หนูสะอาด คือ ผ้าขนหนูที่ใช้ทำความสะอาดยับยั้งและฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา และ แบคทีเรียต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นผ้าขนหนูที่ชุบด้วยสารออกฤทธิ์ที่สังกัดจากธรรมชาติ ด้วยวิธีการทางนาโนเทคโนโลยี ให้อยู่ในรูปของนาโนอิมัลชั่น เพื่อเพิ่มพื้นที่สารสัมผัสกับเชื้อโรคให้ดียิ่งขึ้น พกพาสะดวก และใช้งานง่ายในทุกสถานที่ สามารถนำไปประยุกต์ให้เป็นแบบสเปรย์เพื่อใช้กับทหาร หรืออยู่ในสภาวะที่อยู่ในที่ที่หาน้ำยากได้อีกด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ และ หนูสะอาด
ในงานประชุมนานาชาติ International Conference on Sustainable Environmental Technology หรือ ICSET 2012 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26-27 เมษายน 2555 มีการนำเสนอนวัตกรรมของคนไทยเกี่ยวกับการจัดอากาศเสีย เรื่อง “การกำจัดแอมโมเนียโดยใช้ระบบ Bio Filter” ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการจัดการกับอากาศเสียจากภาคอุตสาหกรรม
งานวิจัยนี้เป็นการทำงานวิจัยร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ( มจธ.) และบริษัทไบโอวิสท์ จำกัด ที่สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันในการพัฒนาระบบบำบัดอากาศโดยใช้จุลินทรีย์หรือ Bio filter ขึ้นมาเพื่อใช้กำจัดแก๊สแอมโมเนียในอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร การกำจัดแอมโมเนียในอากาศค่อนข้างยุ่งยาก แต่งานวิจัยชิ้นนี้ เลือกใช้ “จุลินทรีย์” ในการกำจัดแอมโมเนียที่ปะปนในอากาศ โดยให้จุลินทรีย์กินแอมโมเนียในอากาศให้หมดไป
Read the rest of this entry »
iCollect เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้บริหารจัดการการเก็บรักษาสายพันธุ์จุลินทรีย์ และวัสดุชีวภาพแบบครบวงจร ซึ่งปัจจุบันซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้รับการจดลิขสิทธิ์และติดตั้งให้กับผู้ใช้งานในห้องปฏิบัติการต่างๆ ภายในศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ พร้อมทั้งอนุญาตให้สิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าวแก่ University of North Texas Health Science Center (UNTHSC) at Fort Worth, Texas, USA
จุดเด่น
แหล่งที่มา: ผลงานวิจัย สวทช. สู่เชิงพาณิชย์ ปี 2549 – 2554
ผิวหนัง คือ อวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายเรา ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อมและคอยป้องกันร่างกายจากการขาดน้ำและการติดเชื้อ ผิวหนังมีหน้าที่หลายอย่าง Read the rest of this entry »
หลายพันปีมาแล้ว มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ผ่านกระบวนการหมักโดยธรรมชาติ เพื่อผลิตเครื่องดื่มและอาหารโดยที่คนสมัยนั้นยังไม่รู้ว่ากระบวนการหมักนั้น เกิดขึ้นจากการย่อยสลายของจุลินทรีย์ ชาบาบิโลเนียนรู้จักใช้ยีสต์ทำไวน์และเบียร์ ชนชาติอียิปต์รู้จักใช้ยีสต์ทำขนมปัง และอาหารหมักอื่นๆ เช่น ผักดองต่างๆ และไส้กรอก จากอดีตจนถึงปัจจุบัน Read the rest of this entry »
จุลินทรีย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญในการทำงานทางด้านอุตสหากรรมอาหาร เกษตรกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ การมีสถานที่เก็บและรักษาจุลินทรีย์ไว้เพื่อให้ความสะดวกแก่การศึกษาวิจัยจึงเป็นที่มาของ “ธนาคารจุลินทรีย์” ธนาคารจุลินทรีย์ คืออะไร Read the rest of this entry »
จุลินทรีย์มีความหลากหลายมากเป็นที่สองรองจากกลุ่มแมลง และจุลินทรีย์ที่มีการศึกษาไว้มีประมาณ 160,000 ชนิด ซึ่งน้อยกว่า 5% ของจำนวนชนิดของจุลินทรีย์ที่คาดว่ามีอยู่ในโลก ประมาณกันว่าโลกของเรามีแบคทีเรีย 1,000,000 ชนิด เห็ดรา 1,500,000 ชนิด และพวกสาหร่ายและโปรโตซัวรวมกัน 600,000 ชนิด รวมกันแล้วมากกว่า 3 ล้านชนิด ซึ่งได้มี Read the rest of this entry »
แบคทีเรีย สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ขนาดโดยเฉลี่ยประมาณ 2-5 ไมครอน มีสารพันธุกรรมกระจายอยู่ภายในเซลล์โดยไม่มีเยื่อหุ้มให้เป็นนิวเคลียส มีรูปร่างหลายแบบ เป็นท่อน กลม และเป็นเกลียว แบคทีเรียมีทั้งที่ให้โทษและที่เป็นประโยชน์ แบคทีเรียก่อโทษ เช่น โรคคอตีบ เกิดจากแบคทีเรีย Coryne bacterium diphtheriae วัณโรค เกิดจากเชื้อ Mycobacterium tuberculoiss อาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อ Read the rest of this entry »
โลกของจุลินทรีย์ “โลกของสิ่งมีชีวิต” หรือ “ไบโอสเฟียร์ (Biosphere)” เป็นส่วนของโลกที่มีสิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ ครอบคลุมทั้งในน้ำ ในดิน ในอากาศ และในส่วนของ “โลกของสิ่งมีชีวิต” นี้ก็มี “โลกของจุลินทรีย์” ดำรงชีวิตอยู่ในทุกหนทุกแห่ง จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ทว่ามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตบนโลกและต่อมนุษย์เรายิ่งนัก Read the rest of this entry »
“โลกของสิ่งมีชีวิต” หรือ “ไบโอสเฟียร์ (Biosphere)” เป็นส่วนของโลกที่มีสิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ ครอบคลุมทั้งในน้ำ ในดิน ในอากาศและในส่วนของ “โลกของสิ่งมีชีวิต” นี้ก็มี “โลกของจุลินทรีย์” ดำรงชีวิตอยู่ในทุกหนทุกแห่ง จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ทว่ามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตบนโลกและต่อมนุษย์เรายิ่งนัก จุลินทรีย์ มีชื่อเรียกได้หลายชื่อ อาจเป็น จุลชีพ Read the rest of this entry »
ไวรัส (Virus) เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์ สัตว์ พืช หรือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และเป็นปรสิตที่อาศัยอยู่ในสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่สามารถเจริญและแพร่พันธุ์นอกเซลล์สิ่งมีชีวิตได้ แต่สามารถถ่ายทอดสารพันธุกรรมไปยังรุ่นลูกหลานได้ นักวิจัยพบว่าไวรัสใบยาสูบด่าง หรือ (TMV: Tobacco Mosaic Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่มีรูปร่างเป็นแท่งที่ทำให้เกิดโรคใบด่างในพืชชนิดต่าง ๆ เช่น ยาสูบ มะเขือเทศ พริก และพืชชนิดอื่น ๆ นั้น สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบของแหล่งผลิตพลังงานขนาดเล็ก เช่น แบตเตอรี่ (Batteries) และเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) ได้ โดยการนำ TMV ที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมมาจับกับผิวของโลหะในขั้วไฟฟ้าของแบตเตอรี่ จากนั้นจัดเรียงแท่งของ TMV ให้เป็นระเบียบและจึงเคลือบด้วยแผ่นฟิล์มที่ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บกักกระแสไฟฟ้า จากนั้นจะเกิดปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าและสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้
ทั้งนี้ แบตเตอรี่ที่มี TMV จะไม่สามารถเปลี่ยนกลับเป็นไวรัสและก่อให้เกิดโรคได้ เนื่องจากนักวิจัยไม่สามารถตรวจพบ TMV หลังจากกระบวนการผลิตแบตเตอรี่เสร็จสิ้น และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับแบตเตอรี่ลิเทียม พบว่ามีพลังงานมากกว่าถึง 10 เท่า น้ำหนักเบา มีความคงทนและมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำกว่าส่วนประกอบของแบตเตอรี่ทั่วไป
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/421—-12554
จุลินทรีย์ประเภทแบคทีเรียและรา เมื่อเจริญในสภาวะที่เหมาะสม สามารถสร้างสารชีวภาพโมเลกุล ใหญ่ หรือที่เรียกว่าโพลิเมอร์ ที่มีโพลิแซคคาไรด์ โปรตีน หรือไขมัน เป็นองค์ประกอบ โพลิเมอร์ในกลุ่มโพลิแซคคาไรด์ได้รับความสนใจในการนำไปใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น โพลิเมอร์ชีวภาพที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และลดน้ำตาลในเลือดบางชนิดใช้เป็นสารประกอบในการนำพายา หรือใช้ขึ้นรูปอาหารให้มีความคงตัวมากขึ้น
บริษัทเทอร์ราบอน (Terrabon) มลรัฐเท็กซัส ได้พัฒนากระบวนการเปลี่ยนของเสียที่สารชีวมวลให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมี 2 วิธีคือ
หลังจากธาตุผ่านกระบวนการทางเคมีแล้วจะเปลี่ยนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง
ทั้งนี้บริษัทฯได้นำกระบวนการสกัดทางเคมี นำวิธีการดังกล่าวมาผสมเข้าด้วยกันจากผสมสารอินทรีย์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนสารอินทรีย์ไปเป็นกรดคาร์โบไซลิค (Carboxylic Acids)
ซึ่งกระบวนการนี้มีประโยชน์ต่อการผลิตเชื้อเพลิงจากสารชีวมวลที่มีสารอินทรีย์เนื่องจากสารอินทรย์ที่ได้มาจากหนองบึงมีสารผสมและธาตุโซเดียมผสมอยู่ด้วย เป็นผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำ
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/283—-92552
นักวิจัยค้นพบว่าจุลินทรีย์ที่มีชื่อว่า อาทเชีย (Archaea) สามารถใช้กระแสไฟฟ้าในการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้เป็นก๊าซมีเทน โดยไม่ต้องอาศัยสสารสิ่งมีชีวิตเข้าช่วย นักวิจัยได้ทำการทดลองโดยแบ่งเซลล์ออกมาเป็นสองส่วน โดยการจุ่มเซลล์ขั้วบวกลงในน้ำที่ภาชนะด้านหนึ่งและจุ่มเซลล์ขั้วลบลงไปในน้ำที่ปน้วยสารที่ไม่บริสุทธิ์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาชนะอีกด้านหนึ่ง หลังจากนั้นได้ทำการเคลือบเซลล์ขั้วลบด้วยแผ่นฟิล์มชีวภาพ จากการทดลองไม่เพียงเกิดระบบกระแสไฟฟ้ายังสามารถผลิตก๊าซมีเทนได้ด้วย การนำเอากระแสไฟฟ้ามาใช้มีแค่วิธีเดียว คือ การใช้จุลินทรีย์รับอีเลคตรอนโดยตรงไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานมากในการเปลี่ยนก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ให้ไปเป็นก๊าซมีเทน
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/271—-52552
บริษัท Joule Biotechnologies แถลงข่าวผลงาน กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพปริมาณ 20,000 แกลลอน : เอเคอร์ : ปี เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงจากซากพืชและสัตว์
ทีมนักวิจัยจากบริษัท Joule Biotechnologies ซึ่งตั้งอยู่ ณ Cambridge, Massachusetts ได้ทำการศึกษาวิจัยโดยเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ตามโครงสร้างทางพันธุกรรมของจุลินทรีย์นั้นๆ ในกระบวนการที่เรียกว่า “โฟโตไบโอรีแอ็คเตอร์” (Photobioreactor) ซึ่งเป็นกระบวนการสังเคราะห์หรือเพาะเลี้ยงผลิตภัณฑ์ชีวภาพในท่อหรือหลอดแก้วแบบเปิด ทำให้จุลินทรีย์ภายในใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์เปลี่ยนเพื่อเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้เป็นเชื้อเพลิงอีเทอร์นอล หรือเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน
หากกระบวนการข้างต้นเป็นตามที่คาดไว้จะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเดิมส่วนใหญ่ได้จากข้าวโพดหรือธัญพืชโดยมีข้อจำกัดเนื่องจากต้องใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกมาก รวมถึงปริมาณน้ำและพลังงานในการปลูก รวมถึงเป็นการปรับปรุงเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีเซลล์ลูโลสเป็นองค์ประกอบด้วย โดย หญ้า และ เศษไม้ ให้เขื้อเพลิงได้มากกว่าข้าวโพดหรือธัญพืช
บริษัท Joule Biotechnologies มีแผนก่อตั้งโรงงานผลิตขนาดใหญ่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ในต้นปี 2553 โดยมีนักลงทุนสนใจร่วมลงทุนเกือบ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงความพยายามในการผลิตเชื้อเพลิงที่ใช้สาหร่ายเป็นองค์ประกอบ ซึ่งคาดว่าสามารถผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพปริมาณ 20,000-60,000 แกลลอน : เอเคอร์ : ปี ทั้งนี้ระบบการสกัดที่บริษัทเลือกใช้จะต้องปรับเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในกระบวนการผลิตน้ำมัน ซึ่งทางบริษัทจะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่มีผลต่อการผลิต เช่น การตอบสนองระหว่างจุลินทรีย์กับความร้อน การที่ท่อหรือหลอดแก้วที่ใช้นั้นสามารถเก็บความร้อนได้ตามเวลาที่ต้องการ ซึ่งความร้อนที่มากเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาขณะผลิตเชื้อเพลิง ต้นทุนการผลิตกับผลที่ได้นั้นเป็นไปตามสัดส่วนที่้้ต้องการ
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/280—-82552