มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์ ซึ่งเพิ่งถูกค้นพบในประเทศจีนและได้รับการอ้างว่ามีอายุมากกว่า 100,000 ปี ก่อให้เกิดประเด็นขัดแย้งกับความคิดเดิมที่เชื่อว่าบรรพบุรุษของมนุษย์ในโลกอพยพมาจากแอฟริกาช่วงปลายยุคน้ำแข็ง
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าบรรพบุรุษของมนุษย์เคยอาศัยอยู่ในแอฟริกาช่วงประมาณ 100,000-200,000 ปีที่แล้ว จากนั้นได้อพยพออกจากแอฟริกาช่วง 50,000 ปีที่แล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอีกกลุ่มเชื่อว่าบรรพบุรุษของมนุษย์ที่อพยพออกจากแอฟริกาได้มีการผสมข้ามสายพันธุ์กับบรรพบุรุษของมนุษย์ที่อยู่ในทวีปอื่นๆ และเกิดวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ของโลกในปัจจุบัน โดยอธิบายว่าต้นกำเนิดของกลุ่มประชากรชาวเอเชียในปัจจุบันรวมถึงมนุษย์ปักกิ่ง ที่มีการผสมข้ามสายพันธุ์กับบรรพบุรุษของมนุษย์ที่มาจากทวีปแอฟริกา ซึ่งหลักฐานได้แก่ขากรรไกรที่ค้นพบในเขตกว่างซี
แต่ผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มแรกให้ความเห็นว่าหลักฐานที่พบเป็นการชี้่ว่าบรรพบุรุษของมนุษย์อาจอพยพย้ายออกจากแอฟริกามานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ คือ มากกว่า 50,000 ปีที่แล้ว ทั้นี้ความคิดนี้ได้แย้งกับหลักฐานซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์ที่พบในเมืองหลิวเจียง เขตกว่างซีของจีน ซึ่งเชื่อว่ามีอายุประมาณ 67,000 ปีที่แล้ว และหลักฐานที่เป็นเครื่องมือที่ทำจากหินซึ่งพบในประเทศอินเดีย โดยหลักฐานทั้งสองบ่งชี้ว่าบรรพบุรุษของมนุษย์มาถึงบริเวณนี้อย่างน้อย 75,000 ปีมาแล้ว
เขตปกครองตนเองกว่างซี มีการค้นพบซากดึดำบรรพ์ของสัตว์ตระกูลลิงขนาดใหญ่ซึ่งสูญพันธุ์แล้ว และการค้นพบฟันของบรรพบุรุษของมนุษย์ ทั้งนี้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์ในยุคน้ำแข็งประมาณ 55 สายพันธุ์ สำหรับกระดูกขากรรไกรล่างของบรรพบุรุษมนุษย์อีกกลุ่มในเขตกว่างซีซึ่งบ่งชี้ว่ามนุษย์ซึ่งเป็นเจ้าของขากรรไกรนี้มีคางที่เป็นลักษณะยื่นโค้งล้ำหน้าส่วนบนออกมาด้านนอกเล็กน้อย ขณะที่กลุ่มมนุษย์ปักกิ่งมีคางที่เป็นลักษณะยื่นร่นเข้ามาด้านใน ส่วนมนุษย์ในปัจจุบันจะมีคางที่เป็นลักษณะยื่นยาวออกมามากกว่าบรรพบุรุษของมนุษย์ที่พบในเขตกว่างซี
นอกจากนี้เมื่อนำซากดึกดำบรรพ์มาตรวจสอบโดยใช้ไอโซโทปของยูเรเนียมพบว่าซากเหล่านี้มีอายุประมาณ 110,000 ปี ทั้นี้ประเด็นที่มาของบรรพบุรุษของมนุษย์ยังจะต้องมีการศึกษาและตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์จากเขตกว่างซีเพิ่มเติมให้แน่ใจก่อนสรุปผล
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/292—-122552