»
S
I
D
E
B
A
R
«
อาหารดัดแปลงยีนส์เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการยังห่างไกลจากท้องตลาด
Nov 30th, 2010 by Valaiporn Changkid 55 views

อาหารดัดแปลงยีนส์เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการเป็นพิเศษยังคงอยู่ห่างไกลจากท้องตลาดสหรัฐฯ นับเป็นเวลาหลายปีที่ผ่านมาที่ฝ่ายสนับสนุนเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร (Agricultural Biotechnology) ได้มีความหวังว่าในอนาคตอาหารหลายชนิดทางการเกษตรจะมีการดัดแปลงยีนส์เพื่อให้มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น และผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากความสามารถทางวิทยาศาสตร์ที่ไปเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะต่างๆ ของพืช อย่างไรก็ตามปัจจุบันสิ่งดังกล่าวก็ยังคงไม่เกิดขึ้น

Read the rest of this entry »

Share
การละลายหลอดคาร์บอนนาโนเพื่อใช้งานต่างๆ ในอนาคต
Nov 30th, 2010 by Valaiporn Changkid 69 views

ถึงแม้ว่าหลอดคาร์บอนนาโน (Carbon Nanotube) ตามปกติแล้วจะไม่ละลายในสารตัวทำละลาย (Solvent) ทุกชนิด ทีมวิจัยจาก Trinity College Dublin และมหาวิทยาลัยวิสคอนซินพบว่าจริงๆ แล้ว หลอดคาร์บอนนาโนสามารถละลายได้ดีในสารละลาย NMP หรือเรียกชื่อเต็มว่า N-methylpyrrolidone และสารตัวทำละลายอื่นๆที่มีพลังงานที่ผิว (Surface Energy) ที่สามารถเข้ากับพลังงานที่ผิวของกราฟิติค (Graphitic surfaces) การค้นพบดังกล่าวอาจจะช่วยให้นักวิจัยอื่นๆ นำหลอดคาร์บอนนาโนไปใช้ประโยชน์ได้สะดวกสบายขึ้นโดยใช้การพิมพ์โดยใช้หมึกพิมพ์ (Ink-jet) ตลอดจนวิธีการอื่นๆ สำหรับโพลีเมอร์ที่ละลายได้

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/325—-72551

Share
การปรับปรุงน้ำมันดีเซลโดยเติมอนุภาคนาโน
Nov 30th, 2010 by Valaiporn Changkid 73 views

วิศวกรเครื่องกล นายแพรทริค พีแลน และคณะ ของมหาวิทยาลัยอริโซนาสเตท มีความพยายามที่จะปรับปรุงเชื้อเพลิงเหลวให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานเพิ่มขึ้น นักวิทยาศาสตร์ ได้ค้นพบว่าการเติมอนุภาคนาโนของอลูมิเนียม หรืออลูมิเนียมออกไซด์ลงในเชื้อเพลิงดีเซลจะสามารถทำให้คุณสมบัติในการจุดระเบิด (Ignite) ดีขึ้น

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/325—-72551

Share
ทรานซิสเตอร์กำลังหมดสมัยและถูกทดแทนด้วยเมมริสเตอร์
Nov 30th, 2010 by Valaiporn Changkid 222 views

หลายสิบปีที่ผ่านมายังไม่มีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ มาเทียบได้กับความยงิ่ ใหญ่ของทรานซิสเตอร์ในการทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ชิฟ แต่บัดนี้ทรานซิสเตอร์กำลังหมดสมัยแล้วเนื่องจากทีมนักวิจัยของนายสแตนเลย์ วิลเลี่ยม และผู้ประสานงานจาก HP Labs ที่ Palo Alto มลรัฐแคลิฟอร์เนียได้ประสบความสำเร็จในการสร้างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ขึ้นใช้แทนทรานซิสเตอร์เพื่อเป็น building blocks ของคอมพิวเตอร์ชิฟ และนำไปสู่คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่ทำงานรวดเร็วกว่าเดิมและมีกำลังมากขึ้น ในขณะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าลดลง

ทีมนักวิจัยดังกล่าวสร้างเมมทริสเตอร์โดยใช้แผ่นฟิล์มบางๆ ของไตตาเนียมไดออกไซด์ วางไว้อยู่ระหว่างชั้นของทองคำขาว ทั้งนี้ปกติแล้วไตตาเนียมไดออกไซด์จะเป็นสารฉนวนไม่นำไฟฟ้า แต่เมื่อใส่ความต่างศักย์เข้าไประหว่างชั้นทองคำขาวจะเป็นการผลักอะตอมของออกซิเจนบนฟิล์มของไตตาเนียมไดออกไซด์ให้ไปอยู่ข้างหนึ่งของแผ่นฟิล์ม การเคลื่อนที่ของอะตอมดังกล่าวก่อให้เกิดช่องว่างในโครงสร้างผลึกของไตตาเนียมไดออกไซด์ซึ่งส่งผลต่อเนื่องโดยก่อให้เกิดความไม่เป็นสมดุลย์ของการกระจายประจุไฟฟ้าเสมือนการเกิดของอนุภาคประจุบวก ช่องว่างดังกล่าวทำหน้าที่คล้ายสารโดแพนท์ และเคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามกับอะตอมออกซิเจน

ช่องว่างที่เกิดขึ้นจะทำให้ไตตาเนียมไดออกไซด์กลายเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ดังนั้น เมมริสเตอร์อยู่ในสถานะเปิด (on) แต่หากมีการกลับความต่างศักย์ อะตอมของออกซิเจนจะกลับสู่ที่ตั้งเดิมทำให้เมมริสเตอร์อยู่ในสถานะปิด (off) ตามลำดับ

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :  http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/325—-72551

Share
รัฐสภาสหรัฐฯ ให้ความสนใจเทคโนโลยีนาโน
Nov 30th, 2010 by Valaiporn Changkid 31 views

รัฐสภาสหรัฐฯ ให้ความสนใจเทคโนโลยีนาโนโดยทบทวนกฎหมายที่ควบคุมดูแลเดิม จากการที่มีการตั้ง NNI หรือ National Nanotechnology Initiative ภายใต้ National Science Foundation เพื่อทำหน้าที่ประสานงานการวิจัยและพัฒนาของหน่วยงานภายใต้รัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2544 นั้น NNI พยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันการพัฒนาเทคโนโลยีนาโนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม NNI เผชิญอุปสรรคในการกำหนดกลยุทธ์เพื่อเป็นแนวทางในการทำวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะเพื่อเสริมความมั่นใจต่อสาธารณชนสหรัฐฯ ว่าได้มีการดำเนินการวิจัยในด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย (EHS) ของเทคโนโลยีนาโนพร้อมๆ ไปด้วยเช่นกัน

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/325—-72551

Share
นักวิทยาศาสตร์แสวงหาคำตอบมลพิษก๊าซเรือนกระจกตัวใหม่
Nov 30th, 2010 by Valaiporn Changkid 35 views

นักวิทยาศาสตร์แสวงหาคำตอบมลพิษก๊าซเรือนกระจกตัวใหม่จากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่อุปสงค์ด้านผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนทีวีจอแบน (Flat-panel display) กำลังเพิ่มมากขึ้นนั้น นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศ (Atmospheric Scientist) แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF3) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งจากอุตสาหกรรมเหล่านั้น ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการใช้ก๊าซไนโตรเจนฟลูออไรด์ในการทำความสะอาดห้อง (Chambers) ที่ใช้เพื่อให้ไอสารเคมีของวัสดุที่เป็นหลักเกาะลงบนแก้วหรือซิลิกอนเวฟเฟอร์ และส่วนใหญ่แล้วก๊าซดังกล่าวจะถูกกำจัดทำลายในกระบวนการผลิต

ปัจจุบันผู้ผลิตก๊าซ NF3 รายใหญ่ เช่น Air Product & Chemicals กำลังอยู่ในขัน้ ตอนขยายกำลังผลิตทั่วโลกเป็น 3,000 ตันต่อปี เพื่อให้มีปริมาณพอเพียงต่อความต้องการของโลก ในส่วนผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ความเห็นด้วยว่าควรมีการตรวจวัดระดับของก๊าซ NF3 ในบรรยากาศโลกด้วย แต่ขณะเดียวกันได้อ้างถึงประสบการณ์การวิจัยที่พบว่ามีเพียงปริมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซ NF3 เท่านั้นที่หลุดรอดไปสู่บรรยากาศ ทัง้นี้อีก 98 เปอร์เซ็นต์มีการกำจัดโดยกระบวนการทำความสะอาดโดยระบบควบคุมมลพิษของโรงงาน

อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่าในปี พ.ศ. 2551 จะมีการผลิตก๊าซไนโตรเจนฟลูออไรด์ทัว่โลกถึง 4000 ตัน แต่ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจวัดว่าปริมาณที่แท้จริงของก๊าซนี้ในปรรยากาศโลกมีอยู่ในปริมาณเท่าใด

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/325—-72551

Share
ผู้นำประเทศกลุ่มจี 8 ให้ปฏิญญารับรองรลดก๊าซเรือนกระจก
Nov 30th, 2010 by Valaiporn Changkid 56 views

ผู้นำประเทศรํ่ารวยที่สุดในโลก 8 ประเทศ หรือจี 8 มีการประชุมที่เมืองโตยาโก ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม ศกนี้ และได้ให้ประกาศคำปฏิญาณที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งภายในปี พ.ศ. 2593 กล่าวคือ อีก 42 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดแต่อย่างใด

ผู้นำต่างๆ ของประเทศกำลังพัฒนาใหญ่ๆ รวม 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบราซิล จีน อินเดีย เม็กซิโก และอาฟริกาใต้ ได้มีการพบปะเป็นคู่ขนานกับการประชุมผู้นำจี 8 ที่ประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน และได้ ออกปฏิญญาในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโดยกลุ่มนี้หรือเรียกตนเองว่า กลุ่มของ 5 ประเทศ (Group of Five) กล่าวว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจำเป็นที่ต้องมีบทบาทเป็นผู้นำในการกล่าวถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และควรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 25 – 40 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2563 หรือ 12 ปีข้างหน้า และลด 80 – 95 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2593 หรือ 42 ปีข้างหน้า ทัง้นี้โดยใช้ ตัวเลขฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกในปี พ.ศ. 2533 เป็นพื้นฐาน (Baseline Level)

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/325—-72551

Share
MIT ประสบผลสำเร็จในการส่งผ่านยาเข้าสู่เซลฯ
Nov 30th, 2010 by Valaiporn Changkid 37 views

สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ประสบผลสำเร็จในการส่งผ่านยาเข้าสู่เซลล์โดยไม่ทำลายผิว การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนในการนำยาไปสู่ตำแหน่งต่างๆ ในเซลร่างกายเป็นหนึ่งในความหวังทางการแพทย์ในอนาคตที่จะผลิตยาเฉพาะกับคนไข้ และบำบัดเซลที่เป็นโรคได้อย่างแม่นยำโดยไม่ส่งผลต่อเซลที่ดีๆ ข้างเคียง

กุญแจสำคัญที่ทางเอ็มไอทีค้นพบ ได้แก่ การนำผ่านเซลในรูปของแผ่นหรือแถบเส้น (Stripes) ทีมวิจัยพบว่า อนุภาคนาโนทองที่ถูกเคลือบด้วยแถบของโมเลกุล 2 ชนิดสลับกันไปมาอย่างเป็นระเบียบสามารถเคลื่อนที่ผ่านเข้าสู่เซลโดยปราศจากการทำลายเซลนั้น แต่หากการสลับด้วยโมเลกุล 2 ชนิดที่ต่างกันเป็นแบบไม่เป็นระเบียบ (Random) ไม่สามารถผ่านได้

การวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก National Science Foundation (NSF) National Institutes of Health (NIH) และมูลนิธิ Packard

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/325—-72551

Share
ทีวีของสหรัฐฯ เปิดตัวเรื่องเทคโนโลยีนาโน
Nov 24th, 2010 by ilada 65 views

รายการโทรทัศน์ของทีวีสาธารณะสหรัฐฯ เริ่มเปิดตัวในเรื่องเทคโนโลยีนาโน ในปี 2551 สืบเนื่องจากเทคโนโลยีนาโนเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของชาวอเมริกันมากขึ้นเรื่อยๆโดยมีผลิตภัณฑ์อุปโภค บริโภคใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดมาโดยตลอด เช่น เสื้อนาโนที่ปราศจากกลิ่นเหม็น วัสดุภาชนะที่ทำด้วยนาโนเงินเป็นส่วนประกอบทำให้สามารถเก็บอาหารไว้ได้นานกว่าปกติ หรืออุปกรณ์การตรวจจับแบคทีเรียในผลิตภัณฑ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามประเด็นในด้านสังคม จริยธรรม สุขภาพและสิ่งแวดล้อม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังคงเป็นประเด็นที่ประชาคมสหรัฐฯ ให้ความสนใจในการทำความเข้าใจกับประชาชนในเทคโนโลยีอันทันสมัยนี้

นักวิทยาศาสตร์หลายท่านมีความเห็นว่ารายการดังกล่าวเป็นเวทีที่ดีที่นำข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ทำวิจัยไปสู่สังคมให้ได้ทราบ ซึ่งจะเป็นการช่วยการเรียนรู้ของประชาชนไปด้วย

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archive/doc_download/334—-42551

Share
สหรัฐฯ ตั้งศูนย์วิจัยใหม่ 2 แห่ง ศึกษาผลกระทบของวัสดุนาโน
Nov 19th, 2010 by titima 53 views

NSF และ USEPA สนับสนุนงบ 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนาโน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 National Science Foundation (NSF) และ United States Environmental Protection Agency (USEPA) ประกาศสนับสนุนงบประมาณ 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยแห่งใหม่ เพื่อศึกษาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนาโน โดยมีมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) และมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจอลิส (UCLA)เป็นผู้นำ

เหตุผลของการสนับสนุนเรื่องดังกล่าว คือ เมื่อนักวิจัยต่างๆ สามารถเข้าใจว่าอนุภาคนาโนในมิติใดมิติหนึ่งทำปฏิกิริยากับสิ่งแวดล้อมอย่างไรแล้ว ก็จะสามารถนำข้อมูลมาปรับปรุงการประเมินความเสี่ยง รวมถึงการช่วยให้ได้ข้อมูลที่ดีกว่าเดิมแก่ผู้วางนโยบาย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีนาโนในเชิงพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันวัสดุนาโนมีการผลิตเป็นอุตสาหกรรมแล้ว แต่ยังไม่มีการควบคุมดูแลเป็นการเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม

ศูนย์วิจัย 2 แห่งที่วางแผนดำเนินการ ได้แก่

  1. ศูนย์ที่ตั้งที่  UCLA คือ UCCEIN ย่อมาจาก University California Center for Environmental Implications for Nanotechnology โดยตั้งภายใต้สถาบัน Californai Nanosystem Institute ด้วยงบประมาณ 24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้จะเน้นการพัฒนาแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อคาดการณ์ถึงผลของวัสดุนาโนแบบต่างๆ ที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยใช้การทดลองในเซลล์ และสัตว์ทดลอง
  2. ศูนย์ที่ตั้งที่ มหาวิทยาลัยดุ๊ก คือ CEINT ย่อมาจาก (Center for Environmental Implications of Nanotechnology) ด้วยงบประมาณ 14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเน้นเรื่องเส้นทางและการแพร่กระจายของวัสดุนาโนที่เกิดจากธรรมชาติและผลิตขึ้นจากอุตสาหกรรมในระบบนิเวศวิทยา ซึ่งได้เริ่มวางแผนสร้างระบบทดลองทางนิเวศวิทยาในป่าใกล้สถาบันและศึกษาอนุภาคนาโนของแร่ที่มีโลหะ

การจัดตั้งศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังความพยายามของประเทศต่างๆ ที่ยกเรื่องผลกระทบของวัสดุนาโนที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย ทั้งนี้ศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง มีหน้าที่สนับสนุน National Nanotechnology Institute (NNI) ซึ่งเป็น consortium ของหน่วยงานรัฐ รวม 25 แห่ง เพื่อศึกษา ควบคุมและดูแลเทคโนโลยีนาโน

ความคาดหวังจากการจัดตั้งศูนย์วิจัยดังกล่าว คือ การช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เรียนรู้เกี่ยวกับอันตรายของวัสดุนาโน และความพยายามคาดการณ์ความเสี่ยง ขณะที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าไปในแต่ละวัน

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่  http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/316—-102551–2551

Share
อาหารและบรรจุภัณฑ์นาโนกำลังออกสู่ตลาดสหรัฐฯ ตรงข้ามกับการดูแล
Nov 19th, 2010 by titima 66 views

ธุรกิจอาหารและบรรจุภัณฑ์นาโนมีอนาคตแจ่มใส่ในการประยุกต์ใช้ แต่ประชาชนสหรัฐฯ เริ่มมีคำถามเรื่องการดูแลจากรัฐบาล

วัสดุขนาดเล็กระดับนาโนมีศักยภาพในการนำไปใช้เพื่อปรับปรุงรสชาติ สี กลิ่น เนื้อ และความเหนียวข้นของอาหารนักนวัตกรรมในทางอุตสาหกรรมการอาหารกำลังใช้วัสดุเหล่านี้เป็นแคปซูลบรรจุสารเสริมคุณค่าทางอาหาร เพื่อเพิ่มการดูดซึมและการนำสารอาหารไปใช้ในร่างกาย รวมถึงการนำไปใช้ในภาชนะบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความแข็งแรงยิ่งขึ้น หรือการทำลายจุลชีพ ตลอดจนการตรวจจับสารปนเปื้อนและช่วยในการตรวจสอบแหล่งที่มาของอาหาร แต่ประชาชนสหรัฐฯ จำนวนมากกำลังเริ่มตั้งคำถามว่ารัฐบาลเข้ามามีส่วนในการดูแลหรือผู้บริโภคมีความรู้ที่เพียงพอหรือไม่ในการป้องกันปฏิกิริยาจากสาธารณชนในด้านลบ

ปัจจุบันองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ พิจารณาเรื่องเทคโนโลยีนาโนเป็นกรณีๆ ไป โดยเน้นอาหารเติมแต่งนาโน และอาหารเสริม พร้อมอยู่ระหว่างการกำหนดเพื่อบ่งชี้ว่าสารประกอบอาหารนาโน หรือส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ประเภทใดก่อให้เกิดข้อวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัย

แม้จะมีผลิตภัณฑ์อาหารนาโนเพิ่มมากขึ้นในตลาด แต่ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังไม่ทราบมากนักถึงข้อดี-ข้อเสีย สาเหตุเนื่องจาก ไม่มีข้อกำหนดให้มีการติดฉลากว่าอาหารหรือบรรจุภัณฑ์ใดมีการใส่วัสดุนาโน ดังนั้นจึงมีการพยายามผลักดันของกลุ่มผู้สนับสนุนผู้บริโภคเพื่อให้องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ กำหนดให้มีการติดฉลากในผลิตภัณฑ์อาหารนาโน เพื่อให้ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกบริโภค

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/316—-102551–2551

Share
มุ้งนาโนฆ่ายุง
Nov 13th, 2010 by supaporn 140 views

ได้ยินชื่อมุ้งนาโนฆ่ายุง ตอนแรกแปลกใจว่า มุ้งฆ่ายุงได้จริงหรือ ทำได้อย่างไรน่ะ ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้หายข้อสงสัย ผลิตภัณฑ์หรือมุ้งที่ว่านี้ เป็นผลงานวิจัยของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาิติ ที่วิจัยเพื่อผลิตมุ้งและเส้นใยนาโนทีุ่ฆ่ายุงได้ในหกนาที

นักวิจัยประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีสิ่งทอและเคมีภัณฑ์ผลิตเส้นใยสังเคราะห์ทั้งแบบเส้นใยเดี่ยว และเส้นใยผสม จนผสมสารฆ่ายุงในกลุ่มเดลตาเมทรินให้ฝังอยู่ในเม็ดพลาสติก ก่อนฉีดออกมาเป็นเส้นใย โดยสารกลุ่มเดลตาเมทรินจะซึมผ่านตัวรับ (receptor) ของยุงที่ปลายขา ซึ่งมีความไวต่อสารกลุ่มนี้เป็นพิเศษ และจะส่งผลระบบประสาทของยุงทำให้เกิด knock-down effect ได้โดยเร็ว มุ้งนาโนนี้ฆ่ายุงได้ทุกสายพันธุ์ ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ นับว่าเป็นการป้องกันและกำจัดยุงนำโรคมาลาเรียและไข้เลือดออกได้

บรรณานุกรม: มุ้งและเส้ยใยนาโนพิฆาตยุง. Update 25, 276 (กันยายน 2552) : 117

Share
รับมือไข้เลือดออกด้วยมุ้งนาโน
Oct 26th, 2010 by titima 100 views

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เจ้าของผลงาน “มุ้งนาโน” ผลงานที่อาศัยกระบวนการนาโนเทคโนโลยีในการเคลือบเส้นใยก่อนนำมาทำเป็นมุ้ง หรือที่เรียกว่าเส้นใยนาโน ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันยุงและสามารถกำจัดยุงได้ภายใน 6 นาที ซึ่งมีอายุการใช้งานนานประมาณ 2 ปี และสามารถซักทำความสะอาดได้มากกกว่า 30 ครั้ง

ความปลอดภัยในการใช้งาน ไม่ต้องกังวล เนื่องจากสารออกฤทธิ์ที่นำมาใช้ในการกำจัดยุง ส่วนใหญ่เป็นสารที่สกัดได้จากธรรมชาติ อย่าง ดอกเก๊กฮวย ดอกดาวเรือง และสารเคมีบางชนิด ที่สำคัญงานชิ้นนี้จะช่วยป้องกันและกำจัดยุงเป็นพาหนะนำโรคไข้เลือดออกและไข้มาลาเรีย ตัวอย่าง เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงในป่า รวมถึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้คาดว่าผลงานดังกล่าวเมื่อนำเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตอย่างจริงจัง(คาดภายในอีก 1 ปีข้างหน้า) จะมีราคาประมาณ 250-500 บาทต่อหลัง ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตมุ้งในประเทศไทย พบว่าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ มียอดการส่งออกมากกว่า 1.1 ล้านหลังต่อปี และอาจต่อยอดไปสู่ทอประเภทอื่นๆ เช่น เสื้อ ผ้าม่าน เป็นต้น

เรียบเรียงจาก
นาโนเทคพัฒนามุ้งนาโน กำจัดยุงได้ภายใน 6 นาที รับมือไข้เลือดออก. Engineering today. 8, 94 (ต.ค. 2553) : 58.

Share
วัสดุนาโนสำหรับการเชื่อมต่อเส้นเอ็นและกระดูก
Oct 11th, 2010 by Valaiporn Changkid 149 views

ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์มีความก้าวหน้าและทันสมัยทำให้ศัลยแพทย์ทำการรักษาผู้ป่วยด้วยการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ ที่มีความบกพร่องของร่างกาย เช่น การรักษากล้ามเนื้อไหล่, การรักษาเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า หรือจุดอื่นๆ ที่บริเวณกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนเชื่อมต่อกัน แต่ส่วนมากผลการรักษามักไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากมีความผิดปกติบริเวณรอยต่อที่ทำการรักษา

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เมืองเซนต์หลุยส์ มลรัฐมิสซูรี่ ได้พยายามคิดค้นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยได้สังเคราะห์แคลเซียมฟอสเฟตเพื่อใช้ในการเชื่อมต่อเส้นเอ็นและกระดูกที่ได้รับความเสียหาย โดยแคลเซียมฟอสเฟตที่สังเคราะห์ได้นั้นจทำให้บริเวณรอยต่อของกระดูกและเส้นเอ็นมีความตึงเท่ากันทั้งสองด้าน ในขณะนี้กำลังทดลองวัสดุตัวใหม่นี้ในหนูทดลองที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหัวไหล่ หากการทดลองในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ จะเป็นความหวังใหม่ในวงการแพทย์

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/277—-72552

Share
อนาคตของ Nanomedicine
Oct 7th, 2010 by titima 275 views

Robert A. Freitas Jr. ผู้ก่อตั้งโครงการ Nanofactory Collaboration โครงการความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมโมเลกุลของยา ได้แสดงวิสัยทัศน์ในนิตยสาร Futurist ฉบับเดือน January-February 2010 ถึง Nanomedicine หรือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนกับการพัฒนายา

Read the rest of this entry »

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa