คู่มือคนไทยเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดย บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันที่คิดว่าคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ผลกระทบจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามัคคีของทุกภาคส่วน
ดาวน์โหลดคู่มือ
ต้องขอบคุณบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
แผ่นดินไหว ก่อนเกิดเหตุ - ตรวจสอบตัวบ้านว่าจะทนแผ่นดินไหวได้ถึงระดับไหน และตรวจดูเฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ ของแต่งบ้าน ฯลฯ ว่ายึดติดแน่นหนาดีหรือเปล่า เพราะความเสียหายส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเวลาเกิดแผ่นดินไหวไม่ได้เกิดจากตึกถล่มแต่เกิดเพราะข้าวของหล่นใส่ - ซักซ้อมและนัดแนะสมาชิกในครอบครัวหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่น สถานที่นัดพบ เส้นทางไปกลับจากที่ทำงานถึงบ้าน ฯลฯ - เตรียมชุดรับมือภัยพิบัติ เช่น เตรียมอาหารและน้ำสำหรับตัวเองประมาณ 3 วัน ไฟฉาย รองเท้าผ้าใบ ชุดปฐมพยาบาล ยา ถุงพลาสติก ฯลฯ ไว้ที่บ้านและที่ทำงานอย่างละ 1 ชุด - ฝึกใช้ถังดับเพลิงหรือเข้าร่วมการซ้อมป้องกันภัย ล - ติดตามข่าวสารการพยากรณ์ทางอากาศและการเตือนภัยเป็นประจำ Read the rest of this entry »
ช่วงนี้ประเทศไทยเป็นช่วงฤดูฝน ภัยธรรมชาติที่อาจมีมากับลมฝนก็คือดินถล่ม เรามาเตรียมรับมือภัยพิบัติดินถล่มกันเถอะ ก่อนเกิดเหตุ - ตรวจสอบว่าพื้นที่ที่คุณอยู่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มหรือไม่ เช่น เคยมีเหตุการณ์ดินถล่ม หรือน้ำป่าไหลหลากมีฝนตกหนักหรือตกต่อเนื่องเป็นวันๆ หรือไม่ นอกจากนี้แม้ว่าฝนจะตกไม่หนักแต่ถ้าระบายน้ำได้ช้า ดินอุ้มน้ำไว้มาก ที่ราบบริเวณเชิงเขาก็อาจจะไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นในภาคใต้ - สำรวจทางหนีทีไล่ เช่น ควรรู้ว่าจุดที่อยู่สูงพอที่จะหลบภัยเวลาเกิดเหตุน้ำท่วมอยู่ที่ไหน - ซักซ้อมวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องกับคนในครอบครัว - เตรียมชุดรับมือภัยพิบัติ - ไม่ข้ามลำธาร คู คลอง ที่มีระดับน้ำสูงเกินเข่าเด็ดขาด - ย้ายเฟอร์นิเจอร์และข้าวของขึ้นที่สูง - ติดตามข่าวสาร Read the rest of this entry »
ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ ดูแลรับผิดชอบเรื่องการคาดการณ์อนาคตและคุณชัยรัตน์ ถมยา ผู้ประกาศข่าว ช่องไทยพีบีเอส นำเสนอการสื่อสารในมุมมองด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์และการสื่อสารในบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยอาจารย์นเรศ กล่าวว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์สำเร็จ เมื่อสามารถทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า “คล้ายๆ กับจะเข้าใจ” นักวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งเป็น
อาจารย์นเรศสอดแทรกความรู้ด้านเทคโนโลยีเพื่อเตรียมรับมือแผ่นดินไหวของ ญี่ปุ่น (Earthquake Early Warning System) เป็นระบบแจ้งเตือนและตัดสัญญาณไฟฟ้า แก๊ส น้ำ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น รถไฟชินคังเซนวิ่งด้วยความเร็วสูง เมื่อได้รับสัญญาณเตือนระบบจะทำการหยุดรถทันทีแต่สามารถเตือนได้เป็นนาทีและวินาทีเท่านั้น ซึ่งการแจ้งเตือนล่วงหน้าและหยุดระบบในเวลาไม่กี่วินาทีสามารถช่วยลดความสูญเสียได้มากในระดับหนึ่ง
กระแสสังคมและความตระหนักถึงการรับมือกับภัยพิบัติเป็นวาระที่ทั่วโลกให้ความสำคัญยิ่งจากหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศ, ระดับชาติและนานาชาติในการร่วมกันแก้ไขปัญหา ป้องกัน บรรเทาและฟื้นฟู หน่วยงานในประเทศไทยหลายหน่วยงานมีบทบาทสำคัญในการร่วมรับมือกับปัญหาภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ ทั้งการจัดกิจกรรมและเป็นช่องทางระดมเงินบริจาค ข้าวของเครื่องใช้, การจัดทำสื่อ คู่มือความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติ, การจัดประชุม อบรมสัมนา เป็นต้น โดยเมื่อวันที่ 24-26 มีนาคม ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานประชุมวิชาการประจำปี (NSTDA Annual Conference 2011: NAC 2011) ภายใต้หัวข้อ “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” และเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2554 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า (NIDA) โดยคณะภาษาและการสื่อสาร จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “สื่อสารอย่างไรพ้นภัย(พิบัติ)..บทเรียนจากประเทศญี่ปุ่น” เน้นในมิติด้านการสื่อสาร ซึ่งผู้ร่วมเสวนาได้แก่
Read the rest of this entry »
“แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ และสึนามิ 11 มีนาคม 2011 – บทเรียนจากญี่ปุ่นสู่การเตรียมพร้อมของไทย”
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต่างหวาดกลัวกับภัยธรรมชาติและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แล้วเราควรจะรับมือกับภัยพิบัตินั้นอย่างไร?
วันที่ 24-26 มี.ค. 2554 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กำหนดจัดการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. หรือ NAC 2011 ภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” โดยได้มีการแถลงข่าวจัดงานเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2554 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รมต.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาเป็นประธานในงานแถลงข่าวร่วมกับ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช.
ตัวอย่างหัวข้อการจัดประชุมของ สวทช. ในปีนี้
ทั้งนี้เพื่อสอดรับกับเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว สู่คลื่นสึนามิ และส่งผลต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น” ได้เพิ่มหัวข้อสัมมนาพิเศษ “แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ และสึนามิ 11 มีนาคม 2011 – บทเรียนจากญี่ปุ่นสู่การเตรียมพร้อมของไทย” โดยวิทยากรชั้นนำจากหน่วยงานเตรียมการและป้องกันภัยพิบัติระดับประเทศ
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ www.nstda.or.th/nac2011
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่โดยตรง แต่ถึงกระนั้นในหลายๆ จังหวัดมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณรอยเลื่อนอันทรงพลัง ประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่มีพลังในการเคลื่อนตัวรวม 10 จุด พาดผ่าน 22 จังหวัดดังนี้
นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีอาณาบริเวณติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีแนวรอยเลื่อนที่อาจจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงได้เช่นกัน เราควรเตรียมพร้อมในการปฏิบัติตนและรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ สำหรับท่านใดที่สนใจเรื่องภัยธรรมชาติต่างๆ สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมสัมมนา การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. 2554 (NAC 2001) ในหัวข้อ “นวัตกรรมเตือนภัยและแจ้งเหตุภัยธรรมชาต” และ “รับมือภัยพิบัติ ลดการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย” ได้ที่ www.nstda.or.th/nac2011
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.9 ริกเตอร์ ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ณ บริเวณเมืองเซนได จังหวัดมิยากิ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554 จัดเป็นแผ่นดินไหวที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงสุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ได้ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขนาดความสูง 10 เมตร พัดถล่มจังหวัดชายฝั่งของญี่ปุ่นประมาณ 4 เกาะ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาล ทั้งต่อทรัพย์สิน อาคาร บ้านเรือน และชีวิตผู้คน ทั้งนี้เกิดจากลักษณะภูมิประเทศของญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า “วงแหวนแห่งไฟ”
วงแหวนแห่งไฟ (The Ring of Fire) เป็นบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ความยาวรวมประมาณ 40,000 กิโลเมตร วางตัวตามแนวร่องสมุทร แนวภูเขาไฟ และบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนแห่งไฟ ทั้งหมด 452 ลูก และเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก
วงแหวนแห่งไฟเป็นผลมาจากการเคลื่อนที่และการชนกันของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งแนววงแหวนแห่งไฟกินพื้นที่ในหลายประเทศ หนึ่งในจำนวนั้นคือ ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศที่ตั้งหรือมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในแนววงแหวนแห่งไฟ อื่นๆ ได้แก่ ประเทศเบลีซ โบลิเวีย บราซิล แคนาดา โคลัมเบีย ชิลี คอสตาริกา เอกวาดอร์ ติมอร์ตะวันออก เอลซัลวาดอร์ ไมโครนีเซีย ฟิจิ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินโดนีเซีย คิริบาตี เม็กซิโก นิวซีแลนด์ นิการากัว ปาเลา ปาปัวนิวกินี ปานามา เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ตองกา ตูวาลู และสหรัฐอเมริกา
อ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org/wiki/วงแหวนแห่งไฟ
นอกเหนือจากหนังสือ ชุดคู่มือเกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่พิมพ์เผยแพร่ ๓ เล่ม คือ ๑.การบริหารจัดการพิบัติภัย: คู่มือผู้บริหารสถานศึกษา ๒. สึนามิ: ประสบการณ์เด็กไทย และ ๓. การบริหารจัดการพิบัติภัย: คู่มือครู แล้ว หนังสือ “คลื่นยักษ์สึนามิ” หรือ “คลื่นยักษ์สึนามิ คลื่นอภิมหาภัย” เป็นหนังสือที่สวทช.โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา จัดทำขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็เป็นเล่มหนึ่ง ที่ได้แจกให้แก่โรงเรียนไทยทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นหนังสือที่ได้รับการอ้างอิงจากหนังสือที่ Unicef ให้การสนับสนุนในการจัดพิมพ์ทั้ง ๓ เล่มดังกล่าวข้างต้น
“คลื่นยักษ์สึนามิ” เป็นเรื่องที่แปลจาก Tsunami: The Great Waves ต้นฉบับภาษาอังกฤษโดย U.S. National Oceanic and Atmospheric Administration, UNESCO/Intergovernmental Oceanographic Commission, International Tsunami Information Center, Laboratorie de Geophysique, France สืบเนื่องจากวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นวันที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ที่เริ่มต้นมาจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลทางตะวันตกของสุมาตราตอนเหนือ คลื่นยักษ์โถมซัดเข้าใส่ชายฝั่งของหลายประเทศในมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ผู้คนจำนวนกว่า ๒๒๑,๐๐๐ คน (ตัวเลขขณะตีพิมพ์) เสียชีวิต แต่ความสูญเสียอาจจะไม่รุนแรงถึงเพียงนี้ หากมีความรู้และมีระบบการเตือนภัยที่ได้ผลทันท่วงที รวมทั้งการกระจายข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ หนังสือเล่มนี้ จึงได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับคลื่นสึนามิให้แก่สาธารณชน โดยเฉพาะเยาวชนและนักศึกษา สำหรับใช้ประกอบการศึกษาและเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับสึนามิ รวมถึงวิธีการป้องกันภัยจากคลื่นสึนามิ เพราะการที่รู้จักธรรมชาติของคลื่นยักษ์ไว้บ้าง อาจสามารถรักษาชีวิตของเราและคนที่เรารักได้ ซึ่งท่านที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จะได้รับความรู้แบบปฐมบทของคำว่า คลื่นยักษ์ เหตุที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ ควรจะทำอย่างไรเมื่อเกิดคลื่นสึนามิ ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ที่ http://nstda.or.th
หลังจากเกิดสึนามิ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ประเทศต่างๆ ในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทยใน ๖ จังหวัด ประกอบด้วย พังงา ระนอง ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ประสบความเสียหาย ภัยธรรมชาติจาก สึนามิ ทิ้งร่องรอยแห่งความสูญเสียและเศร้าโศกไว้เบื้องหลัง คนเป็นจำนวนมากสูญเสียชีวิต บาดเจ็บ นักเรียนได้รับผลกระทบจากความเสียหายของโรงเรียน เหตุการณ์ดังกล่างนับเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่า กระทรวงศึกษาธิการ ตระหนักถึงการให้ความรู้แก่คนในสังคมในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ และนักเรียนเพื่อเรียนรู้การป้องกันภัยพิบัติภัยธรรมชาติต่างๆ ด้วยตนเอง จึงได้จัดทำชุดคู่มือเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และ นักเรียน จำนวน ๓ เล่ม เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา ได้รู้จักวิธีจัดการและแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากภัยพิบัติดังกล่าว เสริมสร้างความรู้ และทักษะที่จำเป็นสำหรับครูที่จะช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เชิงจิตวิทยาสังคมที่จะช่วยบำบัดและฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเรียนในลักษณะของหนังสืออ่านเสริมสำหรับเด็กระดับมัธยมศึกษา โดยได้สอดแทรกประสบการณ์ของผู้ประสบภัยที่เป็นเด็กนักเรียน และความสามารถในการจัดการและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีสติ หนังสือทั้ง ๓ เล่ม ได้แก่ การบริหารจัดการพิบัติภัย: คู้มือผู้บริหารสถานศึกษา สึนามิ: ประสบการณ์เด็กไทย และ การบริหารจัดการพิบัติภัย: คู่มือครู โดยสามารถหาอ่านรายละเอียดของทั้ง ๓ เล่ม ได้ที่ห้องสมุดกลาง สวทช. หรือ STKS ค่ะ
การบริหารจัดการพิบัติภัย: คู่มือผู้บริหารสถานศึกษา
สึนามิ: ประสบการณ์เด็กไทย
การบริหารจัดการพิบัติภัย: คู่มือครู
Update ฉบับที่ ๒๖๖ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ รวมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่รุนแรงหลายๆ อย่าง ความแปรปรวนของธรรมชาติเกิดเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มนุษย์ต้องเรียนรู้ และเตรียมพร้อม เ่ช่น ตึกถล่ม (Landslide) หลุมยุบ (Sinkhole) แผ่นดินไหว (Earthquake) คลื่นสึนามิ (Tsunami) พายุ (Strom) คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge) น้ำท่วม (Flood) ภัยแล้ง (Drought) ไฟป่า (Forest Fire) ภูเขาไฟระเบิด (Volcanic Eruption) และยังมีเรื่องอิ่นๆ อีกมากมาย อาทิเช่น วิทยาศาสตร์ต้องการผู้หญิง สัตว์ก็รู้เรื่องเลขคณิต ติดตามอ่านได้ที่ STKS