หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานสำรวจไปสำรวจภาคพื้นดินของดาวอังคารไปเมื่อไม่นานมานี้แล้ว จากยานอวกาศตรวจการณ์ดาวอังคาร ที่อยู่ในวงโคจรรอบๆ ได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่พบว่า ฝนที่ตกบนดาวอังคารนั้น ตกลงมาเป็นน้ำแข็งแห้ง ซึ่งมีแห่งเดียวในสุริยจักรวาลของเรา
Read the rest of this entry »
สดร.ชวนนักดาราศาสตร์สมัครเล่น ร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการถ่ายภาพดาวเคราะห์ โดย “Christopher Go” ผู้ค้นพบค้นพบจุดแดงน้อยบนดาวพฤหัสบดี
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เชิญชวนนักดาราศาสตร์สมัครเล่น ช่างภาพ และผู้ที่สนใจ ร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการถ่ายภาพดาวเคราะห์ ครั้งที่ 1 โดยนักถ่ายภาพดาราศาสตร์สมัครเล่นชื่อดังระดับโลก “Christopher Go” (คริสโตเฟอร์ โก๊ะ) ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ชาวฟิลิปปินส์และช่างภาพสมัครเล่นผู้ที่ทำให้วงการดาราศาสตร์โลกต้องตะลึง เมื่อเขาค้นพบจุดแดงน้อยบนดาวพฤหัสบดีในปี 2005 Read the rest of this entry »
ภัยคุกคามจากนอกโลกนี้ ไม่ใช่ภัยจากมนุษย์ต่างดาว หรือสัตว์ประหลาดอย่างเช่นในภาพยนตร์แต่อย่างใด แต่เป็นวัตถุที่โคจรอยู่ใกล้กับโลกของเรา ที่อาจจะส่งผลให้เกิดภัยคุกคามได้ เมื่อมีการโคจรที่ใกล้เกินไป หรือถูกแรงโน้มถ่วงดึงดูด และกลายเป็นการพุ่งตกลงบนพื้นโลกของเรานั่นเอง ด้วยภัยคุกคามจากนอกโลกนี้เป็นภัยที่หลายๆ คนไม่ทันได้คิดถึง และไม่มีนโยบายป้องกันแต่อย่างใด เพราะโอกาสเกิดนั้นมีค่อนข้างน้อย แต่กระนั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสประสบกับภัยดังกล่าวเลย ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์บางท่านจึงได้นำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อองค์การสหประชาชาติว่า ควรให้ความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามจากดาวเคราะห์น้อยนอกโลกให้กับนักการเมือง หน่วยฉุกเฉิน และสาธารณชนให้มากกว่านี้ ทั้งเพื่อให้รู้วิธีรับมือและเพื่อป้องกันการตื่นตระหนกเกินเหตุ
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า คณะนักดาราศาสตร์สากล ได้เปิดเผยข้อมูลการสำรวจพบดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ซึ่งอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เหมือนโลกมนุษย์ เนื่องจากมีปํจจัยเอื้อต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ น้ำ โดยดาวดวงนี้อยู่นอกระบบสุริยะ ห่างจากโลกประมาณ 22 ปีแสงทีมนักดาราศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลจากศูนย์สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ยูโรเปียน เซาเทิร์น เกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งชื่อว่า “จีเจ 667 ซีซี” ที่รู้จักกันในนาม ดาวแคระชั้น เอ็ม ซึ่งเปล่งประกายความร้อนน้อยกว่าดวงอาทิตย์มาก และมีดาวเคราะห์อย่างน้อย 3 ดวง กำลังโคจรรอบๆ มัน โดยหนึ่งในนั้นคือดาว จีเจ 667 ซีซี ดูเหมือนจะโคจรในระยะใกล้ มันดูดซับแสงและพลังงาน และ อุณหภูมิพื้นผิวของมันคล้ายกับโลก ซึ่งอาจจะมีน้ำบนดาวเคราะห์ด้วย โดยดาวจีเจ 667 ซีซี จะมีพื้นผิวเป็นหินขรุขระ โคจรรอบดาวหลักของมันทุก 28.15 วัน ซึ่งหมายถึง 1 ปีของมันเท่ากับประมาณ 1 เดือนของโลก และมีมวลอย่างน้อย 4.5 เท่าของโลก นายกิลเลม อังกลาดา-เอสกูด์ แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์คาร์เนกี กล่าวว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นตัวอย่างใหม่ที่ดีที่สุด และมีความเป็นไปได้ที่สุด ที่จะพบของเหลว หรือสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนนั้น
รายการอ้างอิง : เดลินิวส์. พบดาวคล้ายโลกนอกสุริยะจักรวาล. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.dailynews.co.th/world/10602. (วันที่ค้นข้อมูล : 7 มิถุนายน 2555).
การค้นหาหรือค้นพบดาวดวงใหม่ที่มีลักษณะทางกายภาพคล้ายโลกนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจเสมอ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติที่นับวันจะเพิ่มความรุนแรง บ่อยครั้งมากขึ้น และกระจายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
จากคำบอกเล่าของ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงที่มาของภารกิจนักดาราศาสตร์ระดับโลกว่า มีการค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลกมานานแล้ว เพียงแต่เดิมกล้องโทรทรรศน์ธรรมดายังไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ปัจจุบันกล้องโทรทรรศน์ของนาซา มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากจนสามารถที่จะค้นพบสิ่งที่อยู่ไกลออกไป และหน่วยค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาลที่คาดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากของนาซาก็คือ ยานอวกาศเคปเลอร์ ที่ค้นพบระบบดาวคู่ที่เรียกว่า เคปเลอร์ 16 หรือเคปเลอร์ 16 เอ และ 16 บี นอกจากนี้ยังพบว่ามีดาวเคราะห์โคจรอยู่รอบระบบดาวฤกษ์คู่นี้อีกด้วย
ผลการศึกษาฉบับล่าสุดพบว่า กาแล็กซี่ทางช้างเผือกที่มีโลกเป็นสมาชิกอยู่ด้วยนั้น มีดาวเคราะห์คล้ายโลกอยู่ในระบบอีกมากหลายพันล้านดวง
ปารีส-ผลการศึกษาฉบับล่าสุดพบว่า กาแล็กซี่ทางช้างเผือกที่มีโลกเป็นสมาชิกอยู่ด้วยนั้น มีดาวเคราะห์คล้ายโลกอยู่ในระบบอีกมากหลายพันล้านดวง ลบความเชื่อเดิมที่ประเมินว่ามีดาวเคราะห์เพียง 700 ดวงเป็นเพื่อนโลกในระบบจักรวาลเดียวกันนี้ Read the rest of this entry »
ดร.จอน เจนคินส์ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน SETI ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ ในการศึกษาแสงโค้งประหลาด และการค้นพบดังกล่าวนี้ได้เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Astrophysical Journal ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยว่าได้ค้นพบสิ่งที่แปลกประหลาดเมื่อทำการสำรวจแสงประหลาดจากดาวที่อยู่ห่างออกไป 1,500 ปีแสง โดยแสงประหลาดดังกล่าวนั้น ได้มาจากหางเศษหินที่มาจากดาวเคราะห์หินแข็งขนาดไม่ใหญ่กว่าดาวพุธมาก ลักษณะคล้ายคลึงกับดาวหาง มีการโคจรอยู่ใกล้กับดาวฤกษ์สีส้มนามว่า KIC-12557548 โดยมีระยะเวลาการโคจรครบรอบเพียง 15 ชั่วโมงเท่านั้น อุณหภูมิของดาวฤกษ์ดวงดังกล่าวอยู่ที่ 4,200 องศาเซลเซียส พื้นผิวของดาวเคราะห์ดังกล่าวน่าจะสูงประมาณ 1,800 องศาเซลเซียส ซึ่งร้อนพอที่จะหลอมละลายและทำให้หินแข็งกลายเป็นไอขนาดเล็กกว่าไมครอน ก่อให้เกิดหางฝุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝุ่นของไพร็อกซีน หรืออลูมิเนียมออกไซด์
ถือว่าเป็นความโชคดีมากๆ ที่ได้พบดาวหางนอกระบบสุริยะดวงนี้ เพราะนอกจากจะเป็นตัวอย่างอันแรกในวงการธรณีวิทยานอกโลกแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่สิ่งที่เราตรวจจับได้เป็นดาวเคราะห์หินแข็งอีกด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก :
http://www.vcharkarn.com/vnews/154355
http://www.abc.net.au/science/articles/2012/05/23/3509472.htm
แหล่งที่มาภาพ : http://www.thairath.co.th/content/oversea/263953
วารสารวิชาการ “ฟิสิกส์ดวงดาว” ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า บรรดานักดาราศาสตร์สังเกตพบปรากฏการณ์นี้ด้วยกล้องโทรทรรศน์บนยาวอวกาศที่ศึกษาดาวฤกษ์ในกลุ่มทางช้างเผือกไม่ต่ำกว่า 160,000 ดวง อยู่ในขณะนี้ พบว่ามีดาวเคราะห์ดวงหนึ่งซึ่งกำลังจะถูกดาวฤกษ์แม่แผดเผาด้วยความร้อนจนไหม้เกรียมและระเหยเป็นไอ จนอาจจะต้องมอดไหม้ลงภายใน 100 ปีนี้ ดาวเคราะห์ที่กำลังจะมอดไหม้นี้ยังคงโคจรอยู่รอบๆ ดาวฤกษ์ และปล่อยควันโขมงเป็นหางยาวคล้ายดาวหาง และมีการโคจรในแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง นักดาราศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาจูเซสต์ และองค์การอวกาศสหรัฐอเมริกา คำนวณว่าดาวเคราะห์นั้นมีขนาดใหญ่ไล่เลี่ยกับดาวพุธ จะถูกแผดเผาด้วยอุณหภูมิร้อนแรงขนาด 2,000 องศาเซลเซียส จนอาจจะมอดไหม้จนดับลงได้
รายการอ้างอิง : “การศึกษา : ดาวเคราะห์ถูกดาวฤกษ์เผาผลาญจนระเหยเป็นไอหมดภายใน 100 ปี”. ไทยรัฐ [ออนไลน์] วันที่ 24 พฤษภาคม 2555. เข้าถึงได้จาก http://www.thairath.co.th/content/edu/262764 (วันที่ค้นข้อมูล : 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 18.19น.).
ภายในของโลก คือ แก่นโลก ที่มีลักษณะเป็นของแข็งที่มีของเหลวล้อมรอบ แก่นโลกสำคัญต่อสนามแม่เหล็กมาก จึงสำคัญต่อชีวิตบนโลกด้วย แต่ทำไมโลกจึงมีแก่นพิเศษนี้ ทฤษฎีที่ดีที่สุดของนักวิทยาศาสตร์ เมื่อพิจารณาจากข้อมูลการสั่นสะเทือนของแผ่นดิน Read the rest of this entry »
Six new worlds เนื้อหาหน้าปกล่าสุดจากวารสารเนเจอร์ ฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554
ภาพหน้าปก ภาพศิลปะแบบ impression ของดาวเคราะห์ 3 ส่วน ที่จับภาพได้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2010
ปฏิบัติการสำรวจอวกาศขององค์การนาชา ที่ชื่อ Kepler mission ที่ออกแบบเพื่อศึกษาและตรวจจับดาวเคราะห์ที่อยู่นอกระบบสุริยะ ที่มีการเดินทางข้ามผ่านกลุ่มดวงดาวหลัก ได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบระบบวงโคจรของ 6 ดาวเคราะห์ (six-planet system orbiting) ที่มีชื่อว่า Kepler-11 โดยพบว่ามีดาวเคราะห์ 5 ดวงที่มีขนาดเล็กที่สุดในขนาดและ ปริมาณที่ทำการวัด มีระยะเวลาในการโคจรในช่วง 10 – 47 วัน ส่วนดาวเคราะห์ดวงที่ 6 มีคุณลักษณะแตกต่างออกไป พบมีดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่มีดาวอื่น เดินทางผ่าน คือ Kepler-9 ที่มี 3 ดวง
การค้นพบระบบสุริยะใหม่นี้ พบว่ามีความคล้ายคลึงกับระบบสุริยะเดิมของเรา อยู่ในแนวระนาบใกล้ชิดมาก Kepler-11 จะปฏิบัติการต่อเนื่องเพื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ เช่นวิวัฒนาการ การก่อตัวของระบบสุริยะ
แหล่งที่มา : Six new worlds (2011). เนเจอร์., 470(7332), The cover
เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2551 ยานอวกาศที่ปราศจากมนุษย์ชื่อเมสเซนเจอร์หรือผู้นำสารขององค์การอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาได้เดินทางถึงดาวพุธซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดและอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในระบบสุริยจักรวาล และโคจรอยู่รอบดาวพุธในระบบห่างจากผิวดาวเพียง 200 กิโลเมตร โดยได้ถ่ายภาพปล่องภูเขาไฟต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดอย่างไม่เคยได้เห็นมาก่อน และยังทำการบันทึกแถบสี (Spectra) ของผิวดาวพุธในส่วนที่มีสภาพบรรยากาศบางหรือที่เรียกว่า เอ็กโซสเฟียร์ (Exosphere) ซึ่งผลการวิเคราะห์ยืนยันได้ว่ามีธาตุโซเดียมในชั้นบรรยากาศนี้เหมือนที่เคยทราบจากการสังเกตจากโลก
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/343—-12551