»
S
I
D
E
B
A
R
«
การแปล นักแปล นักแปลง
Sep 18th, 2011 by supaporn 69 views

ได้อ่านบทความ ๒ บทความ คือ การแปล : ศาสตร์หรือศิลปะ และ นักแปล หรือ นักแปลง โดยคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ ของคุณสุเพี้ยน เวชชาชีวะ เพียงแค่เห็นว่าใครเป็นคนเขียนก็รีบขมีขมันในการติดตามอ่านแบบไม่ปล่อย เพราะเป็นนักเขียน และผู้แปล ที่ชื่นชม ชื่นชอบในผลงานของคุณงามพรรณมาก ติดตามงานเขียน งานแปล ชอบในสำนวนการเขียนและการใช้คำในการแปลที่สละสลวย จนทำให้อยากเขียนและแปลได้ดีอย่างท่านบ้าง ตนเองได้ผ่านการเรียนวิชาการแปลมาบ้าง และเป็นวิชาที่ชอบมากตอนสมัยเรียนปริญญาตรี จนปัจจุบันก็ยังต้องคลุกคลีกับการแปลบทความทางวิชาการอยู่เสมอ เพื่อนำมาประมวลเป็นความคิดและเรียบเรียงเสนอเป็นงานเขียนเพื่อให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจในเรื่องที่แปลมา (ไม่ผิด) และถ่ายทอดให้เข้าใจง่ายและมีความถูกต้อง

ถึงแม้ว่า บทความนี้ จะเป็นงานเขียนนานแล้วก็ตาม แต่แนวทางต่างๆ ที่คุณงามพรรณ ได้กล่าวถึง การแปล นั้นยังมาเป็นหลักสำหรับผู้ที่สนใจในการแปลได้ดี คุณงามพรรณ ได้กล่าวว่า งานแปลเป็นศาสตร์และศิลปะ สิ่งแรกที่นักแปลต้องรับรู้ คือ ความหมายตามระบบภาษา และภาษาแต่ละภาษามีลักษณะเฉพาะตัว คำคำหนึ่งอาจมีความหมายได้หลายอย่าง และเมื่อทำหน้าที่ต่างกันในประโยคก็มีความหมายแตกต่างกันออกไป การจะเลือกใช้คำหรือโครงสร้างทางไวยากรณ์เพื่อให้ภาษาสองภาษาซ้อนกันสนิทนั้นจึงเป็นเรื่องยาก ผู้แปลจึงควร

๑. เข้าใจต้นฉบับ ผู้แปลจะต้องอ่านต้นฉบับโดยละเอียด ความรู้ภาษาต่างประเทศของต้นฉบับมีความสำคัญมาก เนื่องจากต้องเข้าใจถึงแนวการใช้ภาษาและน้ำเสียงของต้นฉบับ และยังต้องสามารถวิเคราะห์โครงสร้างของตัวต้นฉบับ เพื่อให้เข้าใจความคิดของผู้เขียน
๒. ผละออกจากต้นฉบับ เมื่อผู้แปลเข้าใจภาษาต้นฉบับและความคิดของผู้เขียนแล้ว ต้องพยายามทำลืมโครงสร้างภาษาในต้นฉบับ ให้เหลือไว้เพียงความหมายที่ต้นฉบับสื่อเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าจะแปลออกมาได้ถูกต้อง แต่ภาษาของการแปลจะขาดความเป็นธรรมชาติ
๓. ถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาเป็น ๒ กล่าวคือ การนำคำในต้นฉบับมาเชื่อมโยงเข้ากับความคิด และถ่ายทอดออกมาในภาษาที่ ๒ ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด

นักแปลต้องทำตัวเป็นนักอ่านที่ดีในชั้นต้น และเป็นนักเขียนชั้นยอดในขั้นสุดท้าย ส่วนที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งในการแปลคือ การรักษาน้ำเสียง และแนวการใช้ภาษาของผู้เขียนไว้

บรรณานุกรม:

งามพรรณ เวชชาชีวะ. “การแปล : ศาสตร์หรือศิลปะ” หน้า ๑๒๖-๑๒๙ ใน อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นางสุเพี้ยน เวชชาชีวะ เป็นกรณีพิเศษ ณ เมรุวัดเทพศิริทราวาส วันอาทิตย์ที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๓. กรุงเทพฯ : เพื่อนใหม่, ๒๕๓๓.

งามพรรณ เวชชาชีวะ. “นักแปล หรือ นักแปลง” หน้า ๑๓๐-๑๓๔ ใน ใน อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นางสุเพี้ยน เวชชาชีวะ เป็นกรณีพิเศษ ณ เมรุวัดเทพศิริทราวาส วันอาทิตย์ที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๓. กรุงเทพฯ : เพื่อนใหม่, ๒๕๓๓.

Share
(บาง)ประโยค…ประัทับใจในความสุขของกะทิ
Mar 21st, 2009 by supaporn 576 views

katiความจริงอ่านความสุขของกะทิ จบไปนานแล้ว แต่เผอิญได้รับมาอีก 1 เล่ม เป็นฉบับพิเศษ ปกแข็ง สี่สี เลยทำให้ต้องหยิบมาอ่านอีกครั้งหนึ่ง จากคำนำของผู้เขียน คือ คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ กล่าวถึง ความสุขของกะทิ ที่ถูกหยิบขึ้นมาอ่านก็เพราะ เศร้าและเสียน้ำตาเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ บางคนก็บอกว่า ได้้ค้นพบ “กะทิ” ของตัวเองที่ตามหามานาน และบางคนบอกว่า วันไหนหงอยเหงาก็จะหยิบมาอ่านให้โลกสดใสขึ้น ขอสนับสนุนคำกล่าวข้อสุดท้ายค่ะ อ่านแล้วรู้สึกสดใสขึ้นจริงๆ เลยหยิบประโยคที่ประทับใจ ออกมา Read the rest of this entry »

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa