ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่คะ ห้องสมุดสามารถใช้ twitter ได้ถึง 100 วิธีในการติดต่อกับผู้ใช้ นักศึกษา นักวิจัย นักวิชาการ ฯลฯ ลองศึกษา แล้วลองใช้ดูนะคะ ว่า twitter จะเป็นตัวช่วยให้กับห้องสมุดได้ดีเพียงไร เข้าไปอ่านได้ที่
http://acceleratedbachelordegree.org/100-ways-to-use-twitter-in-your-library/
หรือว่าที่ไหนมีทำกันบ้างแล้ว ส่งข่าวกันเข้ามานะคะ
Enjoy
ถ้ามีการสอบถามคนในองค์กรใหญ่ของท่านว่า รู้จักห้องสมุดในหน่วยงานหรือไม่ ถ้าได้รับคำตอบว่า ไม่ทราบ ไม่แน่ใจ นั่นหมายถึง สถานะของห้องสมุด หรือสถานภาพในการทำงานของตัวท่านเองเข้าสู่อันตรายแล้ว Read the rest of this entry »
ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผศ. ดร. พิมพ์รำไพ เปรมสมิทธิ์ ได้บรรยายถึงแนวทางการจัดการเรียนการสอนบรรณารักษ์ยุคใหม่ โดยมีการใช้คำว่า บรรณารักษ์ดิจิทัล (Digital Librarians) เห็นหน้าที่ที่ บรรณารักษ์ดิจิทัล ต้องรับผิดชอบแล้วต้องหันมาดูว่า บรรณารักษ์ในบ้านเมืองเรามีลักษณะที่จะเป็นบรรณารักษ์ดิจิทัลหรือไม่
Read the rest of this entry »
ผศ. ดิชิตชัย เมตตาริกานนท์ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้บรรยายถึง หลักสูตรการจัดการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2552 ศวท. ถึงแนวคิดในการจัดทำหลักสูตร 4 ระดับ ซึ่งทำให้เห็นว่า การเรียนการสอนของ ม. วลัยลักษณ์มีเป้าหมายที่ชัดเจน
ได้ฟังอาจารย์ ผู้สอนวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ พูดถึงการเรียนการสอนบรรณารักษ์ในยุคใหม่นี้ (ในการประุชุมวิชาการประจำปี ศวท. 2552 เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา) มีการเพิ่มหลักสูตรเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย โดยมีเหตุผลเพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ในข้อนี้ก็เห็นด้วยค่ะ แต่นอกเหนือจากการสอนเทคโนโลยีแล้ว อยากให้ชี้นำว่า เทคโนโลยีนี้ จะนำไปใช้กับงานห้องสมุดได้อย่างไรบ้างก็ดี เพราะนิสิต นักศึกษาวัยขนาดนี้ ยังอาจจะมองภาพไม่ออกว่า เรียนเทคโนโลยีนี้ไปทำไป
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากเห็น ก็คือ การตัดวิชาพื้นฐานของห้องสมุดออกไป เช่น Cataloging ดีใจที่ยังคงมีอยู่ (อย่างแอบแฝง) แต่แท้จริงแล้ว เป็นหัวใจหลักเลยทีเดียว คงน่าจะประหลาดใจมากๆ ถ้านิสิต นักศึกษาบรรณารักษ์เมืองไทย ไม่รู้จักการ catalogue สารสนเทศ
คงจะเป็นบรรณารักษ์ยุค 2.0 หรือ Librarian 2.0 ให้สมกับเป็นยุค Web 2.0 ที่บรรณารักษ์ควรจะมีทัีกษะหรือศักยภาพ ลองสำรวจดูนะคะ ว่าจะต้องมีทักษะ/ศักยภาพอะไรบ้าง Read the rest of this entry »
เมื่อบรรณารักษ์ต้องกลายเป็นนักการตลาด ต้่องพยายามสร้างแบรนด์ของห้องสมุดให้ติดปาก ติดตา ติดหูของลูกค้า เอาสินค้นไปลงให้ถูกกลุ่ม ให้มีอาการติดใจ อยากมาใช้บริการหรือสินค้าของห้องสมุดอีก แค่นี้ก็ต้องปรับบทบาทกันน่าดู แต่ก็เป็นเรื่องท้าทาย สิ่งหนึ่งที่ต้องปรับจากความเคยชินเดิมๆ คือ การมองห้องสมุดด้วยสายตาาของผู้ใช้บริการ ไม่ใช่สายตาของบรรณารักษ์ แค่นี้ มุมมองก็จะเปลี่ยนแล้วล่ะ
วันที่ 8 ส.ค. ทาง Libraryhub.in.th ร่วมกับกลุ่มงาน ICT สสส. และห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ม.มหิดล ร่วมจัด Libcamp ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิดบรรณารักษ์กับ Blog ซึ่งมีผู้สนใจร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หลากหลาย นับเป็นอีกโอกาสอันดีที่มีกิจกรรมลักษณะนี้ Read the rest of this entry »
บรรณารักษ์คงต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักวิจัยในกรรมวิธีการจัดระเบียบความรู้ เพราะถ้าให้นักวิจัยเสนอเอง (คงยาก) บรรณารักษ์คงต้อง provide บริการต่างๆ แลกเปลี่ยนความรู้ ต้องมีอะไรให้เจ้าของความรู้ (นักวิจัย) กลั่นกรองงานออกมาเป็นความรู้ บรรณารักษ์เป็นคนวางกรอบ วาง site map ให้ตามกระบวนที่ผู้ใช้ต้องการใช้ข้อมูลนั้นจริงๆ บรรณารักษ์คงต้องทำหน้าที่ย่อยของสด (ความรู้ของนักวิจัย) กลั่นกรองให้เข้ากับมาตรฐาน
แต่ว่า นักวิจัยมี knowledge หรือสาระมหาศาล กระจัดกระจายมากมายหลายรูปแบบ ประเด็นก็คือ บรรณารักษ์มองออกหรือไม่ว่า อะไร คือ สาระ และจะดึงออกมาให้เป็นประโยชน์้ต่อสังคมได้อย่างไร
รัฐบาลให้ความสำคัญในการรณรงค์ให้เด็กไทยรักการอ่าน โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ
รายงานจากสำนักสถิติแห่งชาติพบว่า การอ่านหนังสือของเด็กไทยจากเดิม 52 นาทีต่อวัน เหลือเพียง 39 นาที เนื่องจากเด็กและเยาวชน ส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการเล่นคอมพิวเตอร์และดูโทรทัศน์มากขึ้น
โดยจะต้องสร้างแรงจูงใจให้เด็กไทยรักการอ่านมากขึ้น เช่น การให้ความสำคัญกับการอ่านและการเขียนภาษาไทย ซึ่งนำไปสู่การให้คะแนนในการเรียนการสอน ในหลักสูตรใหม่ก็ได้กำหนดให้มีชั่วโมงส่งเสริมการอ่านและการเขียนไทย
นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดทำโครงการห้องสมุด 3 D ขึ้น ประกอบด้วย หนังสือดี บรรยากาศดี และบรรณารักษ์ดี โดยจะเริ่มในโรงเรียนทุกระดับ และสถาบันอาชีวศึกษา
อีกทั้งคณะรัฐมนตรีมีมติให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน เพื่อการพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน และรู้หนังสือ ภายในปี 2555 โดยได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินการ ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95 รวมถึงให้ค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของคนไทยเพิ่มขึ้นจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 เล่ม ขณะเดียวกัน ให้เพิ่มแหล่งการอ่านครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง และสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อปลูกฝังการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่าง ยั่งยืนทุกรูปแบบ
ที่มา: “เด็กไทยอ่านหนังสือน้อยลงแค่ 39 นาที.” ไทยรัฐ (18 มิถุนายน 2552): 15.
“รณรงค์รักการอ่าน.” ไทยรัฐ (20 มิถุนายน 2552): 12.
ทีมข่าวการศึกษา. “มีมติให้ปี 52-61 เป็นทศวรรษการอ่านของประเทศ.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/content/edu/24503 2552. สืบค้น 6 สิงหาคม 2552.
เรื่องน่ารู้
2 เมษายน 2552 วันรักการอ่าน คณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ กำหนดให้วันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงมีคุณูปการต่อวงการหนังสือไทย เป็น “วันรักการอ่าน”
สมาคมการอ่านแห่งประเทศไทย เป็นสมาชิกของสมาคมการอ่านนานาชาติ จัดตั้งโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ - เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการอ่านและส่งเสริมการอ่านทุกระดับ- เพื่อส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านการพัฒนาการอ่านและการสร้างสรรค์ - เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศในกลุ่มนักวิชาการ นักอ่าน นักเขียน และสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน
เว็บไซต์สมาคมการอ่านแห่งประเทศไทย http://www.thailandreading.com/index.html
ศูนย์ให้คำปรึำกษาภาษาไทย http://thaiqa.swu.ac.th/index2.php
การลงรายการหนังสือ การจัดทำบรรณานุกรมของหนังสือ หรือ การทำบัตรรายการ ก็คือ การลงข้อมูลของหนังสือไว้ในฐานข้อมูลห้องสมุดไม่ว่าจะใช้ระบบใดก็ตาม หรือลงในกระดาษขนาด 3×5 นิ้ว เพื่อเป็นการบันทึกรายการหนังสือทั้งหมดของห้องสมุด เพราะบรรณารักษ์คงจำไม่ได้หมดแน่ว่า มีหนังสือชื่ออะไรบ้างในห้องสมุด ต้องอาศัยบัตรรายการหรือข้อมูลทางบรรณานุกรมของหนังสือในฐานข้อมูล เป็นการช่วยสืบค้นหนังสือนั่นเอง Read the rest of this entry »
สมมุติว่าคุณได้รับแต่งตั้งให้เป็นบรรณารักษ์คนใหม่ของหน่วยงาน จะเริ่มต้นอย่างไรดี กับห้องสะสมหนังสือ ห้องที่มีกองหนังสือ เอกสาร อยู่มากมาย ง่ายนิดเดียวเองค่ะ Read the rest of this entry »
ถ้าบรรณารักษ์ยุคนี้ ยังไม่รู้จัก del.icio.us โดยเฉพาะบรรณารักษ์ตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า คงจะต้องรีบทำความรู้จักกันโดยเร็ว เพราะ del.icio.us จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยงานตอบคำุถามของคุณได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
เนื่องจาก wiki ทำให้ผู้ใ้ช้หลายๆ คน สามารถที่จะเขียนข้อความ ร่วมกันแก้ไข ด้วยกันได้ การนำ wiki มาใ้ช้ในการประชุมขององค์กร เป็นเรื่องที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ร่วมประชุมอย่างไม่น่าเชื่อ ลดการใช้กระดาษในการต้องพิมพ์เอกสารประกอบการประุชุม มีส่วนที่ช่วยให้ less paper ก่อนที่จะ paperless ในที่สุดกระมัง วิธีการก็แสนจะง่ายค่ะ คงต้องมีเลขานุการในที่ประชุมซักคนนึง สร้างวาระสำหรับที่จะใช้ประชุมขึ้นมา คนในองค์กรนั้นๆ ที่ต้องการเสนอวาระเพื่อทราบ เพื่อพิจารณา หรือเป็นเรื่องสืบเนื่อง ก็เสนอเข้าไปได้เลย สามารถ add file ที่เป็นเอกสารประกอบการประุชุม แนบไปพร้อมกับวาระที่นำเสนอ รายงานไป หรือนำเสนอไป ก็สามารถดึงเอกสารนั้นขึ้นมาประกอบการรายงานได้ทันที
ห้องสมุดสามารถนำ Wiki มาใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมสารสนเทศเฉพาะสาขา เพื่อให้บริการกับผู้ใช้บริการได้ ที่ Ohio University Libraries เปิดหน้า Biz wiki เพื่อรวบรวมสารสนเทศทางธุึรกิจที่สามารถหาได้จาก Ohio University Libraries เพื่อเป็นแหล่งสารสนเทศให้กับนักวิจัย สารสนเทศ ดังกล่าว ประกอบด้วย หนังสืออ้างอิง เว็บไซต์ ฐานข้อมูล และแหล่งค้นคว้าอื่นๆ ลองทำดู คุณทำได้ค่ะ ที่ http://www.library.ohiou.edu/subjects/bizwiki/index.php/Main_Page