ฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนด้วยเลเซอร์ (Micro-perforated films) มีสมบัติยอมให้ก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านได้สูงกว่าฟิล์มปกติทั่วไป ซึ่งได้พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดบางประการของฟิล์มชนิดที่มีสมบัติการสกัดการแพร่ของก๊าซ โดยฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนจะมีช่องว่างหรือรูเจาะ ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางของรูเจาะเพียง 40-50 ไมครอน และมีสมบัติยอมให้ก๊าซออกซิเจนคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำของฟิล์มจะขึ้นอยู่กับจำนวนและขนาดของรูเจาะที่ออกแบบ หรือกำหนด ฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนจึงเป็นเทคนิคหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ร่วมกับการผลิตฟิล์มบรรจุภัณฑ์ที่สามารถดัดแปลงสภาวะบรรยากาศแบบสมดุลภายในภาชนะบรรจุของผลิตผลสุดระหว่างการเก็บรักษา ณ อุณหภูมิต่ำเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงชีวภาพของผลิตผลสด และป้องกันการเกิดการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ทำให้ผลิตผลยังคงความสดและมีคุณภาพทางโภชนาการ ฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนด้วยเลเซอร์ที่พัฒนาสำหรับผลิตผลสดมีสมบัติการผ่านของก๊าซออกซิเจนสูง อยู่ในช่วง 3,000 -25,000 cc/m2.day โดยอัตราการแพร่ผ่านของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่อก๊าซออกซิเจน (O2) (Permeability ratio, PCO2/PO2,) นั้น สามารถทำได้โดยการออกแบบจำนวนและขนาดของรูเจาะบนฟิล์ม เพื่อให้เหมาะสมกับผลิตผลแต่ละชนิด
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่
ฟิล์มกำจัดก๊าซเอทิลีน พัฒนาจาก mixed matrix membrane concept โดยทำการเพิ่มประสิทธิภาพการเลือกซึมผ่าน (selective permeation) ของก๊าซเอทิลีนด้วยการผสมสารดูดซับชนิดพิเศษลงในฟิล์มพลาสติกที่มีโครงสร้างที่เสริมประสิทธิภาพของสารดูดซับ ฟิล์มต้นแบบที่พัฒนาขึ้นนั้นมีค่าอัตราการผ่านของก๊าซเอทิลีนสูงถึง 63,000-74,000 cm3/m2.day.atm ซึ่งสูงกว่าฟิล์มประเภทเดียวกันที่มีจำหน่ายในต่างประเทศถึง 2-10 เท่า และพบว่าสามารถลดปริมาณก๊าซเอทิลีนภายในบรรจุภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังชะลออาการใบเหลืองของผักสมุนไพรและการสุกของผลไม้ อาทิเช่น กล้วย และมะม่วงได้ และเมื่อเปรียบเทียบกับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สารดูดซับก๊าซเอทิลีนในรูปของซองบรรจุแล้ว การบรรจุผลิตผลสดในฟิล์มนี้จะช่วยลดจุดช้ำบนผลิตผลสดที่มักเกิดขึ้นเมื่อกระทบกับซองบรรจุสารดูดซับและการละลายปนเปื้อนของสารในบรรยากาศที่มีความชื้นสูง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
วิตามินซี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการบริโภคเข้าไป วิตามินซีนั้นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถช่วยป้องกันและรักษาอาการอักเสบต่างๆ ที่เกิดจากแบคทีเรียและไวรัสได้ และปัจจุบันนิยมบริโภควิตามินซีชนิดเม็ด เพราะหาซื้อง่าย และบริโภคง่าย เนื่องจากบางคนอาจจะไม่ชอบบริโภคผักและผลไม้ แต่การบริโภควิตามินซีที่เป็นเม็ดเพื่อเสริมนอกเหนือจากการบริโภคผักและผลไม้นั้น มีประโยชน์จริงหรือไม่
Read the rest of this entry »
ใบบัวบก ไม่ได้มีประโยชน์ให้นึกถึงเฉพาะตอนอกหักรักคุด คนไร้ปัญหาหัวใจกินใบบัวบกได้ประโยชน์หลายอย่าง
เรามักได้ยินคำหยอกบอกให้คนอกหักช้ำรักต้องซดน้ำใบบัวบกเพื่อแก้ช้ำใน คงเป็นคำแซวเพื่อแก้เครียด แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว สรรพคุณของใบบัวบกไม่ได้ช่วยเยียวยาความรู้สึกช้ำใจอย่างที่ชอบนำไปพูดกัน
ทว่าบัวบก จัดเป็นพืชที่มีวิตามินเอสูง จึงบำรุงสายตาได้ดี นิยมกินส่วนของใบ มีประโยชน์ช่วยแก้ฟกช้ำ ลดการอักเสบ กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ แก้ร้อนใน แก้กระหาย แก้อ่อนเพลีย ทำให้รู้สึกสดชื่น ทั้งยังลดความดันโลหิต และช่วยขับปัสสาวะได้
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคมือเท้าปากที่ทำให้เด็กไทยป่วยเป็นจำนวนมากอยู่ในขณะนี้ นอกจากจะต้องระมัดระวังในตัวเด็กแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคดังกล่าวยังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงอีกด้วย แต่การไปตรวจโรคที่โรงพยาบาลก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะโรงพยาบาลนั้น เป็นแหล่งรวมเชื้อดีๆ นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานอยู่ในวัยสุ่มเสี่ยงติดโรคมือเท้าปากต้องระวังตัว แนะรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงชุมชน รู้จักกินอาหารต้านโรค ชูก๋วยเตี๋ยวเรือ พะโล้ที่มีโป๊ยกั๊กเป็นตัวชูรส ถือว่าสุดยอด เพราะสมุนไพรดังกล่าวต้านไวรัสได้ดี รวมถึงหวัด 2009 นอกจากนี้ก็มีกระเทียม ขมิ้นชัน เห็ดหลินจือ เห็ดหอม หัวหอม รำข้าวโอ๊ต องุ่น ส้มและเสาวรส
‘น้ำมันผักสำเร็จรูป’ หนึ่งในผลผลิตที่คิดค้นออกมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผักผลไม้ล้นตลาด ทั้งยังขานรับไลฟ์สไตล์กลุ่มคนรักสุขภาพรุ่นใหม่
‘น้ำมันผักสำเร็จรูป’ หนึ่งในผลผลิตที่คิดค้นออกมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผักผลไม้ล้นตลาด ทั้งยังขานรับไลฟ์สไตล์กลุ่มคนรักสุขภาพรุ่นใหม่ ที่แม้จะให้ความสำคัญ กับการปรุงอาหารด้วยตัวเอง แต่ขณะเดียวกันยังต้องการความสะดวกและรวดเร็ว Read the rest of this entry »
เห็ด เป็นตัวเลือกหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะมีรสชาติไม่ต่างจากเนื้อสัตว์ กินง่าย
ห็ด ถูกโหวตให้เป็นตัวเลือกแรกของอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นที่เย้ายวนสำหรับคนไม่คุ้น “ผัก” ด้วยรสชาติเหนียว นุ่ม หนึบ ไม่ต่างจาก “เนื้อสัตว์”
อาหารที่ปรุงจากเห็ดหลายๆ ชนิดเป็นเมนูที่หลายคนคุ้นเคยและชื่นชอบ เหตุผลก็คงมีอยู่หลายประการ อย่างแรกเลย ก็คือ “รสชาติ” อาหารที่ปรุงโดยเห็ดจะมีรสชาติที่อร่อยไม่แพ้พวกเนื้อสัตว์ เนื่องมาจากเห็ดจะมีกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นกรดอะมิโน และยังมีสารกัวไนเลต (สารในกลุ่มไรโบนิวครีโอไทด์) ที่จะช่วยในการเกิดรสชาติที่อร่อยโดยธรรมชาตินั่นเอง Read the rest of this entry »
Genome of vegetables remains active after you eat them. เรื่องเด่นด้านวิทยาศาสตร์ 100 เรื่อง ในปี 2011 จาก Discover Magazine – Jan/Feb 2012 100 Top stories of 2011 : The year in Science 2011 เมื่อเดือนกันยายน 2011 นักวิทยาศาสตร์จีน ได้รายงานว่าชิ้นส่วนของ วัสดุพันธุกรรม ที่รู้จักในชื่อว่า microRNAs จากสิ่งมีชีวิตประเภทผัก ได้ถูกนำเข้ากระแสเลือดของมนุษย์ โดยจากเดิมที่เข้าใจกันว่า จีโนมของพืช จะก่อให้มีผลต่อสุขภาพ ได้เริ่มมีการวิจัยค้นหา microRNAs ในเลือด เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาโดยนักชีวเคมี แห่งมหาวิทยาลัย นานจิง ประเทศจีน ผลการค้นหาล่าสุด ยังพบ microRNAs ในเลือดของอาสาสมัคร เกือบร้อยละ 50
ติดตามอ่านรายละเอียดได้ ใน แมกกาซีน Discover หรือ ที่เว็บไซต์ http://discovermagazine.com/ อ้างอิง – Sarah Stanley. (2012).Genome of vegetables remains active after you eat them .. , Discover (January/February 2012), p.39.
จากที่สหรัฐฯ ประสบปัญหาการระบาดของเชื้อโรคให้พืช ผัก ทำให้องค์การอาหารและยาประกาศอนุญาตให้มีการใช้วิธีฉายรังสี (Irradiation) กับพืชผัก 2 ชนิด คือ ผักกาดหอม (Lettuce) และผักโขม (Spinach) เพื่อฆ่าทำลายเชื้อโรค เช่น อีโคไล (Escherichia coli O157:H7) และซาโมเนลล่า (Salmonella bacteria)
การฉายรังสีเป็นการใช้รังสีที่เป็นประจุ (Ionizing radiation) เพื่อฉายบนอาหาร อยู่ในรูปของรังสีแดมม่าที่ได้มาจากสารกัมมันตรังสีโคบอลท์ 60 หรือเป็นลำแสงอีเล็คตรอน (Electron beams)
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอาหาร ไม่เชื่อมั่นว่าการฉายอาหารสดพืชผักเป็นแนวคิดที่ดี โดยเน้นว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะเบี่ยงเบนความสนใจจากสภาพที่ไม่ถูกสุขลักษณะในการดำเนินการเพาะปลูก และขนถ่าย ตลอดจนการลดลงของคุณค่าทางโภชนาการ เช่นวิตามินเอ และสารโฟเลต (Folate) ที่มีมากในผักโขม
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/319—-92551