»
S
I
D
E
B
A
R
«
โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดถี่ เพราะภาวะโลกร้อน
May 16th, 2012 by pensiri 61 views

ในช่วงครึ่งศตรรษที่ผ่านมา ภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุให้เกิดสภาวะอากาศโลกผันผวนรุนแรงหลายเหตุการณ์ อาทิ คลื่นความร้อนหรือ heat wave สภาพอากาศมากเป็นประวัติการณ์ และในหลายๆส่วนของโลก เกิดภาวะฝนตกหนัก

ในปีที่แล้ว เกิดเหตุการณ์สภาวะอากาศผันผวนเลวร้ายขึ้นทั่วโลก บิล วิง บอกว่า ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีกันเลยทีเดียว เขาออกสำรวจความเสียหายจากพายุหมุนทอร์นาโดในเมืองซินซินเนติ รัฐ Arkansasในวันขึ้นปีใหม่ ปีที่แล้ว

Read the rest of this entry »

Share
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก
Mar 12th, 2011 by supaporn 17 views

ปัจจัยสำคัญของข้อตกลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก

ปัจจัยสำคัญของข้อตกลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก จากเรื่อง Key element of global deal on climate change  โดย นิโคลัส สเติร์น

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีความจำเป็นที่ทุกประเทศ จะต้องดำเนินการวางแผนในการกำหนดนโยบายลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนในดำเนินการที่จะทำให้บรรลุถึงเป้าหมายของระดับอุณหภูมิหรือความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ และยังจะเป็นการยกระดับความเสี่ยงของผลกระทบโดยไม่สามารถจะทำให้กลับคืนมาเหมือนเดิมเมื่ออุณหภูมิเกินระดับที่จะควบคุมได้

วัตถุประสงค์ของเอกสารนี้ ต้องการที่จะเสนอชุดของข้อเสนอที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันของนโยบายในระดับโลกที่ตอบสนองต่อหลักการ ๓ ประการ คือ
๑. ประสิทธิผล (Effectiveness) ที่นำไปสู่การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในระดับที่กำหนดไว้เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
๒. ประสิทธิภาพ (Efficiency) ของการนำไปสู่การปฏิบัติในแนวทาง ต้นทุนประสิทธิผล (Cost-effective) โดยจะดำเนินการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธีการที่ถูกที่สุด
๓. ความเสมอภาคหรือความเป็นธรรม (Equity) บนความจริงที่ว่า ปัญหาการปลดปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ประเทศที่ยากจน จะเกิดก่อน และมีความรุนแรง ในขณะที่ประเทศที่ร่ำรวยจะมีความรับผิดชอบเป็นพิเศษต่อการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

หมายเหตุ:  เป็น ๑ ใน ๘ รายการ องค์ความรู้ดีๆ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเอกสารบูรณาการองค์ความรู้และเอกสารแปล โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ล้วนน่าสนใจ และน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

Share
เศรษฐศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Mar 12th, 2011 by supaporn 99 views

บทสรุปผู้บริหาร : การทบทวนเอกสารวิชาการว่าด้วยเศรษฐศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย นิโคลัส สเติร์น จากเรื่อง The Economics of Climate Change: The Stern Review

เป็นรายงานที่เลขาธิการสำนักจัดหารายได้สาธารณะ เพื่อนำเสนอต่อเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร เป็นส่วนช่วยเสริมความเข้าใจเพื่อการวิเคราะห์หลักฐานต่างๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ก่อให้เกิดความล้มเหลวของตลาดอย่างรุนแรงในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลต่อระบบตลาดหรือกลไกราคาภายใต้หลักการดุลยภาพของอุปสงค์ อุปทานไม่สามารถจะทำงานได้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการวิเคราะห์ทบทวนระบบเศรษฐกิจ โดยต้องคำนึงถึงเศรษฐศาสตร์ของความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเป็นสำคัญ

ส่วนแรกของรายนี้ จึงเป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบเชิงเศรษฐศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งศึกษาเสถียรภาพของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศโลก ในส่วนที่สอง จะพิจารณาความท้าทายเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพื่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ เพื่อเป็นหลักประกันว่าสังคมจะสามารถปรับตัวและพร้อมรับผลกระทบที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้อันจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

หมายเหตุ: เป็น ๑ ใน ๘ รายการ องค์ความรู้ดีๆ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเอกสารบูรณาการองค์ความรู้และเอกสารแปล โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ล้วนน่าสนใจ และน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

Share
อุณหภูมิโลกอาจสูงขึ้นอีก 4 องศาเซลเซียสในอีก 50 ปี
Feb 1st, 2011 by wilailuck 38 views

ผู้เชี่ยวชาญนักวิทยาศาสตร์และภาคธุรกิจได้จัดทำข้อตกลงและความร่วมมือในการพยายามไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเกินกว่า 2 องศาเซลเซียสเมื่อเปรียบเทียบกับปีฐาน หรือยุคก่อนระบบอุตสาหกรรม ผลสำรวจในปัจจุบันพบว่าหากภาคอุตสาหกรรมยังคงเผาผลาญพลังงานเหมือนกับที่ทำอยู่ในทุกวันนี้ อุณหภูมิของโลกอาจจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 4 องศาภายในต้นทศวรรษที่ 2060

อุณหภูมิที่สูงขึ้นดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งในหลาย ๆ ส่วนของโลก ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นและก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วม จะมีเพียงพืชบางชนิดเท่านั้นที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาวะเช่นนั้น นักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งกล่าวว่า เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นมากไปกว่า 2 องศาเซลเซียส มนุษย์จะต้องไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากไปกว่า 1 แสนล้านลูกบาศก์ตัน ซึ่ง ณ เวลานี้ มนุษย์ได้ปล่อยก๊าซดังกล่าวเกินไปกว่าครึ่งของจำนวนที่กำหนดแล้ว ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงเร็วขึ้น ดังนั้นหากเราไม่ต้องการให้ปัญหาภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นภายในช่วงชีวิตของเรา มนุษยชาติจะต้องเร่งหามาตรการรองรับโดยเร็วที่สุด

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/421—-12554

Share
ทิศทางผลกระทบภาวะโลกร้อน หลังปี 2012
Jan 31st, 2011 by satapon 51 views

การประชุมของรัฐภาคีอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกครั้งที่ 16 (COP16) และพิธีสารเกียวโตครั้งที่ 6 (CMP6) ที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2010 เพื่อเจรจาจัดทำระบอบระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกหลังปี ค.ศ.2012 จบลงด้วยการมีมติรับรองชุดเอกสารที่เรียก “Cancun Agreement” ซึ่งประกอบด้วยเอกสารหลายฉบับ ที่สำคัญอย่างยิ่ง คือเอกสาร 2 ฉบับที่จัดทำออกมาในวันสุดท้ายของการประชุมและให้พิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ ไม่สามารถแก้ไขได้ คือ (1) เอกสารเจรจาของคณะทำงานเฉพาะกิจภายใต้อนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ AWG-LCA Text และ (2) เอกสารของคณะทำงานเฉพาะกิจภายใต้พิธีสารเกียวโต หรือ AWG-KP Text  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

Share
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
Jan 24th, 2011 by waree 54 views

รายงานของ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) คาดว่าผลกระทบที่จะเกิดจากสภาวะโลกร้อน รวมทั้งเกิดความแห้งแล้งและภาวะน้ำท่วมในอนาคตจะมีแหล่งที่ถูกกระทบอย่างหนัก เช่น เขตอาร์กติก (Artic) กลุ่มประเทศแถบแอฟริกาตอนใต้กลุ่มหมู่เกาะเล็ก ๆ และดินแดนลุ่มแม่น้ำในทวีปเอเชีย (deltas of Asia) Read the rest of this entry »

Share
มุมตรงข้ามการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Dec 18th, 2010 by titima 18 views

ข้อสงสัยล่าสุดกำลังเกิดขึ้นเรื่องการทุ่มทรัพยากรทั้งหมดสู่การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพคุ้มค่าหรือไม่

จากการประชุมที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซียเรื่องการตกลงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เพื่อดำเนินการตามพิธีสารเกียวโต พบมีการใช้พื้นที่โลกประมาณ 1% ปลูกพืชเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อผลิตเอททานอลทดแทนการใช้น้ำมัน ขณะเดียวกันมีการปลูกสบู่ดำและปาล์มเพื่อใช้ผลิตน้ำมันดีเซลชีวภาพ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่แพงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล แต่ผลการศึกษาใหม่ที่ออกมานำมาสู่คำถามเรื่องความเหมาะสมของการขยายการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ปริมาณน้ำในการเพาะปลูก การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น ก๊าซไนตรัสออกไซด์ จากการใช้ปุ๋ยปลูกพืชพลังงานชีวภาพ

ตัวอย่างข้อมูลจาก Stockholm Environment Institute สวีเดน ชี้ว่าการขาดแคลนน้ำจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรหยุดชะงัก การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลดลง 50% ภายในปี 2553 โลกจะใช้น้ำประมาณ 4,000-12,000 ลูกบาศก์กิโลเมตรต่อปีมากขึ้นจากเดิม หรือข้อมูลจาก International Institute for Applied System Analysis เมือง Luxemburg ออสเตรเลีย ที่แสดงให้เห็นว่าโลกมีพื้นที่เพียง 250-300 ล้านเฮกเตอร์เพื่อปลูกพืชเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่โลกยังต้องการพื้นที่เพาะปลูกอีก 200 ล้านเฮกเตอร์ เพื่อเลี้ยงประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นอีก 2-3 พันล้านคน ซึ่งหากมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชเชื้อเพลิงชีวภาพจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกอาหารและการทำลายป่าไม้ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น รวมถึงการใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน ซึ่งธาตุไนโตรเจนกลายเป็นก๊าซไนตรัสออกไซด์ ก๊าซเรือนกระจกหนึ่งที่สำคัญ โดย International Panel Climate Change (IPCC) แสดงตัวเลขว่าระหว่าง 1-2% ของไนโตรเจนที่ใส่ในพื้นที่เพาะปลูกจะกลายเป็นก๊าซไนตรัสออกไซด์

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/391—-122550

Share
รายงานของรัฐบาลสหรัฐฯเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทั่วประเทศ
Nov 20th, 2010 by ratana 19 views

การที่โลกมีอุณหมิสูงขึ้น (Global Warming) ได้ส่งผลกระทบแล้วต่อประเทศสหรัฐฯในด้านป่าไม้ แหล่งนํ้า สัตว์ป่าและที่ดินเกษตรกรรม และจะส่งผลต่อเนื่องในด้านลบที่รุนแรงต่อไปในระยะ 25 ถึง 50 ปีในอนาคตภายหน้า

การประเมินผลด้านวิทยาศาสตร์โดยโปรแกรมวิทยาศาสตร์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของสหรัฐฯ หรือ U.S. Climate Change Science Program ได้รายงานประเด็นที่สำคัญถึงการที่มนุษย์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศโดยการเผาไหม้เชื้อเพลิง ฟอสซิล แล้วส่งผลให้สหรัฐฯมีไฟป่าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง กว่าปกติ การมีหิมะตกน้อยลง และการเพิ่มขึ้นของความแห้งแล้ง  ชาวสหรัฐฯ ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เลยจุดที่จะกลับคืนเหมือนเดิมแล้วถึงแม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้มาตรการสำคัญต่างๆในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอีก10 ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในอนาคต และในบางกรณีจะเกิดอย่างรุนแรง

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/328—-62551

Share
แผนที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในโลก
Oct 31st, 2010 by tipparat 111 views

ดาวเทียมในโครงการส่งยานสำรวจคาร์บอนในวงโคจรของโลกหรือโอซีโอ (Orbiting Carbon Observatory : OCO) ซึ่งมีกำหนดการปล่อยสู่วงโคจรในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ดาวเทียมดวงนี้จะเก็บข้อมูลแหล่งที่ปล่อยและที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ แล้วส่งข้อมูลกลับมาเป็นรายวัน ข้อมูลที่ได้จะมีรายละเอียดมากกว่าข้อมูลจากการเฝ้าติดตามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งข้อมูลด้านสถานที่และเวลาที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยออกมาจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจได้ดีว่าก๊าซตัวนี้มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อนอย่างไร ทั้งนี้ได้มีกำหนดปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจรในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาแต่ด้วยปัญหาทางเทคนิคจึงต้องเลื่อนออกไป ดาวเทียมดวงนี้ได้ติดตั้งเครื่องวิเคราะห์การดูดซับอินฟราเรดคลื่นสั้น (Near-infrared) เพื่อเฝ้าดูก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีความละเอียดและความเข้มข้นสูงที่กระจายอยู่ทั่วไปบนผิวโลกจนถึงชั้นบรรยากาศสูงสุด ล่าสุดองค์การนาซาได้ออกมาแถลงข่าวความผิดหวังของการปล่อยดาวเทียมโอซีโอ โดยดาวเทียมดวงนี้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดทอรัส เอ็กซ์แอล (Taurus XL) ในวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ฐานทัพอากาศแวนเดนเบอร์ก (Vanderberg Air Force Base) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ระยะเพียงไม่กี่นาทีดาวเทียมโอซีโอได้ตกลงสู่มหาสมุทรใกล้กับทวีปแอนตาร์คติกา สาเหตุเกิดจากอุปกรณ์ป้องกันดาวเทียมไม่สามารถแยกตัวออกจากจรวด

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/262—-22552

Share
การผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์และน้ำ
Oct 21st, 2010 by wilailuck 80 views

ศาสตราจารย์ทางด้านเคมีวิทยาเดเนียล โนซีร่า แห่งมหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology (MIT) ได้คิดค้นวิธีการแยกก๊าซออกซิเจนออกจากน้ำด้วยการใช้แผ่นเร่งปฏิกิริยาที่ทำการพัฒนาขึ้นมา ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกันกับกระบวนการสังเคราะห์แสง วิธีการนี้จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าแทนการเก็บพลังงานจากแผ่นรับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar panels) สามารถใช้ได้ในเวลากลางคืนและวันที่ไม่มีแสงอาทิตย์ด้วย ถึงแม้ว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นพลังงานหลักที่สามารถผลิตพลังงานได้อย่างมหาศาลและไม่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่พลังงานเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถที่จะใช้แทนพลังงานจากซากพืชและซากสัตว์ได้เนื่องจากพลังงานไม่สามารถถูกจัดเก็บเอาไว้ใช้ในภายหลังได้  พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่มีมากมายมหาศาล แต่แหล่งพลังงานนี้ไม่สามารถใช้ได้ในเวลากลางคืน และวันที่เมฆหมอก เป็นสาเหตุให้แผ่นรับพลังงานแสงอาทิตย์ในสถานที่ทำงานต่าง ๆ ต้องติดตั้งแผ่นรับพลังงานแสงอาทิตย์เอาไว้บนหลังคาเพื่อรับพลังงานโดยตรงและต่อเชื่อมไปยังแผงอีเลคโทรนิคเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ในเวลาที่พลังงานไม่เพียงพอ

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/259—-12552

Share
ลดโลกร้อนด้วยไอที (Green IT)
Mar 18th, 2009 by Courseware2u 1,153 views

กระแสลดภาวะโลกร้อนย่อมเกี่ยวข้องกับคนไอทีด้วยเช่นกัน เพราะปริมาณการใช้อุปกรณ์ไอทีในปัจจุบันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และน่าจะมีอัตราการเพิ่มแบบทวีคูณเสียด้วย ดังนั้นหากคนไอทีไม่ความสำคัญกับการลดภาวะโลกร้อน ก็ย่อมก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้

ลองนึกดูสิครับว่าคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องกระจายความร้อนมากเพียงใดออกมาในแต่ละวัน เพราะเราจำเป็นต้องเปิดคอมพิวเตอร์มากกว่า 5 ชม.ต่อวัน ทั้งความร้อนที่กระจายออกมา (ไม่น้อยกว่า 10 เครื่องต่อองค์กร) และปริมาณไฟฟ้าที่ต้องใช้ รับรองได้เลยครับว่า เรานั่นแหล่ะเป็นต้นเหตุภาวะโลกร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทราบอย่างนี้แล้วถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรให้ความสำคัญกับการใช้ไอทีที่เหมาะสมเพื่อลดภาวะโลกร้อน ท่านใดมีแนวทางดีๆ ลองเสนอกันได้นะครับ

Share
ลดโลกร้อน VS กิจการการบิน
Feb 10th, 2009 by titima 689 views

ในแต่วันของการดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้นได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เช่น การใช้ภาชนะพลาสติกในการบรรจุอาหาร และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ในแต่ละวัน โดยเฉพาะการเดินทางหรือโดยสารด้วยเครื่องบิน
Read the rest of this entry »

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa