»
S
I
D
E
B
A
R
«
การเร่งกระบวนการหมักน้ำปลาโดยใช้กล้าเชื้อ
Sep 24th, 2012 by wanutwira 139 views

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำปลาที่สำคัญของโลก มูลค่าการส่งออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การผลิตน้ำปลาของไทยยังใช้กระบวนการการผลิตแบบดั้งเดิม โดยคลุกเค้ลาปลากระตักกับเกลือและปล่อยให้เกิดกระบวนการย่อยสลายโปรตีนปลาตามธรรมชาติ ทำให้กระบวนการการผลิตใช้เวลานานถึง 16-18 เดือน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมน้ำปลาของประเทศ

สวทช. สนับสนุนคณะนักวิจัย มหาวิยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีศึกษาเทคโนโลยีกล้าเชื้อ เพื่อลดระยะเวลาการหมักน้ำปลา และได้ผลิตภัณฑ์น้ำปลาที่ได้มีกลิ่นรสเหมือนน้ำปลาที่หมักแบบดั้งเดิมโดยกล้าเชื้อ 2 สายพันธุ์ ที่ได้จากการคัดเลือกภายในกระบวนการหมักน้ำปลาตามธรรมชาติ

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกล้าเชื้อในระดับอุตสาหกรรม

  1. การใช้กล้าเชื้อจะช่วยลดระยะเวลาการหมักน้ำปลาลงเหลือ 6-8 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับการหมักน้ำปลาแบบดั้งเดิมที่ใช้เวลา 16-18 เดือน
  2. คุณภาพของผลิตภัณฑ์น้ำปลา : น้ำปลาที่ได้มีปริมาณไนโตเจนรวมมากกว่าน้ำปลาจากการหมักแบบดั้งเดิม ไม่มีผลต่อการเพิ่มปริมาณสารไบโอจีนิกเอมีน ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่าความเป้นกรด ด่างและเกลือในระบบการหมัก
  3. น้ำปลาที่ได้คุณภาพด้านกลิ่นรสที่ดี เป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการ

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
กลุ่มโรงงานผู้ผลิตน้ำปลา

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มได้ ที่นี่

 

รายการอ้างอิง : การเร่งกระบวนการหมักน้ำปลาโดยใช้กล้าเชื้อ. NSTDA for Commercialization 2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

Share
น้ำปลาผง
Apr 1st, 2012 by pensiri 88 views

จากการสำรวจข้อมูลการส่งออกของอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะการส่งออกเครื่องปรุงรส พบว่ามูลค่าของผลปรุงแต่งรสและเครื่องแกงสำเร็จรูปมีมูลค่าการส่งออกในแต่ละปี คิดเป็นพันล้านบาท โดยมูลค่าการส่งออกน้ำปลามีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นทุกปี เช่น ในปี 2548 กว่า 1000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามการส่งออกน้ำปลาในรูปของเหลวนั้น มีความยุ่งยากในการขนส่ง ไม่สะดวกต่อการใช้วาน เมื่อเปิดใช้แล้วอายุการใช้งานก็จะสั้นลง

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ จึงมีความร่วมมือกับบริษัท น้ำปลาไทย ตราปลาหมึก (ประเทศไทย) จำกัด ในการวิจัยน้ำปลาผง

จุดเด่น

  • สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำปลาผง ที่สามารถละลายคืนรูปได้ดี ลักษณะทางกายภาพและองค์ประกอบใกล้เคียงน้ำปลาสด เช่น ยังมีกลิ่นของน้ำปลาและมีปริมาณไนโตรเจนในปริมาณที่ไม่สูงเกินกำหนด

รายการอ้างอิง : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ผลงานวิจัย สวทช. สู่เชิงพาณิชย์ ปี 2549-2554. ปทุมธานี : สำนักงานฯ, 2554.

Share
น้ำปลา
Nov 1st, 2010 by duangkamol 220 views

เป็นเครื่องปรุงอาหารที่มีประจำอยู่ทุกครัวเรือน น้ำปลาได้มาจากการนำปลา(บ้านเรามักใช้ปลาไส้ตัน) ไปหมักกับเกลือในถังหมัก 12-18 เดือน มีทั้งใช้ปลาอย่างเดียว หรือผสมกับสัตว์อื่น เช่น กุ้ง หอย หัวน้ำปลาที่ได้จะถูกนำไปกรองให้สะอาด แล้วผสมต่อให้ได้รสที่ต้องการ ซึ่งน้ำปลาที่ดีนั้นจะต้องมีสีน้ำตาลและใสไม่มีตะกอน คุณค่าด้านโภชนาการประกอบด้วย โซเดียม, โปรตีน, แคลเซียม, ไนอะซินหรือวิตามินบี3 วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, ธาตุเหล็กโฟเลต, โพแทสเซียม และแมกนีเซียม
ได้มีการวิจัยพบว่า น้ำปลาเป็นแหล่งใหญ่ของเกลือแร่ และกรดอะมิโน ที่จำเป็นไม่น้อยกว่า 13 ชนิด โดยเฉพาะ “ไลซีน” (LYSINE) ซึ่งมีปริมาณสูงพอที่จะทดแทน การขาดไลซีนในคนที่ รับประทานข้าวเป็นอาหารหลักได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ น้ำปลายังมีสารอาหาร ที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่งคือ วิตามินบี 12 ซึ่งมีค่อนข้างมาก โดยปกติแล้วร่างกายของคน ต้องการวิตามินบี 12 เฉลี่ยคนละ 1 ไมโครกรัม ต่อวัน  จากการศึกษาพบว่า ถ้ารับประทานน้ำปลาแท้เพียงวันละ 10-15 ลูกบาศก์เซ็นติเมตร ก็จะทำให้ร่างกายได้รับ วิตามินบี 12 ส่วนหนึ่ง ซึ่งเมื่อรวมกับที่ได้รับจากอาหาร อื่นๆ อีกเพียงเล็กน้อย ก็จะมีปริมาณเพียงพอต่อร่างกาย และทำให้ปลอดภัยจากโรคโลหิตชนิดเม็ดเลือดแดงโตได้ Read the rest of this entry »

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa