูเขาไฟ และสาเหตุของการระเบิดของภูเขาไฟ Eyjafjallajokull ในประเทศไอซ์แลนด์ ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการคมนาคมทางอากาศของทวียุโรปจนต้องเป็นอัมพาต จากความคิดเห็นของรศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าหน่วยวิจัยธรณีวิทยาแผ่นดินไหวและธรณีแปรสัณฐาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.
Read the rest of this entry »
Eyjafjallajokull ภูเขาไฟที่กำลังเป็นข่าวดัง อ่านว่าอย่างไร?
จากเหตุการณ์การปะทุของภูเขาไฟใต้ฐานน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ที่กำลังเป็นข่าวดัง ณ ขณะนี้ จนส่งผลให้การคมนาคมทางอากาศในทวียุโรปต้องหยุดชะงัก สำนักข่าวทั่วโลกต่างเกาะติดเพื่อรายงานสถานการณ์ความคืบหน้า รวมถึงประชาชนต่างพูดถึงปัญหาดังกล่าว
แต่ขณะเดียวกันการออกเสียงเรียกชื่อของภูเขาไฟ “Eyjafjallajokull” ก็เป็นปัญหาในการรายงานข่าว หรือการสนทนาด้วยเช่นกัน
สำนักงาน CNN ได้จัดทำสกู๊ปเรื่อง “Name that Icelandic volcano” โดยมีประเด็นคำถามที่ว่า คุณสามารถออกเสียงคำว่า “Eyjafjallajokull” ได้หรือไม่?
จากการสำรวจพบว่าผู้ประกาศข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งไม่สามารถออกเสียงได้ หรือออกเสียงผิด ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงที่จะออกเสียงคำดังกล่าวแล้วใช้คำว่า “Volcano” แทน
รายการ Good Morning America ของสถานี ABC ได้นำเสนอประเด็น “Speaking icelandic : How do you say that” โดยแนะการอ่านออกเสียง คำว่า “Eyjafjallajokull” ว่า “EYE-a-fyat-la-jo-kutl” ซึ่งหมายถึง “Eyja-fjalla glacier” หรือ “island-mountain glacier”
- EYE-a หมายถึง island - fyat-la หมายถึง mountain - jo-kutl หมายถึง glacier
สำหรับหนังสือพิมพ์ในเมืองไทยเองก็ออกเสียงคำนี้ต่างกัน เช่น “ไอย์ยาฟิยัลพลาเยอคูดูลล์” หรือ “เอยาฟจาลาโยคูลล์” หรือ “ไอย์ยาฟยัลลาโยกูล” ตัวอย่างการออกเสียงในเว็บไซต์วิกิพีเดีย http://en.wikipedia.org/wiki/File:Eyjafjallaj%C3%B6kull.ogg
ที่มาข้อมูล สำนักข่าว CNN ที่ http://edition.cnn.com/video/#/video/offbeat/2010/04/20/moos.volcano.name.cnn?iref=allsearch เข้าถึงเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2553.