เด็กไทยเรียนหนักแค่ไหน แต่ทำไมยังสู้เขาไม่ได้เสียที
จากข้อมูลของ UNESO แสดงให้เห็นว่าจำนวนชั่วโมงเรียนในระดับอายุ 9 – 13 ปีนั้น พบว่า เด็กไทยเรียนหนักเป็นอันดับต้นๆ คือ 1,200 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่นับเฉพาะ “เวลาเรียนในโรงเรียน” เท่านั้น ยังไม่รวมเวลาเรียนพิเศษนอกเวลาอีกด้วย ดังนั้นจึงเป็นประเด็นมาโดยตลอดว่า “เรียนหนักแล้วทำไมถึงสู้ประเทศอื่นๆ (ที่พัฒนาแล้ว)ไม่ได้เสียที” หรือ “ทำไมเด็กไทยเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษแทบจะหลุดเข้าไปในหนังสือ แต่ทำไมยังพูดไม่ได้เสียที” ฯลฯ ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หลายๆ ภาคส่วนให้ความสนใจ และเร่งหาคำตอบกัน ยิ่งในขณะนี้ประเทศไทยเราได้ก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือปี พ.ศ. 2558 เราจะรับมือกับปัญหาพื้นฐานที่สำคัญนี้อย่างไร เมื่อเด็กในวันนี้คือผุ้ใหญ่ในวันหน้า วันนี้จึงนำประเด็นที่คุณวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ และคุณญาณิศา อุดมศักดิ์พิบูลย์ ได้มาแบ่งปันข้อมูลจากการสำรวจและจัดทำเป็น Infographic มาให้ได้อัพเดตกัน Read the rest of this entry »
ความเครียดสามารถเกิดได้ทุกแห่ง ทุกเวลา ทุกเพศ และทุกวัย ซึ่งความเครียดนี้สามารถเกิดจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเกิดจากปัญหาสุขภาพ จากสิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็ส่งผลกระทบทำให้เกิดคว่ามเครียดได้ทั้งสิ้น ความเครียดที่เกิดกับวัยผู้ใหญ่นั้น ยังถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะจัดการกับความเครียดนั้นให้บรรเทาได้ และยิ่งหากเกิดกับวัยเด็กย่อมมีผลกระทบค่อนข้างมากกว่าผู้ใหญ่แน่นอน
ความเครียดสะสมนั้นอาจจะสร้างความเสียหายในหัวของเด็กๆได้ เป็นคำอ้างอิงจากนักวิจัยที่ค้นพบว่าส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำนั้นมีขนาดเล็กกว่าในเด็กที่เผชิญกับความเครียดเรื้อรังเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ค่อยมีความเครียด ซึ่งความแตกต่างทางสมองนั้นมีผลถึงความสามารถในการเรียนรู้ด้วย โดยเด็กที่ชีวิตมีความเครียดสูงนั้นทำแบบทดสอบความจำได้ไม่ดีเท่าเด็กคนอื่นๆ เด็กที่มีความเครียดสูงนั้นยังมีปัญหาการทดสอบกับความจำระยะสั้น รวมถึงการทดสอบอย่างการหาเหรียญท่ามกลางกล่องหลายๆ ใบอีกด้วย
Read the rest of this entry »
Jessica Dillion และ Sandra Russ นักจิตวิทยาเจ้าของผลงานการวิจัยการสันทนาการของเด็กทั้ง 14 ชิ้นที่เคยทำไว้ระหว่างปี 1985 และปี 2008 ซึ่งได้รายงานไว้ในบทความ “ความเปลี่ยนแปลงของการสันทนาการของเด็กในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา” ของวารสาร Creativity Research Journal กล่าวถึง การวิเคราะห์ข้อมูลที่บ่งบอกถึงเรื่องราวที่ตรงกันข้ามกับสมมุติฐานปกติ อย่างแรกก็คือ การใช้จิตนาการของเด็กในการสันทการ ความมีส่วนร่วมและความผ่อนคลายกับกิจกรรมสันทนาการนั้นเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ผลลัพธ์ยังชี้ให้เห็นอีกว่าเด็กในวันนี้แสดงอารมณ์ด้านลบในการสันทนาการน้อยลงกว่าแต่ก่อน ส่วนความสามารถในการแสดงอารมณ์ด้านบวกอย่างหลากหลาย การเล่าเรื่องและการจัดเรียงความคิดต่างๆนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยที่พวกเขาได้ตรวจสอบว่าการมีเวลาสันทนาการน้อยลงนั้นจะส่งผลต่อกระบวนการการเรียนรู้และพัฒนาการทางอารมณ์หรือไม่ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เด็กจะมีเวลาสันทนาการน้อยลง Russ ก็ยังแนะนำว่าควรให้เวลากับพวกเขาบ้าง เพราะว่ามันจะช่วยให้เด็กๆ มีพัฒนาการทางอารมณ์และความสามารถทางด้านการเรียนรู้อีกด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก :
http://www.vcharkarn.com/vnews/154363
http://www.sciencedaily.com/releases/2012/05/120530133720.htm
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้สนับสนุนการวิจัยเรื่อง เด็กและเยาวชนไทย ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูที่ http://elibrary.trf.or.th รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี