พลาสมิดตามธรรมชาติที่แยกได้จากแบคทีเรียไม่เหมาะสมในการใช้เป็นดีเอ็นเอพาหะเนื่องจากมีตำแหน่งของการตัดด้วยเอนไซม์ตัดจำเพาะมากกว่า 1 ตำแหน่งหรือไม่เหมาะสม ไม่มีลักษณะที่ใช้บอกว่าเซลล์ไหนมีพลาสมิดและไม่มีพลาสมิด มีขนาดใหญ่จนแยกออกจากเซลล์ได้ยาก ดังนั้นได้มีการพัฒนาพลาสมิดขึ้นมาใหม่ โดยทำการตัดต่อพลาสมิดที่แยกได้จากแบคทีเรีย ในระยะแรกได้มีการพัฒนาพลาสมิด pSC101 ต่อมาพัฒนาพลาสมิด pBR322 เพื่อแก้ข้อเสียของพลาสมิด pSC101 นอกจากพลาสมิด 2 ชนิดนี้มีการพัฒนาพลาสมิดขึ้นมามากมายเช่น พลาสมิด pUC ต่อมามีการพัฒนาพลาสมิด pUC ให้ผลิตดีเอ็นเอสายเดี่ยว นอกจากนี้มีการเติมส่วนของ promoter ไปข้างๆ บริเวณที่สอดใส่ดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะที่ต้องการเพื่อให้สังเคราะห์อาร์เอ็นเอและโปรตีนจากดีเอ็นเอดังกล่าวได้ในหลอดทดลอง ตัวอย่างพลาสมิดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวคือ pGEM-3Zf(-) ปัจจุบันมีพลาสมิดมากมายในทางการค้า
ที่มา: สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “เวกเตอร์” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 77-105. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.
หลายคนคงรู้จักดีเอ็นเอเป็นอย่างดี มีดีเอ็นเอชนิดหนึ่งสร้างโดยแบคทีเรีย มีประโยชน์ใช้เป็นดีเอ็นเอพาหะในงานพันธุวิศวกรรมก็คือ พลาสมิด ดังนั้นการแยกพลาสมิดออกจากแบคทีเรียมีการพัฒนาให้ทำได้ง่าย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
คำๆ เดียวกันได้นำไปใช้ในหลายวงการเช่นเดียวกับคำว่า transformation โดยทั่วไปคนรู้จักคำนี้ในความหมายว่า การเปลี่ยนรูป การแปรรูป การแปลง แต่พอนำคำนี้ไปใช้ในงานด้านพันธุวิศวกรรม หลายคนอาจสงสัยว่ามีความหมายถึงอะไร
พลาสมิด เป็น DNA ที่อยู่นอกโครโมโซม พบได้ในแบคทีเรียหลายชนิด มีขนาดตั้งแต่ไม่กี่พันคู่เบสจนถึงมากกว่าสองแสนคู่เบส มีโครงสร้างเป็นแบบที่เรียกว่า supercoiled คือเป็นวงแหวนเกลียวคู่ที่มีการพันกันในลักษณะเกลียวซ้อนเกลียว ส่วนใหญ่จะมียีนที่ทำให้แบคทีเรียมีคุณสมบัติพิเศษบางประการ เช่น ทำให้ผลิตยาปฏิชีวนะได้ ทำให้สามารถย่อยสลายโมเลกุลบางชนิดได้ พลาสมิดแต่ละชนิดจะมีวิธีการจำลองตัวที่แตกต่างกัน เช่น พลาสมิดบางชนิดมีวิธีการจำลองตัวที่ไม่ได้ขึ้นกับการจำลองตัวของโครโมโซม ทำให้มีหลายโมเลกุลในหนึ่งเซลล์เรียกว่าพลาสมิดแบบ relaxed ส่วนพลาสมิดบางชนิดมีวิธีการจำลองตัวภายใต้การควบคุมแบบเดียวกับโครโมโซม ทำให้มีพลาสมิดชนิดนี้เพียง 1 หรือ 2 โมเลกุลในเซลล์เรียกว่าพลาสมิดแบบ stringent พลาสมิดบางชนิดสามารถส่งถ่ายระหว่างเซลล์ได้โดยกระบวนการที่คล้ายกับการ conjugation เรียกว่าพลาสมิดแบบ conjugative ส่วนพลาสมิดบางชนิดที่ไม่สามารถส่งถ่ายระหว่างเซลล์ได้เรียกว่าพลาสมิดแบบ non conjugative พลาสมิดกลุ่มหลังนี้จะถูกส่งเข้าไปในเซลล์ที่ต้องการได้ในห้องปฏิบัติการ และพลาสมิดกลุ่มนี้ยังสามารถส่งถ่ายระหว่างเซลล์ได้ถ้าอยู่ในเซลล์เดียวกับพลาสมิดแบบ conjugative พลาสมิดแบบ relaxed มักมีขนาดเล็กและเป็นพลาสมิดแบบ non conjugative ส่วนพลาสมิดแบบ stringent มักมีขนาดใหญ่และเป็นพลาสมิดแบบ conjugative
แหล่งข้อมูล สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. (2536). เวคเตอร์. ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. (หน้า 85-110). กรุงเทพฯ : ภาควิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.