หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานสำรวจไปสำรวจภาคพื้นดินของดาวอังคารไปเมื่อไม่นานมานี้แล้ว จากยานอวกาศตรวจการณ์ดาวอังคาร ที่อยู่ในวงโคจรรอบๆ ได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่พบว่า ฝนที่ตกบนดาวอังคารนั้น ตกลงมาเป็นน้ำแข็งแห้ง ซึ่งมีแห่งเดียวในสุริยจักรวาลของเรา
Read the rest of this entry »
ในวันที่ 31 สิงหาคม 2555 จะเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวง รอบที่สองในเดือนเดียวกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “บลูมูน” (Blue Moon) หรือสังเกตง่ายๆ ว่าหากเดือนไหนที่มีดวงจันทร์เต็มดวง 2 ครั้ง จะเรียกดวงจันทร์เต็มดวงในครั้งที่สองว่า “บลูมูน” เพราะปกติปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวง (Full Moon) จะเกิดขึ้นเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น และเป็นปรากฏการณ์ที่นาน ๆ ทีจะเกิด จึงเรียกว่า “บลูมูน” ในภาษาอังกฤษมีสำนวนว่า Once in a blue moon หมายถึงนานๆ จะเห็นสักครั้ง หรือเปรียบได้กับคำว่า Rarely ในภาษาอังกฤษ
12 สิงหาคม 2555 สดร. ชวนชม ดาวเคียงเดือน และฝนดาวตกวันแม่ ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณมากกว่า 100 ดวง ต่อชั่วโมง
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนคนไทยชมความสวยงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนในวันแม่ 12 สิงหาคม 2555 นี้ ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์ และฝนดาวตกเปอร์เซอิดส์ Read the rest of this entry »
หลังจากการสำรวจและศึกษาระบบสุริยะโลกนอกมาเป็นเวลานานของนักดาราศาสตร์หลายๆ ท่าน ขณะนี้นักดาราศาสตร์ได้ยืนยันแล้วว่า ระบบสุริยะแบบเราไม่ได้เป็นระบบสุริยะที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแบบเดียวในเอกภพแน่นอนแล้ว หลังจากมีการค้นพบระบบดาวเคราะห์ที่มีระนาบการโคจรแบนราบและมีลำดับของดาวเคราะห์ชัดเจนแบบระบบสุริยะของเรา
European Extremely Large Telescope (E-ELT)
European Southern Observatory (ESO) องค์กรวิจัยทางดาราศาสตร์ของยุโรป หรือหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรปประกาศให้การสนับสนุนโครงการสร้างกล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดใหญ่ทีสุดในโลก โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณถึง 1.1. พันล้านยูโร (ราว 4.35 หมื่นล้านบาท) โดยจะสร้างขึ้นที่ยอดเขาเซอร์โร แอร์มาซอนเนส (Cerro Armazones) ซึ่งเป็นยอดเขาที่อยู่ทางเหนือในประเทศชิลี Read the rest of this entry »
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า คณะนักดาราศาสตร์สากล ได้เปิดเผยข้อมูลการสำรวจพบดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ซึ่งอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เหมือนโลกมนุษย์ เนื่องจากมีปํจจัยเอื้อต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ น้ำ โดยดาวดวงนี้อยู่นอกระบบสุริยะ ห่างจากโลกประมาณ 22 ปีแสงทีมนักดาราศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลจากศูนย์สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ยูโรเปียน เซาเทิร์น เกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งชื่อว่า “จีเจ 667 ซีซี” ที่รู้จักกันในนาม ดาวแคระชั้น เอ็ม ซึ่งเปล่งประกายความร้อนน้อยกว่าดวงอาทิตย์มาก และมีดาวเคราะห์อย่างน้อย 3 ดวง กำลังโคจรรอบๆ มัน โดยหนึ่งในนั้นคือดาว จีเจ 667 ซีซี ดูเหมือนจะโคจรในระยะใกล้ มันดูดซับแสงและพลังงาน และ อุณหภูมิพื้นผิวของมันคล้ายกับโลก ซึ่งอาจจะมีน้ำบนดาวเคราะห์ด้วย โดยดาวจีเจ 667 ซีซี จะมีพื้นผิวเป็นหินขรุขระ โคจรรอบดาวหลักของมันทุก 28.15 วัน ซึ่งหมายถึง 1 ปีของมันเท่ากับประมาณ 1 เดือนของโลก และมีมวลอย่างน้อย 4.5 เท่าของโลก นายกิลเลม อังกลาดา-เอสกูด์ แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์คาร์เนกี กล่าวว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นตัวอย่างใหม่ที่ดีที่สุด และมีความเป็นไปได้ที่สุด ที่จะพบของเหลว หรือสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนนั้น
รายการอ้างอิง : เดลินิวส์. พบดาวคล้ายโลกนอกสุริยะจักรวาล. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.dailynews.co.th/world/10602. (วันที่ค้นข้อมูล : 7 มิถุนายน 2555).
การค้นหาหรือค้นพบดาวดวงใหม่ที่มีลักษณะทางกายภาพคล้ายโลกนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจเสมอ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติที่นับวันจะเพิ่มความรุนแรง บ่อยครั้งมากขึ้น และกระจายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
จากคำบอกเล่าของ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงที่มาของภารกิจนักดาราศาสตร์ระดับโลกว่า มีการค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลกมานานแล้ว เพียงแต่เดิมกล้องโทรทรรศน์ธรรมดายังไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ปัจจุบันกล้องโทรทรรศน์ของนาซา มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากจนสามารถที่จะค้นพบสิ่งที่อยู่ไกลออกไป และหน่วยค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาลที่คาดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากของนาซาก็คือ ยานอวกาศเคปเลอร์ ที่ค้นพบระบบดาวคู่ที่เรียกว่า เคปเลอร์ 16 หรือเคปเลอร์ 16 เอ และ 16 บี นอกจากนี้ยังพบว่ามีดาวเคราะห์โคจรอยู่รอบระบบดาวฤกษ์คู่นี้อีกด้วย
ผลการศึกษาฉบับล่าสุดพบว่า กาแล็กซี่ทางช้างเผือกที่มีโลกเป็นสมาชิกอยู่ด้วยนั้น มีดาวเคราะห์คล้ายโลกอยู่ในระบบอีกมากหลายพันล้านดวง
ปารีส-ผลการศึกษาฉบับล่าสุดพบว่า กาแล็กซี่ทางช้างเผือกที่มีโลกเป็นสมาชิกอยู่ด้วยนั้น มีดาวเคราะห์คล้ายโลกอยู่ในระบบอีกมากหลายพันล้านดวง ลบความเชื่อเดิมที่ประเมินว่ามีดาวเคราะห์เพียง 700 ดวงเป็นเพื่อนโลกในระบบจักรวาลเดียวกันนี้ Read the rest of this entry »
วันที่ 6 มิถุนายน 2555 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกรอคอยกับการเกิด “ปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์” ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่สร้างประวัติศาสตร์การค้นพบวิธีวัดขนาดของระบบสุริยะได้เป็นวิธีแรก “รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. บอกว่า ปรากฏการณ์นี้ เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่มนุษย์ให้ความสนใจมาช้านานแล้ว ไม่น้อยกว่าปรากฏการณ์จันทรุปราคาหรือสุริยุปราคาแต่เนื่องจากดาวพุธอยู่ห่างจากโลกมาก การคำนวณหาระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์จึงไม่สามารถวัดได้อย่างแม่นยำ นักดาราศาสตร์จึงหันมาใช้ปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์แทน เพราะดาวศุกร์อยู่ห่างจากโลกเพียง 38 ล้านกิโลเมตร หรือคิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับดาวพุธที่อยู่ห่างถึง 77 ล้านกิโลเมตร
วันพุธที่ 6 มิถุนายน 2555 จะเกิดปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ให้เห็นได้ในประเทศไทยอีกครั้ง และนับเป็นครั้งสุดท้ายในศตวรรษนี้ เนื่องจากช่วงชีวิตของคน ๆ หนึ่ง มีโอกาสสังเกตปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง วันอังคารที่ 8 มิถุนายน 2547 หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ได้เกิดปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 122 ปี เห็นได้ในประเทศไทยระหว่างเวลาประมาณ 12:13 – 18:21 น.
ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ ดาวศุกร์จะเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ปรากฏเป็นดวงกลมดำขนาดเล็กบนผิวหน้าดวงอาทิตย์ แม้จะเล็ก แต่ก็ใหญ่พอที่จะสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในยามที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า หรือเมื่อมองผ่านแผ่นกรองแสงในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่สูงบนท้องฟ้า ยุคปัจจุบัน ดาวศุกร์มีโอกาสผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้เฉพาะในเดือนมิถุนายนและธันวาคมเท่านั้น ซึ่งเป็นจังหวะที่ดาวศุกร์โคจรผ่านใกล้จุดโหนดลงและจุดโหนดขึ้น ตามลำดับ หากย้อนไปในอดีต 4,000 ปี ดาวศุกร์มีจุดโหนดอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกของจุดโหนดในปัจจุบัน สมัยนั้น ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์มีโอกาสเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก :
http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/eclipses/2012vt.html
http://news.mthai.com/general-news/169045.html
กล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดยักษ์ มีคุณสมบัติสามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิตในห้วงอวกาศ กำลังจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกไม่นานนี้ ซึ่ง กล้องโทรทรรศน์วิทยุนี้มีชื่อว่า อาร์เรย์ตารางกิโลเมตร (SKA) มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2024 จะประกอบไปด้วยจาน 3,000 จาน แต่ละจานมีขนาดกว้าง 15 เมตร และมีเสาอากาศอีกมากมาย วางตัวกระจายอยู่บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร กล้องโทรทรรศน์วิทยุนี้สามารถสแกนวัตถุท้องฟ้าได้เร็วขึ้น 10,000 เท่า และมีความไวกว่ากล้องโทรทรรศน์อื่นๆ 50 เท่า จะใช้ในการศึกษาจุดกำเนิดของเอกภพ และสามารถตรวจจับสัญญาณอ่อนๆ ที่อาจบอกได้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก
แหล่งที่มาภาพ : http://www.thairath.co.th/content/oversea/263953
วารสารวิชาการ “ฟิสิกส์ดวงดาว” ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า บรรดานักดาราศาสตร์สังเกตพบปรากฏการณ์นี้ด้วยกล้องโทรทรรศน์บนยาวอวกาศที่ศึกษาดาวฤกษ์ในกลุ่มทางช้างเผือกไม่ต่ำกว่า 160,000 ดวง อยู่ในขณะนี้ พบว่ามีดาวเคราะห์ดวงหนึ่งซึ่งกำลังจะถูกดาวฤกษ์แม่แผดเผาด้วยความร้อนจนไหม้เกรียมและระเหยเป็นไอ จนอาจจะต้องมอดไหม้ลงภายใน 100 ปีนี้ ดาวเคราะห์ที่กำลังจะมอดไหม้นี้ยังคงโคจรอยู่รอบๆ ดาวฤกษ์ และปล่อยควันโขมงเป็นหางยาวคล้ายดาวหาง และมีการโคจรในแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง นักดาราศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาจูเซสต์ และองค์การอวกาศสหรัฐอเมริกา คำนวณว่าดาวเคราะห์นั้นมีขนาดใหญ่ไล่เลี่ยกับดาวพุธ จะถูกแผดเผาด้วยอุณหภูมิร้อนแรงขนาด 2,000 องศาเซลเซียส จนอาจจะมอดไหม้จนดับลงได้
รายการอ้างอิง : “การศึกษา : ดาวเคราะห์ถูกดาวฤกษ์เผาผลาญจนระเหยเป็นไอหมดภายใน 100 ปี”. ไทยรัฐ [ออนไลน์] วันที่ 24 พฤษภาคม 2555. เข้าถึงได้จาก http://www.thairath.co.th/content/edu/262764 (วันที่ค้นข้อมูล : 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 18.19น.).
ดาราศาสตร์ เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ อยากจะศึกษาให้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนดาราศาสตร์ โดยเฉพาะกล้องดูดาว มีราคาค่อนข้างสูงจนทำให้หลาย ๆ โรงเรียนไม่สามารถจัดหามาเพื่อให้เด็กนักเรียนได้ศึกษาและเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้จับมือกับบริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการกล้องดูดาวพีวีซีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ เพื่อประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์แบบสะท้อนแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 200 มม.และ 300 มม. รวมทั้งสิ้น 99 ตัว พร้อมแจกให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ต่อไป นำโดย ดร.สวัสดิ์ ตันติพันธุ์วดี หัวหน้าโครงการ และผู้สอนประดิษฐ์กล้องดูดาวจากท่อพีวีซี, นายบรูโน ฟานเดอร์วีเลน กรรมการผู้จัดการบริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมเหล่าตัวแทนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ นายวชิรวิทย์ เสนาคำ หรือ วิท นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนสภาราชินี จ.ตรัง, น.ส.จุฑารัตน์ คำอดุลย์ และน.ส.อนัญญา อถิโชคไชย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนกาญจนาภิเษก วิทยาลัย จ.นครปฐม
รายการอ้างอิง :
สวทช.จับมือ”วีนีไทย”สอนเด็กประดิษฐ์กล้องดูดาว. สยามกีฬา. ฉบับวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555.
วันที่ 20 พฤษภาคม 55 จะเกิดปรากฏการณ์ สุริยุปราคาขึ้นในพื้นที่อเมริกาเหนือ แปซิฟิก และเอเชีย หลังจากเกิด ‘ซูเปอร์มูน’ ไปเมื่อช่วงต้นเดือน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงวันที่ 20 พ.ค.55 นี้ จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาขึ้นโดยพื้นที่ที่จะเห็นปรากฏการณ์ นี้ได้ดีที่สุดคือ พื้นที่ทางตะวันตกของอเมริกาเหนือ ขณะที่ในหลายพื้นที่ของเอเชีย และแปซิฟิก ก็มีโอกาสเห็นเช่นกัน
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนคนไทยติดตามปรากฏการณ์ดาราศาสตร์แห่งศตวรรษ “ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์” (Venus Transit) ในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 05:49 – 11:49 น. ของวันที่ 6 มิถุนายน 2555 เผยเป็นปรากฏการณ์ดาราศาสตร์หาชมยาก เกิดขึ้นสองครั้งในรอบกว่า 100 ปี หากพลาดหนนี้ต้องรออีก 105 ปี จึงจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ นับเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าติดตามที่สุดของ ปี 2555 เป็นปรากฏการณ์ที่ดาวศุกร์เคลื่อนที่ผ่านแนวเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์ และโลกเรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน เมื่อสังเกตจากโลกจะเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นจุดกลมเล็กเคลื่อนที่ผ่านดวงอาทิตย์ (ถ้าเปรียบเทียบขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์เท่ากับลูกบาสเกตบอล ขนาดของดาวศุกร์ที่ปรากฏผ่านหน้าจะมีขนาดปรากฏเท่ากับเม็ดถั่วเขียว) โดยดาวศุกร์จะเคลื่อนที่ตัดจากขอบด้านตะวันออกของดวงอาทิตย์ไปยังด้านตะวันตกใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 6 ชั่วโมง สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ดวงอาทิตย์โผล่พ้นจากขอบฟ้าเวลา 05:49 จนถึงเวลาประมาณ 11:49 น. (ตามเวลาประเทศไทย ณ กรุงเทพมหานคร) ของวันที่ 6 มิถุนายน 2555 โดยสามารถสังเกตเห็นได้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย